
สมรภูมิเซมิคอนดักเตอร์โลกกำลังเผชิญแรงคลื่นลมหมุนรอบใหม่ เมื่อหุ้นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีฝั่งเกาหลีใต้อย่าง Samsung และ SK Hynix ดิ่งลงอย่างหนักจนตลาดต้องตกตะลึง หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของกระแส AI และความเสี่ยงจากการอัดฉีดงบโครงสร้างพื้นฐานที่สูงลิ่ว
ชนวนเหตุสำคัญไม่ได้มาจากแค่ความกังวลเรื่องงบประมาณเท่านั้น แต่คือภาพการขยับก้าวใหญ่ของคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง "จีน" ที่กำลังรุกหนักด้วยการซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีผลิตชิปขั้นสูงเองในประเทศ จนเริ่มสร้างความสั่นคลอนให้กับบัลลังก์ชิปความจำระดับโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้สัปดาห์นี้ตกอยู่ในภาวะระส่ำระสายอย่างหนัก โดยดัชนี KOSPI ดิ่งลงรุนแรงกว่า 8-9% นำโดยการเทขายหุ้นกลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะหุ้น SK Hynix ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ดิ่งลงไปปิดที่ 143.02 ดอลลาร์ ซึ่งหลุดลงมาต่ำกว่าราคาเสนอขาย IPO ที่ 149 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่หุ้นในกรุงโซลของ Samsung Electronics ก็ร่วงลงใกล้เคียง 10% สะท้อนถึงการถอยทัพของนักลงทุนอย่างชัดเจน
ความตื่นตระหนกครั้งนี้ถูกจุดชนวนด้วยข่าวใหญ่จากฝั่งจีน หลังจากมีรายงานว่าบริษัทจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องพิมพ์ลายวงจรด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตชนิดลึก (DUV) ขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยเปิดทางให้ผู้ผลิตชิปจีนขยายกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความกังวลเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงและสงครามราคากลับมาหลอกหลอนผู้เล่นรายเดิมในตลาดอีกครั้ง บวกกับกระแสข่าวที่ Apple แอบวิ่งเต้นขอใช้ชิปจีนในผลิตภัณฑ์ของตน ยิ่งเติมเชื้อไฟให้หุ้นเทคโนโลยีผันผวนหนัก
นอกจากปัจจัยด้านการแข่งขันจากจีนแล้ว นักลงทุนยังเริ่มตั้งข้อสงสัยในความยั่งยืนของการทุ่มงบประมาณด้าน AI หลังมีรายงานว่า Nvidia อาจต้องให้หลักประกันทางการเงินสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ซึ่งทำให้เกิดคำถามใหญ่ในวอลล์สตรีทว่า ผู้นำชิปรายนี้กำลังต้องอุ้มเงินทุนให้ลูกค้าตัวเองเพื่อปั๊มยอดขายอยู่หรือไม่ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Nvidia ดิ่งลงตามไปเกือบ 5% และลามเป็นโดมิโนมาถึงซัพพลายเออร์เกาหลีใต้
ยิ่งไปกว่านั้น การเกิดใหม่ของโมเดล AI โอเพนซอร์สต้นทุนต่ำจากจีนอย่าง Kimi K3 กำลังท้าทายสมมติฐานเดิมของตลาดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากโมเดลยุคใหม่นี้ใช้พลังการประมวลผลน้อยลงอย่างมหาศาล ทำให้เกิดความกังวลว่า ความต้องการชิป AI ขั้นสูงและชิป HBM ในอนาคตอาจไม่ได้เติบโตสูงอย่างที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับการเปิดตัวอย่างร้อนแรงในตลาดหุ้นของ CXMT ยักษ์ใหญ่ชิปความจำของจีน ยิ่งย้ำเตือนว่าด่านหน้าของอุตสาหกรรมกำลังจะเปลี่ยนไป
แม้ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Alphabet จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดเมื่อช่วงต้นเดือน แต่ราคาหุ้นกลับไม่ได้ตอบรับในเชิงบวก ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนได้ซึมซับข่าวดีไปหมดแล้ว และกำลังเข้าสู่วาระของการระมัดระวังตัวสูงสุด ภาพการร่วงลงของตลาดหุ้นทั่วเอเชียในครั้งนี้ จึงอาจไม่ใช่เพียงแค่การปรับฐานชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของอภิมหาสงครามชิปและ AI ระหว่างมหาอำนาจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว