Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
รู้จัก‘CXMT’ ดาวรุ่งชิปจีน วันแรกหุ้นทะยาน472% ดันมูลค่าบริษัทแซงIntel
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

รู้จัก‘CXMT’ ดาวรุ่งชิปจีน วันแรกหุ้นทะยาน472% ดันมูลค่าบริษัทแซงIntel

27 ก.ค. 69
17:25 น.
แชร์

ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของจีน เปิดตัวในตลาดทุนอย่างร้อนแรง หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 472% ในช่วงเปิดการซื้อขายวันแรกบนกระดาน STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อวันจันทร์ โดยหุ้นเริ่มซื้อขายที่ 49.50 หยวนต่อหุ้น สูงกว่าราคาเสนอขาย 8.66 หยวนถึง 465.8% ก่อนปิดตลาดลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49 หยวน

ราคาหุ้นที่ทะยานขึ้นส่งให้ CXMT มีมูลค่าตามราคาตลาดประมาณ 3.28-3.3 ล้านล้านหยวน หรือราว 484,000-487,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก้าวขึ้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงเวลาหนึ่ง และมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาบริษัทจีนที่จดทะเบียนทั้งหมด เป็นรองเพียง Tencent Holdings ซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงเล็กน้อย

มูลค่าตลาดของ CXMT ยังแซงหน้า Intel ผู้ผลิตไมโครโปรเซสเซอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่า 464,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง Cisco ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายที่มีมูลค่า 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เบื้องหลังความร้อนแรงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงขนาดของ IPO แต่ยังรวมถึงกำไรที่กำลังพลิกฟื้น ส่วนแบ่งตลาด DRAM ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และโอกาสจากภาวะชิปหน่วยความจำขาดแคลน หลังผู้ผลิตรายใหญ่โยกกำลังการผลิตไปสู่ HBM และชิปพรีเมียมมากขึ้น

CXMT คือใคร ทำไมจึงถูกจับตาในตลาดชิปโลก

CXMT หรือ ChangXin Memory Technologies ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเหอเฝย์ มณฑลอานฮุย บริษัทดำเนินธุรกิจตั้งแต่การออกแบบ วิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการผลิตและจำหน่ายชิปหน่วยความจำ DRAM ซึ่งใช้ในสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ รถยนต์ เซิร์ฟเวอร์ และระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ DDR4 และ DDR5 ไปจนถึง LPDDR5/5X

ปัจจุบัน CXMT เป็นผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ที่สุดของจีนและอันดับ 4 ของโลก รองจาก Samsung Electronics, SK Hynix และ Micron Technology

ข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่า ส่วนแบ่งรายได้ในตลาด DRAM โลกของ CXMT เพิ่มจาก 3% ในไตรมาสแรกของปี 2568 เป็น 8% ในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนการเติบโตจากผู้ผลิตที่เน้นตลาดจีนไปสู่คู่แข่งสำคัญในตลาดโลก

กระแสลงทุนใน AI และศูนย์ข้อมูลช่วยผลักดันความต้องการชิปหน่วยความจำและราคาตลาดให้สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้ไตรมาสแรกของปี 2569 ของ CXMT เพิ่มขึ้น 719% เป็น 50,800 ล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทแม่อยู่ที่ราว 24,800 ล้านหยวน พลิกจากขาดทุนราว 1,600 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทคาดว่ารายได้ครึ่งปีแรกจะอยู่ที่ 110,000-120,000 ล้านหยวน และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทแม่ 50,000-57,000 ล้านหยวน

ฐานลูกค้าของ CXMT ครอบคลุมบริษัทเทคโนโลยีจีนรายใหญ่ เช่น Tencent, Alibaba Cloud, ByteDance, Lenovo และ Xiaomi นอกจากนี้ Reuters ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า CXMT ได้ทำข้อตกลงระยะยาวเพื่อจัดส่ง DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ให้ Tencent มูลค่ามากกว่า 20,000 ล้านหยวน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3-5 ปี แม้ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน บริษัทกำลังเร่งขยายกำลังผลิตจากโรงงานในเหอเฝย์และปักกิ่ง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมประมาณ 300,000 เวเฟอร์ต่อเดือน พร้อมก่อสร้างโรงงาน DRAM แห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้ โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 600,000 เวเฟอร์ต่อเดือน รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า โครงการในเขตผู่ตงมีคนงานก่อสร้างอยู่ประมาณ 3,400 คน

โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ CXMT ยังสะท้อนความเชื่อมโยงกับนโยบายอุตสาหกรรมชิปของจีน โดยนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลเมืองเหอเฝย์ถือหุ้นรวมประมาณ 36.8% ก่อนเข้าตลาด และหากรวมหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมณฑลอานฮุย สัดส่วนการถือหุ้นที่เชื่อมโยงกับภาครัฐจะอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัท ผู้ถือหุ้นยังรวมถึงกองทุนอุตสาหกรรมวงจรรวมแห่งชาติของจีน หรือ “Big Fund”

อย่างไรก็ตาม แม้ CXMT จะเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทยังตามหลังคู่แข่งในเทคโนโลยีหน่วยความจำขั้นสูง และเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิปจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ CXMT จึงถูกจับตาทั้งในฐานะความหวังด้านการพึ่งพาตนเองของจีน และคู่แข่งรายใหม่ที่อาจเปลี่ยนสมดุลของตลาด DRAM โลกในอนาคต

IPO ใหญ่สุดในเอเชีย ดันมูลค่าบริษัทแซง Intel

ก่อนหน้านี้ CXMT สามารถระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นส่วนแรกได้อย่างน้อย 57,900 ล้านหยวน หรือประมาณ 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การเข้าจดทะเบียนครั้งนี้กลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียนับตั้งแต่ต้นปี และสร้างสถิติใหม่ให้กับตลาด STAR Market ซึ่งเป็นกระดานซื้อขายหุ้นเทคโนโลยีของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้

ยอดระดมทุนดังกล่าวแซงหน้า Semiconductor Manufacturing International Corp. หรือ SMIC ซึ่งเคยระดมทุนได้ 53,200 ล้านหยวนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดเดียวกันเมื่อปี 2563

CXMT ยังมีสิทธิขายหุ้นเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายครั้งแรก หากใช้สิทธิดังกล่าวเต็มจำนวน มูลค่าการระดมทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 66,600 ล้านหยวน

อย่างไรก็ตาม ขนาด IPO ของ CXMT ยังต่ำกว่าการระดมทุน 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ SK hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนนี้ รวมถึง SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งระดมทุนได้ประมาณ 86,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตามข้อมูลของ FactSet

ความต้องการซื้อหุ้น CXMT มาจากนักลงทุนหลายกลุ่ม หนึ่งในนั้นคือ High-Flyer Quant กองทุนเฮดจ์ฟันด์เชิงปริมาณที่มีเหลียง เหวินเฟิง ผู้ก่อตั้ง DeepSeek เป็นเจ้าของ

การเปิดตัวอย่างร้อนแรงของ CXMT เกิดขึ้นหลังรัฐบาลจีนดำเนินมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพความเชื่อมั่นในตลาด และสวนทางกับภาพรวมตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่ปรับตัวลดลงในเดือนนี้ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าการลงทุนใน AI อาจมากเกินไป รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น

ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เปราะบาง หุ้น CXMT กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ราคาที่เปิดสูงกว่าราคาเสนอขายหลายเท่าทำให้บริษัทขึ้นแท่นเป็นบริษัทจดทะเบียนมูลค่าสูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ทันที และมีมูลค่าตลาดสูงกว่า Intel และ Cisco แม้ในเชิงเทคโนโลยี CXMT ยังมีช่องว่างจากผู้ผลิตชั้นนำอยู่มากก็ตาม

