Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทองคำหลังตัวเลขเงินเฟ้อ: โอกาส ความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนควรจับตา
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทองคำหลังตัวเลขเงินเฟ้อ: โอกาส ความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนควรจับตา

14 ส.ค. 69
21:07 น.
แชร์

Article Stories by SET Zooom in จะพาไปดูแนวโน้มราคาทองคำหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวว่าจะสามารถปรับขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายลง ตลาดการเงินมักตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดทองคำซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การตีความว่า “เงินเฟ้อลดลง” ไม่ได้หมายความว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะปรับลดดอกเบี้ยลงในเวลาอันใกล้ ยิ่งเมื่อแรงกดดันด้านราคายังอยู่เหนือเป้าหมายระยะยาวของเฟด ภาพการลงทุนในทองคำจึงควรถูกมองผ่านหลายปัจจัย

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ หรือ CPI เดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อน และ 2.5% จากปีก่อน ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI ทรงตัวจากเดือนก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้น 4.7% จากปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้ช่วยบอกได้ว่าแรงกดดันด้านราคาบางหมวดเริ่มผ่อนลง แต่เงินเฟ้อโดยรวมยังไม่ใช่ประเด็นที่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์

เงินเฟ้อที่ชะลอ ไม่เท่ากับราคาสินค้าลดลง

ประเด็นแรกที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจคือ ความแตกต่างระหว่าง “เงินเฟ้อชะลอตัว” กับ “ราคาสินค้าลดลง” เงินเฟ้อที่ชะลอตัวหมายถึงราคายังเพิ่มขึ้นอยู่ แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง ไม่ได้หมายความว่าระดับราคาสินค้าและบริการจะกลับไปสู่จุดเดิมในอดีต

ตัวอย่างเช่น หากราคาสินค้าปรับขึ้น 5% ในปีหนึ่ง และเพิ่มขึ้นอีก 3% ในปีถัดมา อัตราเงินเฟ้อได้ลดลงจาก 5% เหลือ 3% แต่ผู้บริโภคยังคงต้องจ่ายในระดับราคาที่สูงกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่เฟดไม่อาจตัดสินทิศทางนโยบายจากตัวเลขเดือนเดียว และยังต้องประเมินความต่อเนื่องของข้อมูลในหลายหมวดสินค้าและบริการ

สำหรับเดือนกรกฎาคม ดัชนีราคาพลังงานของสหรัฐฯ ลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและเงินเฟ้อพื้นฐานบางรายการยังปรับเพิ่มขึ้น ภาพดังกล่าวจึงสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ไม่เท่ากันในแต่ละหมวด และทำให้การสรุปว่าเงินเฟ้อ “หมดปัญหาแล้ว” ยังเร็วเกินไป

เหตุใดข่าวเงินเฟ้อจึงมีผลต่อทองคำ

ทองคำไม่ได้ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ผลตอบแทนของผู้ถือครองจึงขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของราคาเป็นสำคัญ เมื่ออัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง นักลงทุนอาจมองว่าสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดมีความน่าสนใจมากขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองคำจึงสูงขึ้นตามไปด้วย

ในทางกลับกัน หากข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุนความคาดหวังว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์อาจลดแรงกดดันลง ซึ่งมักเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อทองคำ

แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะราคาทองคำยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น เช่น

  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
  • การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ความต้องการทองคำจากธนาคารกลาง นักลงทุน และกองทุน ETF
  • ความคาดหวังต่อเศรษฐกิจจีนและอุปสงค์ภาคเครื่องประดับ
  • ภาวะสภาพคล่องและความผันผวนในตลาดการเงิน

ดังนั้น แม้เงินเฟ้อที่อ่อนลงอาจช่วยหนุนความสนใจในทองคำ แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อเนื่อง

เฟดยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง

ในการประชุมวันที่ 28–29 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด มีมติคงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50–3.75% โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับสูง สาระสำคัญนี้บ่งชี้ว่าเฟดต้องการเห็นหลักฐานที่ชัดเจนและต่อเนื่องกว่านี้ก่อนปรับท่าทีด้านนโยบาย

การตัดสินใจของเฟดไม่ได้พิจารณา CPI เพียงชุดเดียว แต่ติดตามข้อมูลหลายด้านควบคู่กัน ได้แก่ ตลาดแรงงาน การเติบโตของค่าจ้าง เงินเฟ้อภาคบริการ การใช้จ่ายภาคครัวเรือน ภาวะสินเชื่อ ตลอดจนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและปัจจัยด้านอุปทาน

จุดที่น่าสังเกตคือ การประชุมเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีกรรมการบางส่วนเห็นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตอกย้ำว่าภายในคณะกรรมการยังมีมุมมองแตกต่างกันต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ นักลงทุนจึงไม่ควรแปลงข่าวเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายเพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นข้อสรุปว่ารอบดอกเบี้ยขาขึ้นสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน

การประชุมเดือนกันยายน: ตลาดกำลังรอคำตอบจากข้อมูลชุดใหม่

คณะกรรมการ FOMC มีกำหนดประชุมในวันที่ 15–16 กันยายน 2569 ก่อนถึงวันดังกล่าว ตลาดจะได้รับข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคม รวมถึง CPI และ PPI เดือนสิงหาคม

การติดตามข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะช่วยตอบคำถามว่าเงินเฟ้อที่อ่อนลงเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหรือเป็นเพียงผลชั่วคราวจากหมวดพลังงานและความผันผวนระยะสั้น หากเงินเฟ้อพื้นฐานและค่าจ้างยังขยายตัวในระดับสูง เฟดอาจยังคงใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวัง แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับลดลงบ้างก็ตาม

ในทางตรงกันข้าม หากข้อมูลด้านราคาและตลาดแรงงานอ่อนลงพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง ตลาดอาจปรับเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่นโยบายการเงินจะผ่อนคลายในอนาคต ซึ่งอาจมีผลต่อทั้งตลาดตราสารหนี้ ค่าเงินดอลลาร์ หุ้น และทองคำ

สิ่งที่ผู้ลงทุนทองคำควรดูมากกว่าราคาวันต่อวัน

ความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้ผู้ลงทุนสนใจเฉพาะราคาทองคำในแต่ละวัน แต่การตัดสินใจลงทุนที่รอบคอบควรเริ่มจากการกำหนดบทบาทของทองคำในพอร์ตลงทุนก่อน

ทองคำมักถูกใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง และอาจทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ค่าเงิน หรือเหตุการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน แต่ทองคำก็มีความผันผวน และอาจปรับลดลงได้มากเมื่ออัตราดอกเบี้ยจริงเพิ่มขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า หรือความกังวลของตลาดคลี่คลายลง

ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาอย่างน้อย 4 ประเด็น

  • วัตถุประสงค์การลงทุน ถือทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง ป้องกันความผันผวน หรือเก็งกำไรระยะสั้น
  • สัดส่วนในพอร์ต ควรกำหนดให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ไม่กระจุกตัวในสินทรัพย์เดียว
  • รูปแบบการลงทุน ทองคำแท่ง กองทุนทองคำ กองทุน ETF สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และหุ้นเหมืองทอง มีความเสี่ยง ต้นทุน และสภาพคล่องต่างกัน
  • ค่าเงินและต้นทุน ผลตอบแทนไม่ได้ขึ้นกับราคาทองคำโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และส่วนต่างราคาในประเทศ

ตัวอย่างเช่น หากราคาทองคำโลกปรับขึ้น แต่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ผลตอบแทนในสกุลเงินบาทอาจน้อยกว่าที่คาด หรือบางช่วงอาจไม่เป็นบวกเลย ผู้ลงทุนจึงควรมองทั้งราคาทองคำโลกและทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กัน

อย่าให้ความคาดหวังนำหน้าข้อเท็จจริง

ในช่วงที่ตลาดคาดการณ์นโยบายเฟดอย่างเข้มข้น ราคาสินทรัพย์อาจปรับตัวล่วงหน้าก่อนการประกาศจริงได้มาก นั่นทำให้ความเสี่ยงไม่ได้อยู่เพียง “เฟดจะขึ้นหรือลดดอกเบี้ย” แต่รวมถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ตลาดคาดหวังกับสิ่งที่เฟดตัดสินใจ

หากตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะผ่อนคลายมาก แต่เฟดส่งสัญญาณว่าต้องคงนโยบายเข้มงวดต่อไป ราคาทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรได้ แม้ข้อมูลเงินเฟ้อจะไม่ได้แย่ลงก็ตาม ในทางกลับกัน หากข้อมูลออกมาดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและทองคำอาจกลับมาเพิ่มขึ้นได้

การลงทุนจึงควรตั้งอยู่บนแผนที่ชัดเจนมากกว่าการไล่ตามข่าว ควรกำหนดสัดส่วนลงทุน จุดทบทวนพอร์ต และเงื่อนไขในการปรับลดหรือเพิ่มความเสี่ยงล่วงหน้า

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดช่วยให้ตลาดเห็นสัญญาณการผ่อนคลายของแรงกดดันด้านราคาในบางส่วน และเป็นปัจจัยที่ทำให้ทองคำยังได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อโดยรวมยังอยู่เหนือเป้าหมายของเฟด และ PPI ที่ขยายตัวในอัตราสูงเมื่อเทียบรายปีสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านต้นทุนยังไม่หายไป

ทิศทางทองคำในระยะต่อไปจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำถามว่าเฟดจะ “คง” ดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับเส้นทางของเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน ผลตอบแทนพันธบัตร ค่าเงินดอลลาร์ และความคาดหวังของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

สำหรับนักลงทุน แนวทางที่เหมาะสมคือ ใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารพอร์ต ไม่ใช่เป็นคำตอบทั้งหมดของการลงทุน การกระจายความเสี่ยง การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมาย และการติดตามข้อมูลล่าสุดอย่างมีวินัย ยังคงสำคัญกว่าการตัดสินใจจากข่าวระยะสั้น

ติดตามบทความนี้ในรูปแบบคลิป VDO ได้ใน YouTube SET Zooom in

กด Subscribe กด กระดิ่งแจ้งเตือน www.youtube.com/@SETZooomin ซูมชัด ๆ มีโอสามตัว

แชร์
ทองคำหลังตัวเลขเงินเฟ้อ: โอกาส ความผันผวน สิ่งที่นักลงทุนควรจับตา