Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ค่ายรถหรูไล่บี้โรงงานจีน หลังบันฑิต 107 คนโดนเลิกจ้าง เกิดอะไรขึ้น?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ค่ายรถหรูไล่บี้โรงงานจีน หลังบันฑิต 107 คนโดนเลิกจ้าง เกิดอะไรขึ้น?

11 ก.ย. 69
15:31 น.
แชร์

เกิดอะไรขึ้นกับโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในจีน?

คลื่นความโกรธแค้นในตลาดแรงงานจีนกำลังลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก เมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับสากลอย่าง โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) และ บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ต่างพากันยื่นมือเข้าตรวจสอบ ฉางโจว ซิงหยู ออโตโมทีฟ ไลท์ติ้ง ซิสเต็มส์ (Changzhou Xingyu Automotive Lighting Systems) บริษัทผู้ผลิตระบบไฟฟ้ายานยนต์รายใหญ่ในมณฑลเจียงซูอย่างดุเดือด 

ชนวนเหตุสำคัญมาจากการที่ซัพพลายเออร์รายนี้ตัดสินใจเลิกจ้างบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงถึง 107 ชีวิต หลังจากที่พวกเขาเพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงานได้เพียงเดือนเศษเท่านั้น ความผิดพลาดในการจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างเร่งรีบและไร้เยื่อใยครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความบอบช้ำทางจิตใจให้แก่เด็กจบใหม่ท่ามกลางตลาดงานที่ยากลำบาก แต่กำลังกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สั่นคลอนเสถียรภาพและอนาคตทางธุรกิจของซิงหยูในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้

จุดเริ่มต้นของวิกฤต: เมื่อ 372 บัณฑิตใหม่ต้องเผชิญการปรับลดโครงสร้าง

บริษัท ฉางโจว ซิงหยู ออโตโมทีฟ ไลท์ติ้ง ซิสเต็มส์ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในมณฑลเจียงซู ได้เปิดรับสมัครบัณฑิตจบใหม่จากมหาวิทยาลัยเข้าทำงานรวม 372 คนในปีนี้ ทว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม ฝ่ายบริหารกลับประเมินแนวโน้มธุรกิจของตนเองผิดพลาด จนนำไปสู่การตัดสินใจโยกย้ายตำแหน่งหรือเลิกจ้างพนักงานใหม่บางส่วน 

แผนกทรัพยากรบุคคลจึงเริ่มเปิดฉากเจรจากับพนักงานใหม่ 140 คนในหลวงช่วงต้นเดือนสิงหาคม โดยผลปรากฏว่ามีเพียง 33 คนเท่านั้นที่ยังคงรักษาตำแหน่งเดิมเอาไว้ได้ ส่วนพนักงานใหม่อีก 107 คนที่เหลือถูกเลิกจ้างสัญญา

ในบรรดาบัณฑิตที่ถูกเลิกจ้างทั้งหมด 107 คนนี้ แบ่งออกเป็นผู้ถือวุฒิปริญญาตรี 75 คน และวุฒิปริญญาโท 32 คน เมื่อพิจารณาตามสายงานพบว่ามี 60 คนทำงานอยู่ในแผนกการผลิตและการสร้างสรรค์, 39 คนทำงานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และอีก 8 คนปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทอื่น ๆ รวมถึงงานวิศวกรรมควบคุมและโครงการ การเลิกจ้างพนักงานกลุ่มใหญ่ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานนี้ จึงจุดชนวนความสนใจและกระแสต่อต้านจากสาธารณชนอย่างรวดเร็ว

กระบวนการที่ไร้ชั้นเชิงและเสียงสะท้อนจากความอึดอัดใจ

สถานการณ์ยิ่งบานปลายเมื่อมีบันทึกเสียงรั่วไหลออกมา ซึ่งระบุว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบถูกยื่นทางเลือกให้เลือกระหว่างการลาออกโดยแลกกับเงินชดเชยเพียงครึ่งเดือน หรือถูกบังคับให้โยกย้ายไปทำงานระดับปฏิบัติการหน้างานในโรงงานที่ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าเดิม สื่อของรัฐอย่าง China Daily ได้รายงานประเด็นดังกล่าว ขณะที่บัณฑิตจบใหม่รายหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกได้เปิดเผยกับสำนักข่าวท้องถิ่น เดอะ ปักกิ่ง นิวส์ (The Beijing News) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมว่า ทางบริษัทไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการเจรจาใด ๆ เลยตลอดกระบวนการเลิกจ้าง