กำไรพลิกฟื้น ส่วนแบ่งตลาดโต หนุนหุ้นมาแรง

ปัจจัยสำคัญที่หนุนความร้อนแรงของหุ้น CXMT คือผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยหนังสือชี้ชวนระบุว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 50,000-57,000 ล้านหยวนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พลิกจากผลขาดทุน 2,300 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เรย์ หวัง หัวหน้าทีมวิเคราะห์ตลาดหน่วยความจำของ SemiAnalysis มองว่า การฟื้นตัวดังกล่าวเกิดจากวัฏจักรขาขึ้นของตลาดมากกว่าความแข็งแกร่งเฉพาะตัวของ CXMT สะท้อนจากไตรมาสแรกที่ยอดจัดส่งของบริษัทในรูปปริมาณบิตเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยพุ่งขึ้นถึง 57%

ราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากภาวะอุปสงค์และอุปทานในตลาด DRAM ที่ไม่สมดุล ตลอดสองปีที่ผ่านมา Samsung, SK hynix และ Micron ต่างโยกกำลังการผลิตเวเฟอร์ไปยัง HBM และ DRAM ความจุสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้อุปทาน DRAM ทั่วไปตึงตัวและเปิดโอกาสให้ CXMT เข้ามาเติมเต็มความต้องการของตลาด

การเปลี่ยนสายการผลิตไปสู่ HBM ยังจำกัดปริมาณชิปที่ผลิตได้ เนื่องจาก HBM ขนาด 1 กิกะไบต์ใช้พื้นที่เวเฟอร์มากกว่า DRAM ทั่วไปราวสามเท่า ดังนั้น ทุกครั้งที่ผู้ผลิตโยกกำลังการผลิตไปยัง HBM ปริมาณบิต DRAM ที่หายไปจึงมากกว่าปริมาณที่เพิ่มกลับเข้ามา

หวังคาดว่า ภาวะอุปทานตึงตัวจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2570 และอาจลากยาวถึงปี 2571 แม้ผู้ผลิตรายใหญ่จะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ แต่ SemiAnalysis ประเมินว่ายังไม่เพียงพอปิดช่องว่าง โดยในปี 2569 Samsung จะเพิ่มกำลังการผลิต 15,000 เวเฟอร์ต่อเดือน SK hynix เพิ่ม 60,000 เวเฟอร์ และ Micron เพิ่ม 30,000 เวเฟอร์ เทียบกับ CXMT ที่เตรียมเพิ่มถึง 85,000 เวเฟอร์ต่อเดือน

แบบจำลองของ SemiAnalysis ประเมินว่า ในปี 2569 ปริมาณชิปในตลาดจะต่ำกว่าความต้องการในระดับเลขหลักเดียวช่วงบน ก่อนที่ช่องว่างจะขยายเป็นระดับเลขสองหลักช่วงต้นถึงกลางในปี 2570 โดยภาวะขาดแคลนน่าจะปรากฏชัดในตลาดชิประดับราคาต่ำก่อน ขณะที่ UBS ระบุว่า ราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ช่วงต้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเกือบ 95% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำให้ผู้ผลิตพีซีต้องเร่งหาซัพพลายเออร์รายอื่นที่ยังมีสินค้าเพียงพอ

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำลังการผลิตของ CXMT ถูกจองเต็มจนถึงสิ้นปี 2570 ตามรายงานของ DigiTimes ซึ่งอ้างแหล่งข่าวในห่วงโซ่อุปทาน โดย Dell, HP, Lenovo และ Apple อยู่ในกลุ่มแรกที่จะได้รับสินค้า ขณะที่แบรนด์ขนาดเล็กยังต้องรอการจัดสรร

ภาวะอุปทานตึงตัวยังทำให้ CXMT ไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ลดราคา Reuters รายงานว่า ชิป DDR5 ของบริษัทจำหน่ายได้ในราคาใกล้เคียงกับผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสาม และล่าสุดยังมีราคาสูงกว่าโมดูลเซิร์ฟเวอร์ระดับใกล้เคียงกันของ Samsung

