
YLG จึงประเมิน Downside ของราคาทองคำในระยะ 1-2 เดือนนี้ ค่อนข้างจำกัดที่แนวรับแรก 4,022-3,900 ดอลลาร์ และ Worst Case Scenario คาดการณ์ต่ำสุดที่ระดับ 3,624-3,500 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมในการทยอยเข้าซื้อสะสมทองคำในระยะยาว
มหกรรมฟุตบอลโลก World Cup 2026 ไม่ใช่แค่ Tournament กีฬาที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตารอ แต่มันคือ "Big Event" ที่อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในสามเจ้าภาพร่วม ให้เพิ่มขึ้นถึง 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์ อ้างอิงข้อมูลจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ที่ได้ประเมินเอาไว้ ซึ่งความจริงแล้วการจ้างงานได้เพิ่มสูงขึ้นก่อนหน้านี้แล้วเพื่อเตรียมการแข่งขัน โดยดัชนีการเปิดรับสมัครงานในภาคบริการ (Hospitality) ใน 11 เมืองเจ้าภาพ มีอัตราการเปิดรับคนทำงานพุ่งสูงขึ้นถึง 30.3% ในเดือนพฤษภาคม
พอวิเคราะห์ในมุมมองของการลงทุนก็พบว่าการจ้างงานของสหรัฐมีโอกาสที่จะได้รับอานิสงส์ในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงกรกฎาคม โดย Goldman Sachs ได้คาดการณ์ว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะช่วยกระตุ้นการจ้างงาน การใช้จ่าย และเงินเฟ้อ แบบชั่วคราว เพราะในพื้นที่ 11 เมืองเจ้าภาพ นอกจากจะกินสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3 ของ GDP แล้ว ยังคิดเป็น 1 ใน 4 ของตะกร้าดัชนี CPI ด้วยเช่นกัน ก่อนที่ผลกระทบเหล่านี้จะทยอยหมดไปหลังจากจบ Tournament
แน่นอนว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ จะยิ่งสนับสนุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed และเป็นปัจจัยกดดันทองคำ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำได้ปรับตัวลงซึมซับปัจจัยกดดัน หลังจากประชุม Fed ที่มีความแข็งกร้าว (Hawkish) มาแล้วพอสมควร ดังนั้น YLG จึงประเมิน Downside ของราคาทองคำในระยะ 1-2 เดือนนี้ ค่อนข้างจำกัดที่แนวรับแรก 4,022-3,900 ดอลลาร์ และ Worst Case Scenario คาดการณ์ต่ำสุดที่ระดับ 3,624-3,500 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมในการทยอยเข้าซื้อสะสมทองคำในระยะยาว
เพราะในทางกลับกัน หากฟุตบอลโลกนั้นไม่ได้มีนัยสำคัญมากเท่าที่คาดการณ์ไว้ ก็จะเพิ่มโอกาสที่ทองคำจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น เนื่องจากมีสถาบันการเงินชั้นนำที่มีความเห็นต่าง อาทิ Barclays ที่มองว่าตัวเลข 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์ นั้นเป็นไปได้ยาก และช่วยกระตุ้น GDP สหรัฐ ได้แค่ชั่วคราวไม่เกิน 0.2% ซึ่งจะทยอยหมดไปอย่างรวดเร็วไม่ทันถึงสิ้นปี และ Deutsche Bank มองว่าตัวเลขของ FIFA นั้นเป็นไปได้ยากเช่นกัน อีกทั้งเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องตั๋วราคาแพงและขั้นตอนขอวีซ่าที่ยากลำบาก รวมไปถึง Goldman Sachs เองก็มองว่าผลกระทบจากกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่ มักจะมีอายุสั้นและจะพลิกกลับในเดือนถัดไป
ดังนั้น ผลกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจอาจไม่ได้มากอย่างที่คิด เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องคนในประเทศโยกงบมาเที่ยวบอลโลกแทนการเที่ยวปกติ ซึ่งไม่ได้เป็นเม็ดเงินใหม่ และนักท่องเที่ยวทั่วไปหลีกเลี่ยง 11 เมืองเจ้าภาพเพราะคนแน่น นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจของ Challenger, Gray & Christmas บริษัทจัดหางานและให้คำปรึกษาระดับโลก ว่ากรณีรุนแรงที่สุด หากพนักงานลาหยุดพร้อมกันในแมตช์สำคัญ อาจเกิด “Productivity Loss” สูงถึง 3.02 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคือภาวะที่สร้างผลผลิตได้ไม่เต็มศักยภาพเมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ใช้ หรือแค่พนักงานเสียสมาธิกับการเชียร์บอลคนละ 1 ชั่วโมง ก็อาจสร้างความเสียหายได้ถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG Bullion And Futures จำกัด