“ไม่มีการเจรจา ไม่มีการสื่อสาร และไม่มีการประนีประนอมตลอดกระบวนการทั้งหมด” บัณฑิตนิรนามรายนี้กล่าวระบายความอัดอั้น ต่อมาในวันที่ 25 สิงหาคม หน่วยงานท้องถิ่นเปิดเผยผลการสอบสวนโดยระบุว่า ซิงหยูได้ “ดำเนินการหารือในลักษณะที่เรียบง่ายและไร้ชั้นเชิง” สอดคล้องกับความเห็นของสำนักทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางสังคมเทศบาลฉางโจว ที่ออกมายืนยันว่าการขาดการสื่อสารที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพได้ส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างรุนแรง

มาตรการลงโทษผู้บริหารระดับสูงและการเยียวยาชดเชย

ท่ามกลางกระแสกดดันจากสังคมและหน่วยงานรัฐ ซิงหยูได้ออกแถลงการณ์ขอโทษเบื้องต้นในวันที่ 27 สิงหาคม ก่อนจะตามมาด้วยแถลงการณ์ฉบับละเอียดในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน โดยบริษัทยอมรับความบกพร่องและระบุว่าฝ่ายบริหารประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและดำเนินการอย่าง “รีบร้อน” โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าบัณฑิตเหล่านี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ทางบริษัทยอมรับว่าพนักงานบางส่วนมีท่าทีที่ “เรียบง่ายและไร้ชั้นเชิง” ในระหว่างการเจรจาจนสร้าง “ความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ” และประกาศว่าบริษัทพร้อมแบกรับความรับผิดชอบต่อคำวิจารณ์ทั้งหมด

ผลกระทบครั้งนี้ได้สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงอย่างรุนแรง:

  • โจว เสี่ยวผิง (Zhou Xiaoping) ผู้จัดการทั่วไป ถูกลงโทษด้วยการตัดเงินเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี
  • หลี่ ซู่จุน (Li Shujun) รองผู้จัดการทั่วไป ถูกตัดเงินเดือนเป็นเวลาหกเดือนพร้อมทั้งถูกปรับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ
  • หยู จื่อหมิง (Yu Zhiming) ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกพักงาน ถูกตัดสินไล่อออกอย่างเป็นทางการ
  • หลี่ เหมย (Li Mei) หัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคล ถูกลดขั้นและโยกย้ายตำแหน่ง

ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซิงหยูได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและการจ้างงาน โดยบัณฑิตแต่ละคนได้รับเงินสดก้อนเดียวจำนวน 15,000 หยวน (ประมาณ 2,235 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพขณะหางานใหม่ สำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถหางานได้ภายในสามเดือน บริษัทจะจ่ายเงินเดือนชดเชยให้เป็นเวลาหกเดือน 

นอกจากนี้บริษัทยังได้คืนเงินค่าเดินทางให้กับนักศึกษาที่เดินทางเข้ามาสัมภาษณ์งานในฉางโจว รวมถึงจัดหาที่พักฟรีให้แก่ผู้ที่ยังอาศัยอยู่ในหอพักของบริษัท โดยข้อมูลระบุว่าณ วันจันทร์ที่ผ่านมา มีบัณฑิตที่ได้รับผลกระทบจำนวน 71 คนที่สามารถหางานใหม่ได้แล้ว ซึ่งได้รับความช่วยเหลือด้านการจัดมหกรรมรับสมัครงานและการแนะนำตำแหน่งว่างจากหน่วยงานท้องถิ่นในฉางโจวควบคู่กันไป

แรงกระแทกข้ามพรมแดนและการตรวจสอบจากค่ายรถยนต์ระดับโลก

วิกฤตแรงงานครั้งนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่ปัญหาภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของซิงหยูยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากลูกค้ารายใหญ่ระดับนานาชาติ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบไฟฟ้ายานยนต์ให้กับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลก อาทิ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen), เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz), บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) รวมไปถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีนอีกหลายราย

เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า โฟล์คสวาเกนได้เริ่มกระบวนการสอบสวนกรณีการเลิกจ้างดังกล่าวแล้ว และจะดำเนิน “ขั้นตอนที่เหมาะสม” ทันทีที่ผลการตรวจสอบเสร็จสิ้น โฟล์คสวาเกนระบุในแถลงการณ์ว่า “คุณค่าและสิทธิขั้นพื้นฐานจะต้องได้รับการเคารพและปกป้องทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานของเรา และเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดใด ๆ” พร้อมระบุว่าการตรวจสอบนี้ถือเป็น “ขั้นตอนมาตรฐาน” ต่อมาในวันที่ 9 กันยายน สื่อจีนอย่าง ซิกส์ โทน (Sixth Tone) รายงานอ้างอิงสื่อท้องถิ่นเพิ่มเติมว่า ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยูต่างก็ได้รับรายละเอียดของคดีนี้และได้เปิดฉากการตรวจสอบซิงหยูในลักษณะเดียวกันแล้วเช่นกัน

แชร์
ค่ายรถหรูไล่บี้โรงงานจีน หลังบันฑิต 107 คนโดนเลิกจ้าง เกิดอะไรขึ้น?