แม้เทคโนโลยีของ CXMT ยังตามหลังผู้ผลิตชั้นนำ แต่ในตลาดที่สินค้าขาดแคลน ความสามารถในการส่งมอบกลับมีความสำคัญมากกว่า

เจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ระบุว่า สำหรับหน่วยความจำทั่วไปอย่าง DDR4 และ DDR5 ผู้บริโภคแทบไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างชิปแต่ละรายได้ สิ่งที่ผู้ผลิตพีซีให้ความสำคัญจึงเป็นปริมาณสินค้าที่จัดหาได้ ทำให้ CXMT กลายเป็นซัพพลายเออร์ทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาด

เดิมพัน DRAM เติมช่องว่างที่ยักษ์ใหญ่เปิดไว้

หนังสือชี้ชวนของ CXMT ระบุว่า บริษัทจะนำเงิน 29,500 ล้านหยวนไปลงทุนในโครงการหลักสามโครงการ โดยเกือบ 70% หรือประมาณ 20,500 ล้านหยวน จะใช้ขยายสายการผลิตเวเฟอร์และยกระดับกระบวนการผลิต DRAM ที่มีอยู่ ส่วนที่เหลือจะสนับสนุนการวิจัยเทคโนโลยี DRAM ในอนาคต

CXMT ระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นส่วนแรกได้ 57,900 ล้านหยวน เกือบสองเท่าของวงเงินที่จัดสรรให้โครงการหลักทั้งสาม บริษัทระบุว่าเงินส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่ไม่ได้แจกแจงรายละเอียดเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญคือ หนังสือชี้ชวนไม่ได้ระบุโครงการหรือวงเงินลงทุนสำหรับหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM โดยเฉพาะ SemiAnalysis จึงมองว่า การระดมทุนครั้งนี้มุ่งเสริมฐานการผลิตและเทคโนโลยี DRAM เดิมของ CXMT มากกว่าการขยายธุรกิจ HBM ในระยะใกล้

การไม่ระบุแผนลงทุน HBM อาจสะท้อนว่า CXMT ยังไม่พร้อมขยายการผลิตในระดับที่สร้างกำไรได้ หรืออาจเป็นการเลือกทุ่มทรัพยากรไปยัง DRAM ทั่วไป ซึ่ง Samsung Electronics และ SK hynix ลดความสำคัญลงเพื่อหันไปผลิตสินค้าพรีเมียมมากขึ้น กลยุทธ์ดังกล่าวมีเหตุผลทางธุรกิจ เพราะ DRAM ทั่วไปยังสร้างรายได้ให้ CXMT มากกว่า HBM ที่บริษัทผลิตเอง อีกทั้งยังให้ปริมาณบิตต่อเวเฟอร์มากกว่าสามเท่า

นอกจากช่องว่างจากการปรับกำลังการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่แล้ว ความต้องการภายในจีนยังเป็นแรงหนุนสำคัญ คิม ยัง-แพง จากสถาบันเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรมและการค้าแห่งเกาหลี มองว่า มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนไม่สามารถเข้าถึงชิปเร่งประมวลผลรุ่นล่าสุด จึงหันไปใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าระบบของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลหนึ่งระดับ

ระบบเหล่านี้ไม่ได้พึ่งพา HBM เป็นหลัก แต่เพิ่มความต้องการ DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์อเนกประสงค์ ขณะเดียวกัน เซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องใช้หน่วยความจำมากกว่าอุปกรณ์เคลื่อนที่ และมีสัญญาจัดซื้อขนาดใหญ่กว่า จึงช่วยเปิดตลาดให้ผู้ผลิต DRAM อย่าง CXMT

Reuters รายงานว่า ในเดือนกรกฎาคม 2569 CXMT ลงนามในสัญญาจัดหา DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ระยะเวลาห้าปีกับ ByteDance มูลค่ากว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทำข้อตกลงลักษณะเดียวกันกับ Tencent มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนมิถุนายน

แรงส่งจากลูกค้าเซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ของ CXMT เพิ่มขึ้นจาก 8.4% ในปี 2567 เป็น 26.5% ในปี 2568 สะท้อนว่าบริษัทกำลังใช้ฐานการผลิต DRAM ทั่วไปเติมช่องว่างที่ผู้ผลิตชั้นนำเปิดไว้ พร้อมขยายเข้าสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์ภายในจีนอย่างรวดเร็ว

มูลค่าแซง Intel แต่เทคโนโลยียังตามหลัง

แม้มูลค่าตลาดของ CXMT จะพุ่งแซง Intel และ Cisco แต่ไม่ได้หมายความว่าขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของบริษัทก้าวขึ้นมาเหนือผู้ผลิตชิปชั้นนำแล้ว SemiAnalysis ประเมินว่า ต้นทุนการผลิต DDR5 ต่อบิตของ CXMT ยังสูงกว่าผู้ผลิตรายใหญ่สามรายมากกว่า 30%

ช่องว่างยิ่งชัดเจนในตลาด HBM โดยแบบจำลองของ SemiAnalysis ประเมินว่า HBM3 แบบซ้อนแปดชั้น หรือ 8-high ของ CXMT มีอัตราผลได้โดยรวมเพียงประมาณ 25% ขณะที่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเปิดเผยกับ Reuters ว่า เทคโนโลยี HBM ของบริษัทยังตามหลังคู่แข่งอยู่สองเจเนอเรชัน

การเติบโตของ CXMT ในปัจจุบันจึงยังขับเคลื่อนด้วย DRAM ทั่วไปเป็นหลัก บริษัทสามารถใช้กำลังการผลิตเติมช่องว่างของตลาดและทำประโยชน์จากราคาชิปที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่พร้อมแข่งขันโดยตรงกับ Samsung Electronics และ SK hynix ในตลาด HBM ขั้นสูง

นักวิเคราะห์เกาหลีใต้จึงมองว่า CXMT เป็นความเสี่ยงในอนาคตมากกว่าภัยคุกคามในปัจจุบัน อี มิน-ฮี จาก BNK Investment & Securities ระบุว่า บริษัทกำลังเข้าสู่กระบวนการรับรองเป็นซัพพลายเออร์ของผู้ผลิตพีซีและสมาร์ตโฟนระดับโลกอย่างจริงจัง หากประสบความสำเร็จ CXMT อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตชิปหน่วยความจำเกาหลีใต้มากขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่วัฏจักรขาลงรอบถัดไป

ด้าน ลินดา ซุย ผู้ก่อตั้งและนักวิเคราะห์หลักของ Smart Analytics Global จัดอันดับพัฒนาการที่ Samsung และ SK hynix ควรจับตา โดยความสามารถในการผลิต HBM เชิงพาณิชย์เป็นความเสี่ยงอันดับแรก รองลงมาคือการได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อชาติตะวันตกในฐานะซัพพลายเออร์ทางเลือกที่น่าเชื่อถือ ส่วนการขยายกำลังผลิตชิประดับล่าง ซึ่ง CXMT กำลังดำเนินการอยู่ ถูกจัดไว้เป็นอันดับสุดท้าย

การขยายตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียม ตลอดจนการเพิ่มยอดขายในอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นและเซิร์ฟเวอร์ จึงยังเป็นเพียงขั้นตอนปูทางไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า จุดเปลี่ยนสำคัญจะอยู่ที่ว่า CXMT สามารถพัฒนาเทคโนโลยี HBM พร้อมสร้างการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกได้หรือไม่ หากทำได้ บริษัทจึงจะเริ่มมีอิทธิพลต่อห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำโลกอย่างมีนัยสำคัญภายในสองถึงสามปีข้างหน้า


อ้างอิง: Nikkei Asia, Reuters, The Korea Herald, Semianalysis, Counterpoint Research

แชร์
รู้จัก‘CXMT’ ดาวรุ่งชิปจีน วันแรกหุ้นทะยาน472% ดันมูลค่าบริษัทแซงIntel