
ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก เกาหลีใต้กำลังเร่งตอกย้ำบทบาทของตนในฐานะหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมชิปโลก ด้วยการประกาศผลักดันเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนรายใหญ่อย่างน้อย 1,350 ล้านล้านวอน หรือราว 29 ล้านล้านบาท เข้าสู่อุตสาหกรรมชิปและศูนย์ข้อมูล โดยมีบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นหัวหอกสำคัญ
รัฐบาลเกาหลีใต้มองว่า การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายกำลังการผลิตของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุค AI
Samsung Group และ SK Group ระบุว่า มีแผนสร้างโรงงานผลิตชิปรายละ 2 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวม 800 ล้านล้านวอน เพื่อเร่งเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันกับความต้องการชิปที่เพิ่มสูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง เกาหลีใต้ยังเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมชิป โดยประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมมูลค่า 550 ล้านล้านวอนจากบริษัทต่าง ๆ รวมถึง Naver Corp. ผู้นำธุรกิจอินเทอร์เน็ตของประเทศ เพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูล AI ที่มีกำลังการผลิตรวม 8.4 กิกะวัตต์ภายในปี 2572
แผนดังกล่าวสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งระบบ ตั้งแต่ชิป หน่วยความจำ ศูนย์ข้อมูล ไปจนถึง AI เชิงกายภาพ
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง กล่าวในการแถลงข่าวว่า เกาหลีใต้จำเป็นต้องเคลื่อนตัวให้เร็วกว่าคู่แข่งระดับโลก เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิป ศูนย์ข้อมูล AI และ AI เชิงกายภาพ โดยเขาเรียกผู้นำของ Samsung และ SK Hynix ว่าเป็น “วีรบุรุษของชาติ” พร้อมย้ำว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และ “ความเร็วคือหนทางเดียวที่จะอยู่รอด”
ขนาดของการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเร่งด่วนของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการรักษาความได้เปรียบของประเทศในตลาดเมมโมรีชิป ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ AI ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวยังถูกเชื่อมโยงเข้ากับเป้าหมายด้านความมั่นคงของชาติในระยะยาว
หากการลงทุนเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เม็ดเงินรวมราว 8.80 แสนล้านดอลลาร์จะคิดเป็นประมาณ 5% ของ GDP เกาหลีใต้ในปี 2567 ตามข้อมูลของธนาคารโลก
ในช่วงหลาบสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญมาโดยตลอดในการผลักดันให้ภาคเอกชนภายในประเทศเดินไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านทั้งแรงจูงใจและการสนับสนุนเชิงนโยบาย
สำหรับการประกาศครั้งนี้ รัฐบาลระบุว่าจะสนับสนุนโครงการผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบน้ำและไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของมาตรการสนับสนุนหรือวงเงินใช้จ่ายภาครัฐอย่างเฉพาะเจาะจง
เฉพาะในปี 2569 Samsung ได้ประกาศแผนลงทุนมากกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังการผลิตและการวิจัยไปแล้ว หากการลงทุนเดินหน้าต่อเนื่องในระยะยาว ยอดรวมสะสมอาจเข้าใกล้ระดับการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล เช่น Microsoft รวมถึงจีน ซึ่งกำลังจัดทำแผนลงทุนระยะ 5 ปี มูลค่า 2.95 แสนล้านดอลลาร์ของตนเอง ขณะที่ The Korea Economic Daily รายงานก่อนหน้านี้ว่า บริษัทต่าง ๆ อาจประกาศการลงทุนใหม่รวมกันสูงถึง 2,000 ล้านล้านวอนในช่วง 10 ปีต่อจากนี้
หลังการประกาศแผนลงทุน ดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นอ้างอิงของเกาหลีใต้ ฟื้นตัวกลับขึ้นมาจากช่วงที่เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม หุ้น Samsung ปิดตลาดลดลงเกือบ 5% ขณะที่ SK Hynix ปิดลบ 1.7% ต่อเนื่องจากแรงขายเมื่อวันศุกร์
แม้ความต้องการเมมโมรีชิปที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาหุ้นของผู้ผลิตชิปทั้งสองรายในช่วงที่ผ่านมา แต่นักลงทุนยังมีคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของกำไร โดยเฉพาะในภาวะที่การแข่งขันรุนแรงขึ้น และผู้ผลิตชิปหลายรายเร่งเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาด
เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากกระแส AI แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความกังวลเริ่มเพิ่มขึ้นว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมดังกล่าวยังไม่ได้กระจายอย่างทั่วถึงภายในประเทศ
ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คะแนนนิยมของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อหนึ่งปีก่อน โดยผลสำรวจของ Gallup Korea สะท้อนความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อการบริหารเศรษฐกิจ ค่าเงินวอนที่อ่อนค่า และนโยบายด้านที่อยู่อาศัย
ขณะเดียวกัน Samsung และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตเมมโมรีชิปรายใหญ่ที่สุด 2 อันดับแรกของโลก ยังคงเร่งลงทุนเพื่อให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
การประกาศครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง Apple ปรับขึ้นราคาสินค้า โดยอ้างข้อจำกัดด้านอุปทานเมมโมรีชิป ขณะที่ผู้บริหารในอุตสาหกรรม รวมถึงชเว แท-วอน ประธาน SK Group ระบุว่า ภาวะตึงตัวอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้อาจยืดเยื้อไปอีกหลายปี
นอกจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยี แผนลงทุนครั้งนี้ยังสะท้อนเป้าหมายทางเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาลเกาหลีใต้ ที่ต้องการกระจายการลงทุนออกนอกเขตเมืองหลวง เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่และตำแหน่งงานรายได้สูงในภูมิภาค
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ระบุในโพสต์บน X เมื่อวันอาทิตย์ว่า ประวัติศาสตร์การพัฒนาของเกาหลีใต้เป็นทั้งเรื่องราวของความสำเร็จอันโดดเด่น และในขณะเดียวกันก็เป็นกระบวนการสะสมความไม่สมดุลและการเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง เขาย้ำว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายระดับชาติ ทั้งการลดการกระจุกตัวในเขตเมืองหลวง และการส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล
ในส่วนของ Samsung เจย์ วาย. ลี ประธานบริหารของบริษัท กล่าวในการแถลงข่าวว่า บริษัทตั้งใจจะเร่งการก่อสร้างโรงงานผลิตชิปในเขตมหานครโซลด้วย โดยระบุว่า “นี่คือการแข่งขันกับเวลา” ขณะเดียวกัน เมืองกวางจูทางภาคตะวันตกเฉียงใต้จะได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเมมโมรีแห่งใหม่ ส่วนเมืองชอนันและอนยังจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการบรรจุภัณฑ์ HBM
นอกจากนี้ Samsung ยังมีแผนลงทุนเพื่อนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานในโรงงานผลิตที่เมืองกูมี จังหวัดคย็องซังเหนือ สะท้อนทิศทางการเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมชิป การผลิตขั้นสูง และ AI เชิงกายภาพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการผลักดัน
แผนลงทุนของเกาหลีใต้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทั่วโลกต่างเพิ่มแรงสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมชิปภายในประเทศ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ สหรัฐฯ ให้คำมั่นอัดฉีดเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ผ่านกฎหมาย CHIPS and Science Act ขณะที่จีนยังคงทุ่มเงินทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศชิปที่พึ่งพาตนเองได้
ส่วนญี่ปุ่นก็เพิ่มเงินอุดหนุนอย่างมากเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยสนับสนุนทั้งบริษัทในประเทศและผู้ผลิตต่างชาติ รวมถึง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนว่าเซมิคอนดักเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่กลายเป็นสมรภูมิยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ
Citigroup ระบุในบันทึกว่า การลงทุนขนาดใหญ่ที่นำโดยรัฐบาลเกาหลีใต้น่าจะช่วยหนุนการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ รวมถึงภาคอุปกรณ์การผลิตชิป โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปของเกาหลีใต้ จากแรงหนุนของแนวโน้มความต้องการ AI ที่สดใส และแผนเร่งขยายกำลังการผลิตในพื้นที่ใหม่