
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม รัฐบาลสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานกล่าวหาว่า ผู้ส่งออกจีนสร้างระบบ “ถ่ายลำสินค้าอย่างผิดกฎหมาย” ผ่านประเทศที่สาม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่า “มหากลโกงการถ่ายลำสินค้า” หรือ The Great Transshipment Scam พร้อมระบุว่า “ไทย” เป็นหนึ่งในราว 40 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะถูกใช้เป็นทางผ่านของสินค้าจีนเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
รายงานความยาว 25 หน้าอ้างว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ เปิดฉากสงครามการค้ากับจีนในปี 2561 บริษัทจีนได้เปลี่ยนเส้นทางส่งออกสินค้าอย่างเป็นระบบไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า ก่อนส่งต่อเข้าสู่สหรัฐฯ โดยอาศัยวิธีต่างๆ ตั้งแต่การประกอบหรือแปรรูปสินค้าเพียงเล็กน้อย การเปลี่ยนฉลากและบรรจุหีบห่อใหม่ ไปจนถึงการออกใบแจ้งหนี้ใหม่หรือสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ เพื่ออำพรางแหล่งกำเนิดที่แท้จริงของสินค้าจีน
รายงานประเมินว่า การถ่ายลำสินค้าในลักษณะดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ สูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้าปีละประมาณ 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับจีนและถูกส่งผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
การพาดพิงถึงไทยเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอเชีย กำลังถูกสหรัฐฯ จับตามากขึ้น โดยเบอร์นี โมเรโน วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐโอไฮโอ กล่าวหาว่า ชิ้นส่วนรถยนต์จีนที่ส่งผ่านประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในรัฐของตน
ท่ามกลางข้อกล่าวหาเหล่านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังยกระดับมาตรการรับมือ ทั้งการเรียกเก็บภาษีลงโทษและการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตรวจจับสินค้าต้องสงสัย ขณะที่รัฐบาลจีนคัดค้านการทำข้อตกลงใดๆ ที่ต้องแลกมาด้วยการกระทบต่อผลประโยชน์ของจีน พร้อมเตือนว่าจะใช้มาตรการที่จำเป็น หากสิทธิและผลประโยชน์ของตนได้รับความเสียหาย
รายงานฉบับนี้จัดทำโดยปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าและการผลิตของทำเนียบขาว โดยมุ่งอธิบายรูปแบบการหลีกเลี่ยงภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่า ผู้ส่งออกจีนใช้มาตั้งแต่สหรัฐฯ เปิดฉากสงครามการค้ากับจีนในปี 2561
หัวใจของข้อกล่าวหาคือ ผู้ส่งออกจีนนำสินค้าหรือส่วนประกอบไปยังประเทศที่สาม ก่อนเปลี่ยนแปลงตัวสินค้าหรือเอกสารบางส่วน เพื่อสร้างภาพว่าสินค้านั้นมีถิ่นกำเนิดจากประเทศปลายทางแทนที่จะเป็นจีน และสามารถเสียภาษีในอัตราที่เอื้อประโยชน์กว่าเมื่อนำเข้าสู่สหรัฐฯ
วิธีการที่ระบุในรายงานมีตั้งแต่การนำส่วนประกอบจากจีนไปผ่านกระบวนการผลิตเพียงเล็กน้อย การประกอบหรือการตกแต่งขั้นสุดท้ายบางส่วน การบรรจุหีบห่อและเปลี่ยนฉลากใหม่ ไปจนถึงการออกใบแจ้งหนี้ใหม่ การแก้ไขเอกสาร หรือการสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าอันเป็นเท็จ
รายงานกล่าวหาว่า กระบวนการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสินค้าหรือเอกสารเพียงเท่าที่จำเป็น ทำให้สินค้าที่ผลิตในจีนดูเสมือนผ่านกระบวนการผลิตในประเทศที่สามมากเพียงพอที่จะอ้างถิ่นกำเนิดใหม่ และหลีกเลี่ยงอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้าจีนโดยตรง
ทำเนียบขาวระบุว่า ผู้ส่งออกจีน “เปลี่ยนเส้นทางสินค้าผ่านประเทศที่สามมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการประกอบ การตกแต่งขั้นสุดท้าย การบรรจุหีบห่อใหม่ การเปลี่ยนฉลาก หรือการเปลี่ยนแปลงเอกสารเพียงเล็กน้อย อาจสร้างภาพว่าสินค้าเหล่านั้นมีถิ่นกำเนิดจากประเทศอื่น”
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทรัมป์จึงนิยามพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น “การถ่ายลำสินค้าที่ผิดกฎหมาย” ไม่ใช่เพียงการขนส่งสินค้าผ่านประเทศตัวกลางตามปกติ โดยกล่าวหาว่า บริษัทจีนจงใจใช้ประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่าเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ พร้อมเปลี่ยนแปลงสินค้าหรือเอกสารเพื่อให้สามารถอ้างสิทธิภายใต้ถิ่นกำเนิดใหม่ได้
