Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
DELTA ทำธุรกิจอะไร อยู่ตรงไหนในห่วงโซ่ AI ได้ประโยชน์จากเทรนด์ใดบ้าง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

DELTA ทำธุรกิจอะไร อยู่ตรงไหนในห่วงโซ่ AI ได้ประโยชน์จากเทรนด์ใดบ้าง

26 มิ.ย. 69
08:37 น.
แชร์

ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นอยู่หนึ่งตัวที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อดัชนีได้ทุกครั้งที่ราคาขยับ นั่นคือ DELTA หรือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market cap) เป็นอันดับ 1 ของไทย และเคยมีน้ำหนักในดัชนี SET50 และ SET100 สูงจนตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้มาตรการจำกัดน้ำหนัก (capped weight) เพื่อไม่ให้หุ้นตัวเดียวส่งผลต่อดัชนีมากเกินไป

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา DELTA เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากที่สุด ทั้งจากการเติบโตของผลประกอบการ ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น และการถูกเชื่อมโยงเข้ากับเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (data center) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

อย่างไรก็ตาม แม้ชื่อของ DELTA จะถูกกล่าวถึงอยู่เสมอในฐานะหุ้นเทคโนโลยี แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าบริษัทแห่งนี้ทำธุรกิจอะไร และเหตุใดจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

SPOTLIGHT จึงขอชวนไปรู้จัก DELTA ให้มากขึ้นว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจอะไรบ้าง มีบทบาทอย่างไรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานของโลก มีความเชื่อมโยงกับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI อย่างไร และจะได้ประโยชน์จากเมกะเทรนด์ใด อย่างไรบ้าง ไปจนถึงมุมมองของนักวิเคราะห์ต่อทิศทางหุ้นในช่วงเวลานี้

ฐานการผลิตในไทย ฟันเฟืองสำคัญของกลุ่มเดลต้า

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2531 ในฐานะบริษัทในเครือของ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (Delta Electronics Inc.) จากไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2538 และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของตลาดหุ้นไทย

ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตสำคัญของกลุ่มเดลต้าที่ใช้รองรับลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี โทรคมนาคม และยานยนต์ ขณะเดียวกัน ยังทำหน้าที่เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย และอินเดีย สะท้อนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในเครือข่ายธุรกิจของกลุ่ม

ธุรกิจหลักของกลุ่มเดลต้า คือ การพัฒนาและผลิตโซลูชันด้านการจัดการพลังงานและความร้อน หรือที่เรียกว่า เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่ควบคุม แปลง และจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเดลต้าครอบคลุมตั้งแต่เพาเวอร์ซัพพลายสำหรับเซิร์ฟเวอร์และระบบเครือข่าย พัดลมและระบบระบายความร้อน อุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติในโรงงาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูล

ปัจจุบัน กลุ่มเดลต้ามีโรงงานผลิตในหลายประเทศ พร้อมเครือข่ายด้านการขายและบริการที่ครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โครงสร้างของกลุ่มเดลต้ามีลักษณะเป็นเครือข่ายบริษัทระดับโลก ซึ่งบริษัทย่อยแต่ละแห่งมีหน้าที่ต่างกัน ทั้งด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และการให้บริการในแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้ DELTA ประเทศไทยไม่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การดำเนินงานของกลุ่มเดลต้าทั่วโลก

DELTA ทำธุรกิจอะไรบ้าง

เมื่อเข้าใจที่มาและความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดลต้าระดับโลกแล้ว มาดูกันว่า บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ประเทศไทยทำธุรกิจอะไรบ้าง

DELTA เป็นผู้ผลิตโซลูชันด้านการจัดการพลังงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ (Power Electronics)

ธุรกิจหลักของบริษัท ครอบคลุมเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย อุตสาหกรรม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงระบบจัดการความร้อนและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ (Automation)

พัฒนาโซลูชันสำหรับโรงงานอัจฉริยะและอาคารอัจฉริยะ เช่น ระบบควบคุมอัตโนมัติ เซ็นเซอร์อุตสาหกรรม ระบบจัดการพลังงาน ระบบแสงสว่าง และระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ

3. กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)

ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและพลังงาน ครอบคลุมระบบเครือข่ายสื่อสาร ศูนย์ข้อมูล พลังงานหมุนเวียน และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

4. กลุ่มผลิตภัณฑ์ Mobility

พัฒนาอุปกรณ์สำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เช่น ระบบขับเคลื่อน (EV Powertrain) อินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบชาร์จภายในรถ

เบื้องหลัง AI Data Center ที่โลกกำลังเร่งลงทุน

แม้บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จะไม่ได้พัฒนา AI หรือผลิตชิปประมวลผลเหมือนบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก แต่กลับเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ผ่านบทบาทในโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล หรือ data center

