Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
UOB ชี้ AI หนุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน มองตลาดสหรัฐฯ-เอเชียเกิดใหม่มาแรง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

UOB ชี้ AI หนุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน มองตลาดสหรัฐฯ-เอเชียเกิดใหม่มาแรง

20 ส.ค. 69
15:21 น.
แชร์

โอกาสลงทุนจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ จากเดิมที่กระแสการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทผู้พัฒนาโมเดล AI เริ่มขยายไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ชิปหน่วยความจำ ระบบทำความเย็น ไปจนถึงการผลิตไฟฟ้าและโครงข่ายไฟฟ้าที่รองรับการประมวลผล

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ยูโอบี ประเทศไทย ยังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ระดับ Overweight ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยเน้นตลาดสหรัฐฯ และเอเชียเกิดใหม่ ซึ่งยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการภาคธุรกิจและการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของ AI ขณะเดียวกันได้ปรับลด Duration ของตราสารหนี้ เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูงและแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป

แม้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งการเติบโตที่แตกต่างกันในแต่ละภาคส่วน เงินเฟ้อที่กลับมาสูงขึ้น และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยูโอบีมองว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องถอยออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เพียงต้องเลือกให้ชัดเจนขึ้นว่าจะรับความเสี่ยงตรงไหน โดยยึดแนวคิด “Resilience over Perfection” หรือการสร้างพอร์ตที่รับมือกับความผันผวนได้ มากกว่าพยายามจับจังหวะตลาดให้ถูกต้องทุกครั้ง

Agentic AI ขยายโอกาสจากซอฟต์แวร์สู่โครงสร้างพื้นฐาน

ยูโอบีมองว่า Agentic AI เป็นหนึ่งในสามการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะมีอิทธิพลต่อผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาว หลังจาก Generative AI ในระยะแรกมุ่งเน้นการสร้างข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม สร้างเนื้อหา หรือสรุปข้อมูล ขณะที่ Agentic AI ก้าวไปอีกขั้นด้วยความสามารถในการวางแผน เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ ดึงข้อมูล ตรวจจับปัญหา และดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติ

พัฒนาการดังกล่าวทำให้โอกาสลงทุนจาก AI ขยายตัวไปไกลกว่าผู้ผลิตโมเดลและเซมิคอนดักเตอร์ แม้ทั้งสองส่วนยังเป็นหัวใจสำคัญของระบบ แต่การนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลายกำลังเพิ่มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานตลอดทั้งห่วงโซ่

ดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องมีระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง ระบบรับส่งข้อมูลความเร็วสูง และแหล่งจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ ขณะที่คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ชิปหน่วยความจำ และระบบเครือข่าย จะมีบทบาทมากขึ้นควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังประมวลผล

นายเอเบิล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า AI ไม่ได้อยู่เฉพาะในโลกของซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่กำลังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในโลกจริงมากขึ้น โดยบทต่อไปของ AI จะไม่ได้ตัดสินกันด้วยกำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว เพราะการจ่ายไฟ การเคลื่อนย้ายข้อมูล และการจัดการความร้อน ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้กัน

“พลังประมวลผลที่สูงขึ้นต้องมีระบบไฟฟ้าที่รองรับ และนี่กำลังเปลี่ยนจุดที่นักลงทุนควรมองหาธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากวัฏจักร AI” นายเอเบิลกล่าว

หุ้นจีนไม่ใช่เรื่องเดียว A-shares และ H-shares แยกเส้นทางชัดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประการที่สองเกิดขึ้นในตลาดจีน โดยยูโอบีมองว่าปัจจัยขับเคลื่อนหุ้น A-shares ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ และ H-shares ในตลาดนอกแผ่นดินใหญ่ กำลังแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงไม่ควรมองการลงทุนในหุ้นจีนเป็นภาพเดียวกันทั้งหมด

ภายใต้การคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวประมาณ 4.6% โดยมีภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หุ้น A-shares ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งพัฒนาการผลิตขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ การพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และแนวคิด “New Quality Productive Forces”

ในทางตรงกันข้าม ตลาด H-shares มีน้ำหนักของบริษัทแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่สูงกว่า โดยบางบริษัทยังเผชิญแรงกดดันจากการลงทุนด้านทุนในระดับสูงและการแข่งขันที่เข้มข้น ทำให้ปัจจัยที่กำหนดทิศทางผลประกอบการแตกต่างจากหุ้นในตลาดแผ่นดินใหญ่