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มหากลโกงการถ่ายลำสินค้าทำให้จีนคอมมิวนิสต์สามารถฟอกสินค้าส่งออกผ่านประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศ ปล้นรายได้จากคลังของเราไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และขโมยรายได้ของแรงงานอเมริกัน” นาวาร์โรกล่าว พร้อมระบุว่า “รายงานฉบับนี้ได้ฉีกหน้ากากนั้นออกแล้ว”
นาวาร์โรยังกล่าวหาว่า “จีนคอมมิวนิสต์ใช้ชุดปฏิบัติการที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายลำสินค้าและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรโดยเฉพาะ” สะท้อนมุมมองของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เชื่อว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นกรณีเฉพาะราย แต่เป็นระบบที่อาศัยทั้งการเปลี่ยนเส้นทางสินค้า การดำเนินกระบวนการผลิตเพียงเล็กน้อย และการแก้ไขเอกสารในประเทศที่สาม
นอกจากอธิบายกลไกการหลีกเลี่ยงภาษีแล้ว รายงานยังเชื่อมโยงการถ่ายลำสินค้าเข้ากับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการนำเข้าของสหรัฐฯ โดยข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนลดลงเหลือ 308,700 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี ขณะที่การนำเข้าจากเม็กซิโกและเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
รายงานให้เหตุผลว่า การนำเข้าโดยตรงจากจีนที่ลดลงจากมาตรการภาษีซึ่งทรัมป์ใช้ก่อนหน้านี้ มีส่วนผลักดันให้การนำเข้าจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้นผ่านการถ่ายลำสินค้า
รายงานของนาวาร์โรระบุชื่อประเทศราว 40 แห่งที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะเป็นแหล่งส่งผ่านสินค้าถ่ายลำอย่างผิดกฎหมาย โดยหลายกรณีถูกเชื่อมโยงกับการนำส่วนประกอบจากจีนไปผ่านกระบวนการผลิตเพียงเล็กน้อย ก่อนเปลี่ยนฉลาก บรรจุหีบห่อใหม่ หรือแก้ไขเอกสารเพื่ออ้างถิ่นกำเนิดสินค้าใหม่
รายชื่อดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศกำลังพัฒนาหรือฐานการผลิตในเอเชีย แต่ยังครอบคลุมคู่ค้าและพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ตั้งแต่แคนาดาและเม็กซิโก ไปจนถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหภาพยุโรป และอิสราเอล
ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล้วนปรากฏอยู่ในรายชื่อ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย “ไทย” เวียดนาม สิงคโปร์ กัมพูชา ลาว เมียนมา และฟิลิปปินส์ ขณะที่ประเทศในเอเชียใต้ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ และศรีลังกา ก็ถูกระบุชื่อเช่นกัน
ในบรรดาประเทศเหล่านี้ ฐานการผลิตสำคัญในเอเชียอย่างไทยและเวียดนามกำลังถูกจับตามากขึ้น ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่า สินค้าจีนบางส่วนอาจถูกเปลี่ยนเส้นทางผ่านสองประเทศนี้ ก่อนส่งเข้าสู่สหรัฐฯ ภายใต้อัตราภาษีของประเทศทางผ่าน ซึ่งต่ำกว่าอัตราที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีนโดยตรง
ข้อมูลการค้าที่ถูกนำมาอ้างเมื่อต้นปีนี้ระบุว่า มูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ตามตัวเลขที่จีนรายงาน แตกต่างจากมูลค่าสินค้าที่เดินทางถึงสหรัฐฯ และถูกบันทึกโดยสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ราว 112,000 ล้านดอลลาร์ ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวถูกมองอย่างกว้างขวางว่าอาจเป็นสัญญาณของการหลีกเลี่ยงภาษีในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน Coalition for a Prosperous America ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ของอุตสาหกรรมการผลิตสหรัฐฯ ประเมินว่า หลังการปรับขึ้นภาษีในปี 2568 มีสินค้าจีนมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ถูกเปลี่ยนเส้นทางและถ่ายลำเข้าสู่สหรัฐฯ โดยกลุ่มประเทศอาเซียนมีสัดส่วนรวมกันมากที่สุด
นอกจากปรากฏอยู่ในรายชื่อประเทศเสี่ยงแล้ว ไทยยังถูกพาดพิงโดยตรงในจดหมายของเบอร์นี โมเรโน วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐโอไฮโอ ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการปราบปรามการถ่ายลำสินค้า โดยรายงานของทำเนียบขาวเผยแพร่เพียงหนึ่งวันหลังจากโมเรโนเรียกร้องให้มาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพิ่มความเข้มข้นในการจัดการกับการหลีกเลี่ยงภาษีผ่านประเทศที่สาม
ในจดหมายลงวันที่ 12 สิงหาคม โมเรโนเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็น “แผนการโดยเจตนาของผู้ผลิตต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานอยู่ในจีน เพื่อปลอมแปลงสถานที่ผลิตสินค้า ฟอกสินค้าผ่านประเทศที่สาม ติดฉลากใหม่ และเทขายเข้าสู่ตลาดอเมริกัน”
โมเรโนยังกล่าวหาว่า ชิ้นส่วนรถยนต์จีนที่ส่งผ่านประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในรัฐโอไฮโอ ทำให้ไทยไม่ได้ถูกกล่าวถึงเพียงในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น แต่ยังถูกเชื่อมโยงโดยตรงกับข้อกล่าวหาเรื่องผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ
ข้อกล่าวหาเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางการใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และมีขึ้นราวหนึ่งเดือนก่อนช่วงเวลาที่คาดว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเพิ่มความเข้มงวดกับการถ่ายลำสินค้าแล้ว โดยมาตรการไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเผยแพร่รายงานหรือระบุชื่อประเทศและสถานประกอบการที่ต้องสงสัย แต่ยังรวมถึงภาษีลงโทษ ข้อกำหนดในข้อตกลงทวิภาคี คำสั่งฝ่ายบริหาร และการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อติดตามเส้นทางการค้า
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับหนึ่งได้ขยายการบังคับใช้อัตราภาษีลงโทษ 40% ให้ครอบคลุมสินค้าที่สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ วินิจฉัยว่า ถูกถ่ายลำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
ภาษีลงโทษ 40% จะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากภาษีที่กำหนดตามประเทศถิ่นกำเนิดสินค้า หมายความว่า หากสินค้ารายการใดถูกสหรัฐฯ ตัดสินว่าผ่านการถ่ายลำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี สินค้านั้นจะต้องเสียทั้งภาษีตามประเทศถิ่นกำเนิดและภาษีลงโทษเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
สหรัฐฯ ยังบรรจุข้อกำหนดต่อต้านการถ่ายลำไว้ในข้อตกลงกับประเทศคู่ค้า โดยกรอบข้อตกลงที่ทำกับเวียดนามในปี 2568 กำหนดอัตราภาษี 40% สำหรับสินค้าที่ถูกพิจารณาว่าผ่านการถ่ายลำ คิดเป็นสองเท่าของอัตราที่ใช้กับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากเวียดนามตามปกติ
ข้อกำหนดต่อต้านการถ่ายลำในลักษณะเดียวกันยังถูกนำไปบรรจุในข้อตกลงทวิภาคีอื่นๆ และคำสั่งฝ่ายบริหารที่มุ่งควบคุมการส่งสินค้าเข้าสหรัฐฯ ผ่านประเทศตัวกลาง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเผยแพร่รายชื่อประเทศและสถานประกอบการที่ถูกเชื่อมโยงกับแผนการหลีกเลี่ยงภาษีที่ต้องสงสัยแล้ว
เม็กซิโกเป็นประเทศที่ถูกจับตามากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ขณะที่การลงทุนจากจีนและการไหลเข้าของชิ้นส่วนที่ผลิตในจีนไปยังโรงงานในเม็กซิโกเพิ่มสูงขึ้น
รายงานระบุว่า การส่งสินค้าจีนผ่านเม็กซิโกหรือแคนาดาอาจทำให้สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีได้ทั้งหมด เนื่องจากสินค้าเหล่านั้นอาจเข้าสู่สหรัฐฯ ภายใต้อัตราภาษีของประเทศคู่ค้า แทนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีในฐานะสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน
นาวาร์โรเรียกเม็กซิโกว่าเป็น “หนึ่งในประเทศที่มีการถ่ายลำสินค้ามากที่สุด” โดยกล่าวหาว่า จีนใช้ประโยชน์จาก “อัตราภาษีศุลกากรเป็นศูนย์” ภายใต้ความตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา หรือ USMCA เพื่อ “ลักลอบนำสินค้าเข้าไป” ในตลาดสหรัฐฯ
ข้อกังวลเกี่ยวกับการลงทุนและการนำชิ้นส่วนจีนเข้าสู่เม็กซิโกกลายเป็นประเด็นสำคัญของการทบทวน USMCA ร่วมกันซึ่งกำลังดำเนินอยู่ โดยสหรัฐฯ ปฏิเสธการขยายอายุความตกลงโดยอัตโนมัติอีก 16 ปี พร้อมอ้างปัญหาหลายประการ รวมถึงข้อกังวลเรื่องการถ่ายลำสินค้าจากจีน
นอกจากการใช้ภาษีและข้อตกลงทางการค้าแล้ว สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ กำลังนำเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อตรวจจับสินค้าที่ต้องสงสัยว่าผ่านการถ่ายลำ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่รัฐบาลเรียกว่า “Detective Border”