การเติบโตของ AI ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกเร่งลงทุนสร้าง data center รองรับการประมวลผลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เซิร์ฟเวอร์ AI รุ่นใหม่ใช้พลังงานสูงกว่าเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปหลายเท่า ส่งผลให้ความต้องการระบบจ่ายไฟ ระบบสำรองไฟ และระบบระบายความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จุดแข็งของ DELTA อยู่ที่การผลิตอุปกรณ์ด้านพลังงานและการจัดการความร้อน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ data center ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น power supply สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ระบบแปลงพลังงาน UPS และระบบ cooling ทำให้บริษัทถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการเติบโตของ AI แม้จะไม่ได้อยู่ในธุรกิจ AI โดยตรงก็ตาม

โลกใช้ไฟมากขึ้น โอกาสของผู้เชี่ยวชาญ Power Electronics

นอกเหนือจาก AI แล้ว อีกเทรนด์สำคัญของโลก คือ ความต้องการใช้ไฟฟ้าของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งภาคอุตสาหกรรม ระบบดิจิทัล และเศรษฐกิจยุคใหม่ที่พึ่งพาไฟฟ้ามากขึ้น

เมื่อองค์กรต่าง ๆ ต้องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เทคโนโลยีที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าจึงมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ DELTA มีความเชี่ยวชาญมานาน

ความสามารถในการพัฒนาโซลูชันด้าน Power Electronics ทำให้ DELTA มีบทบาททั้งในภาคอุตสาหกรรม ระบบเครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน จนได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

เกาะกระแส Energy Transition และยุคพลังงานสะอาด

อีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่หนุนการเติบโตของ DELTA คือ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy transition) ซึ่งหลายประเทศกำลังเร่งลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย net zero

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้หมายถึงเพียงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ DELTA

ด้วยเหตุนี้ DELTA จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภาคพลังงานโลกในระยะยาว

EV และ Smart Factory อีกสองเครื่องยนต์การเติบโต

DELTA ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังและระบบชาร์จไฟสำหรับรถ EV รวมถึงโซลูชันด้าน Mobility ที่ใช้ในระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน DELTA มีธุรกิจ Automation ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะและอาคารอัจฉริยะ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก จากความต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

แม้แต่ละธุรกิจจะมีวัฏจักรแตกต่างกัน แต่เมื่อรวมกันแล้วทำให้ DELTA มีโอกาสเติบโตจากหลายเมกะเทรนด์พร้อมกัน ทั้ง AI, Energy Transition, EV และ Smart Factory

นักวิเคราะห์มีมุมมองต่อหุ้น DELTA อย่างไร

ถึงแม้ว่า DELTA จะได้รับแรงหนุนจากเมกะเทรนด์สำคัญของโลกในระยะยาว แต่ในระยะสั้นราคาหุ้นยังต้องเผชิญทั้งปัจจัยด้านเทคนิค การปรับพอร์ตของนักลงทุนสถาบัน รวมถึงการเตรียมสภาพคล่องของกองทุนวายุภักษ์ 1 และข้อจำกัดด้านมูลค่าหุ้นที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน

ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ 19 ราย สะท้อนว่าตลาดยังมีมุมมองค่อนข้างระมัดระวังต่อหุ้น DELTA โดยคำแนะนำส่วนใหญ่ให้อยู่ในกลุ่ม ‘ถือ’ (hold) แบ่งเป็นคำแนะนำ ‘ซื้อ’ 5 ราย ‘ถือ’ 8 ราย และ ‘ขาย’ 6 ราย แม้ในเชิงมุมมองจะยังมีน้ำหนักฝั่งบวกมากกว่า โดย 68.4% ของนักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวก (bullish) ขณะที่ 31.6% มีมุมมองเชิงลบ (bearish)

สาเหตุที่ความคิดเห็นยังแตกต่างกัน มาจากการที่ DELTA มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยท้าทายในเวลาเดียวกัน ด้านหนึ่งได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ AI, data center และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตของธุรกิจ Power Electronics อย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง ผลประกอบการระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากการขาดแคลนวัตถุดิบบางประเภท ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และระดับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 หลายสำนักคาดว่ากำไรสุทธิจะอยู่ราว 8,200-8,300 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแรงกดดันหลักมาจากข้อจำกัดด้านซัปพลายเชนที่ทำให้ไม่สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้เต็มตามความต้องการ

ขณะที่มุมมองต่อแนวโน้มระยะถัดไปยังแตกต่างกันตามสมมติฐานที่แต่ละสำนักใช้ โดยฝ่ายที่มีมุมมองเชิงบวกให้น้ำหนักกับการเติบโตของความต้องการสินค้าสำหรับ AI และ data center รวมถึงโอกาสที่ปัญหาวัตถุดิบจะทยอยคลี่คลาย ส่วนฝ่ายที่ระมัดระวังมากกว่ามองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนการเติบโตในอนาคตไปมากแล้ว และยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนและซัปพลายเชนอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง : Delta Thailand [1], Delta Thailand [2], Delta, Investing.com, The Japan Times, settrade

แชร์
DELTA ทำธุรกิจอะไร อยู่ตรงไหนในห่วงโซ่ AI ได้ประโยชน์จากเทรนด์ใดบ้าง