
การเดินทางเยือนไทย-กัมพูชา-เมียนมา ของนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีนรอบล่าสุด มีนัยยะต่อภูมิรัฐศาสตร์และการถ่วงดุลอำนาจในอาเซียน
จีนมียุทธศาสตร์มุ่งใต้มาต่อเนื่องยาวนานโดยเน้นเจาะตลาด ขยายโครงข่ายโลจิสติกส์และเพิ่มบทบาทด้านความมั่นคงของจีนในอาเซียน จีนมีการลงทุนและความร่วมมือหลากหลายมิติกับทั้งไทย กัมพูชาและเมียนมา จีนไม่อยากให้ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาและสงครามกลางเมืองในเมียนมาก่อผลกระทบเชิงลบต่อผลประโยชน์แห่งชาติของจีน การเดินทางเยือนทั้ง 3 ประเทศในเวลาไล่เลี่ยกันจึงช่วยเอื้อหนุนต่อบทบาทจีนในหลายด้าน เช่น การเป็นกาวใจเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา การส่งเสริมสันติภาพในเมียนมา และการเดินหมากโน้มน้าวกระชับสัมพันธ์ให้รัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ เร่งหาแนวทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์จีนในภูมิภาคไปพร้อมๆกัน
ในการนี้ ไทย กัมพูชาและเมียนมา จึงกลายเป็นสามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ที่ช่วยค้ำยันความมั่นคงและความมั่งคั่งของจีน ขณะเดียวกัน จีนคงไม่ประสงค์จะให้ปัญหาในอาเซียนขยายตัวลุกลามบานปลายจนเป็นช่องว่างให้สหรัฐอเมริกาแทรกพลังเข้ามาแข่งขันกับจีน ในห้วงจังหวะที่สหรัฐอเมริกากำลังติดหล่มสงครามกับอิหร่าน จึงเป็นโอกาสเหมาะที่จีนจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคให้มากขึ้นเพื่อถ่วงดุลสหรัฐอเมริกา
ในการเยือนกัมพูชา จีนใช้กลไกเจรจาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์แบบ 2+2 กล่าวคือ เน้นประชุมแสวงหาความร่วมมือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งจีนกับกัมพูชา
ส่วนในการเยือนไทย จีนเลือกใช้กลไกการปรึกษาหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย-จีน พร้อมกันนั้น นายหวัง อี้ ยังเข้าพบนายกรัฐมนตรีไทยโดยมีการพูดคุยพัฒนาความร่วมมือกันอย่างอบอุ่น
ส่วนการเยือนเมียนมา ก็มีความคล้ายไทยบางส่วนตรงที่จีนใช้กลไกการปรึกษาหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-เมียนมา เป็นเครื่องเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ ทั้งนี้ จีนยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุนทั้ง 3 ประเทศบนเวทีระหว่างประเทศและมุ่งร่วมมือแบบใกล้ชิดใต้กรอบสหประชาชาติ ตลอดจนกรอบความร่วมมืออาเซียน-จีนและกรอบความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง/แม่น้ำโขง
หลังการเยือนของนายหวัง อี้ คงต้องจับตาดูกันต่อว่าอิทธิพลจีนในอาเซียนจะมั่นคงเข้มข้นขึ้นเพียงไร
เป็นที่ประจักษ์ว่า จุดยุทธศาสตร์ที่เป็นแหล่งผลประโยชน์แห่งชาติของจีน ได้แก่ ทะเลจีนใต้ ไต้หวันและกลุ่มประเทศในอาเซียน การที่กระทรวงต่างประเทศจีนเลือกเยือนไทย-กัมพูชา-เมียนมา พร้อมๆกันในห้วงนี้ สื่อเป็นนัยๆว่าจีนใส่ใจต่อภูมิรัฐศาสตร์อาเซียนและไทยซึ่งมีพรมแดนเชื่อมทั้งกัมพูชากับเมียนมา ย่อมมีคุณค่าเชิงภูมิรัฐศาสตร์ต่อจีน
มิพักต้องกล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยซึ่งจะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงใหม่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยโครงการนี้ล้วนสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์มุ่งใต้และยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ของจีน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจีนสนใจมาลงทุนในโครงการนี้ จีนคงไม่ได้มองไทยแค่จุดเดียว แต่ยังมองไทยทะลุไปถึงเมียนมา กัมพูชาและส่วนอื่นๆของอาเซียนเพื่อให้เกิดห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงผลประโยชน์จีนไปทั่วทั้งภูมิภาค
การเยือนครานี้ จึงเป็นการขยับหมากของพญามังกรที่สั่นสะเทือนดุลอำนาจและแนวทางการพัฒนาในอาเซียน

นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์