รายงานระบุว่า แบบจำลองการเรียนรู้ของระบบจะวิเคราะห์เครื่องหมายบนตู้คอนเทนเนอร์ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และภาพเอกซเรย์ของสินค้า เพื่อตรวจหาความไม่สอดคล้องระหว่างชนิด ปริมาณ หรือลักษณะของสินค้าที่สำแดงไว้กับสินค้าที่บรรทุกอยู่จริง
ระบบดังกล่าวมุ่งใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อติดตามการค้า ตรวจสอบเอกสารและลักษณะสินค้า ตลอดจนระบุความผิดปกติที่อาจชี้ถึงการเปลี่ยนถิ่นกำเนิดหรือการถ่ายลำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
รายงานของนาวาร์โรนำประมาณการจากทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐมาใช้เพื่อประเมินขนาดของปัญหา โดยข้อมูลจากสองแหล่งที่ให้มาระบุช่วงประมาณการขั้นต่ำแตกต่างกันเล็กน้อย ตั้งแต่ประมาณ 34,000-40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ 303,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
Reuters ระบุว่า ช่วงประมาณการในรายงานอยู่ที่ 34,000-303,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนข้อมูลอีกชุดสรุปช่วงไว้ที่ประมาณ 40,000-303,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนช่วงประมาณการที่รายงานรวบรวมมาจากหลายแหล่ง ไม่ใช่มูลค่าที่ตรวจนับได้โดยตรง
เนื่องจากตัวเลขมีช่วงกว้าง รายงานจึงเลือกใช้มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเป็น “กรณีฐาน” หรือ central case estimate สำหรับคำนวณผลกระทบต่อรายได้ภาษี การจ้างงาน และเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ภายใต้กรณีฐานนี้ ทำเนียบขาวประเมินว่า สหรัฐฯ สูญเสียรายได้จากภาษีนำเข้าปีละประมาณ 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสินค้าซึ่งส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับจีน แต่ถูกส่งผ่านประเทศที่สามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
รายงานอีกส่วนหนึ่งใช้อัตราภาษีตัวอย่างระหว่าง 25-45% เพื่อชี้ให้เห็นว่า ความสูญเสียด้านรายได้ของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี โดยตัวเลข 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์เป็นกรอบที่คำนวณจากกรณีฐานมูลค่าสินค้าถ่ายลำ 75,000 ล้านดอลลาร์
รายงานยังประเมินว่า สินค้าถ่ายลำมูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในกรณีฐาน ส่งผลให้การจ้างงานของชาวอเมริกันถูกเบียดออกจากระบบประมาณ 450,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม
นอกจากนี้ แบบจำลองอีกส่วนหนึ่งของรายงานประเมินว่า สหรัฐฯ อาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP สูงสุด 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้ภาษี ตำแหน่งงาน และความเสียหายต่อจีดีพีทั้งหมดเป็นผลจากแบบจำลองและสมมติฐาน ไม่ใช่จำนวนความเสียหายที่ตรวจนับหรือสังเกตได้โดยตรง
ฝ่ายจีนปฏิเสธแนวทางและข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันระบุว่า รัฐบาลจีนคัดค้าน “การขยายขอบเขตแนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติจนเกินสมควร” รวมถึงการใช้อำนาจรัฐเพื่อกดดันบริษัทจีน
สถานทูตจีนยังระบุว่า จีนคัดค้านฝ่ายใดก็ตามที่ “พยายามทำข้อตกลงโดยแลกกับผลประโยชน์ของจีน” รวมถึงการดำเนินการที่สร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานโลก
“เราคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อความพยายามของฝ่ายใดก็ตามที่ต้องการบรรลุข้อตกลงโดยแลกกับผลประโยชน์ของจีน หรือใช้มาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจโดยปราศจากมูลเหตุ ซึ่งละเมิดสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรง และสร้างความปั่นป่วนอย่างมากต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานโลก” หลิว ชาง โฆษกสถานทูตจีน กล่าวกับ South China Morning Post
สถานทูตจีนยังเตือนว่า “การดำเนินการหรือการทำข้อตกลงฝ่ายเดียวใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าถ่ายลำ ต้องไม่มุ่งเป้าหรือสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม”
“หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้น จีนจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตน” โฆษกสถานทูตจีนระบุในแถลงการณ์ที่ส่งทางอีเมล