ยูโอบีจึงเสนอให้ใช้กลยุทธ์แบบ Barbell สำหรับการลงทุนในจีน ด้วยการผสมผสานบริษัทที่สอดคล้องกับทิศทางนโยบายอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีน เข้ากับหุ้นนอกแผ่นดินใหญ่ที่มีมูลค่าน่าสนใจและมีโอกาสฟื้นตัวของกำไร

จาก “Just in Time” สู่ “Just in Case” เปิดวัฏจักรลงทุนระยะหลายปี

การเปลี่ยนแปลงประการที่สามคือ Strategic Reindustrialisation หรือการกลับมาลงทุนในกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากระบบการผลิตทั่วโลกตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพสูงสุดและการถือสินค้าคงคลังให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงด้านพลังงาน และการแข่งขันทางเทคโนโลยี กำลังทำให้รัฐบาลและภาคธุรกิจหันมาให้น้ำหนักกับความยืดหยุ่นและความมั่นคงมากขึ้น การจัดระบบการผลิตจึงเริ่มเปลี่ยนจากแนวคิด “Just in Time” ซึ่งเน้นประสิทธิภาพ ไปสู่ “Just in Case” ที่เตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเปิดวัฏจักรการลงทุนระยะหลายปี ครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พลังงานสะอาด วัตถุดิบสำคัญ ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

ยูโอบีมองว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักรระยะสั้น เพราะการลงทุนที่ในอดีตอาจถูกมองเป็นเพียงต้นทุน กำลังกลายเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจ

หุ้นยัง Overweight ลด Duration ตราสารหนี้รับดอกเบี้ยสูงนาน

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ ยูโอบีคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 1.7% ในปี 2569 โดยยังได้รับแรงสนับสนุนจากตลาดแรงงานและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI แม้ทิศทางการเติบโตของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจะเริ่มแตกต่างกันมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ ถูกคาดหมายว่าจะอยู่ที่ 3.5% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ยูโอบีจึงคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 ก่อนอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในปี 2570

ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ยูโอบียังคงน้ำหนักหุ้นที่ระดับ Overweight โดยเน้นบริษัทคุณภาพที่มีกำไรแข็งแกร่งและกระแสเงินสดชัดเจน พร้อมให้น้ำหนักมากกว่าตลาดกับหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

หุ้นเอเชียเกิดใหม่ยังคงได้รับน้ำหนัก Overweight เช่นกัน เนื่องจากโอกาสลงทุนกำลังขยายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่อุตสาหกรรมอื่นตามการฟื้นตัวของกำไร

ส่วนตราสารหนี้ ยูโอบีคงมุมมอง Neutral และเน้นตราสารหนี้ระดับ Investment Grade พร้อมลด Duration เฉลี่ยจากเดิม 5-7 ปี เหลือ 4-5 ปี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอัตราผลตอบแทนที่ยังน่าสนใจกับความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด โดยตราสารหนี้คุณภาพสูงยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่พอร์ต

สำหรับทองคำ ยูโอบีคงมุมมอง Neutral เนื่องจากราคาในระยะสั้นยังอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังมองว่าทองคำมีบทบาทเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว พร้อมให้เป้าหมายราคาทองคำที่ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 และ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาส 1 ปี 2570 อ้างอิงมุมมอง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569

สำหรับนักลงทุนไทย การกระจายความเสี่ยงในภาวะปัจจุบันไม่ควรหยุดอยู่เพียงการถือสินทรัพย์หลายประเภท แต่ควรสร้างแหล่งที่มาของผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ทั้งกำไรจากบริษัทคุณภาพ ธีมการเติบโตเชิงโครงสร้าง รายได้จากตราสารหนี้ และสินทรัพย์ที่ช่วยพยุงพอร์ตเมื่อเศรษฐกิจหรือตลาดเผชิญแรงกดดัน

นายเอเบิลกล่าวว่า นักลงทุนไม่จำเป็นต้องจับจังหวะตลาดให้ถูกต้องทุกครั้ง แต่ควรลงทุนอย่างต่อเนื่อง เน้นสินทรัพย์คุณภาพ และเลือกอย่างมีวินัยว่าจะรับความเสี่ยงตรงไหน เพราะตลาดแทบไม่เคยให้ความแน่นอนก่อนที่จะให้โอกาส ความแข็งแกร่งของพอร์ตจึงสำคัญกว่าการพยายามคาดการณ์ตลาดให้ถูกทุกครั้ง

แชร์
UOB ชี้ AI หนุนหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน มองตลาดสหรัฐฯ-เอเชียเกิดใหม่มาแรง