Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ดิจิทัลก็พร้อม AI ก็มี แต่ SME ไทยยังติดอะไรที่ทำให้โตไม่สุด?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ดิจิทัลก็พร้อม AI ก็มี แต่ SME ไทยยังติดอะไรที่ทำให้โตไม่สุด?

12 มิ.ย. 69
15:13 น.
แชร์

หลายปีที่ผ่านมา เวลาเราพูดถึงทางรอดของ SME ไทย คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดมักหนีไม่พ้นคำว่า “ต้องปรับตัว” ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดิจิทัล การขายออนไลน์ การทำบัญชีให้เป็นระบบ การรู้จักใช้ข้อมูล และในช่วงหลัง คำตอบใหม่ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ การเริ่มใช้ AI

แต่เมื่อ SME จำนวนมากเริ่มทำสิ่งเหล่านี้แล้ว คำถามคือ ทำไมหลายธุรกิจยังไม่เติบโตเท่าที่ควร? SME เป็นฐานใหญ่ของเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็นกว่า 90% ของธุรกิจทั้งประเทศ แต่กลับสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP

ผลสำรวจ “SME Insight 2026” จากทีทีบี ซึ่งสำรวจผู้ประกอบการไทย 120 ราย ครอบคลุม 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า SME ไทยไม่ได้ยืนนิ่งอยู่กับที่ ตรงกันข้าม หลายธุรกิจกำลังพยายามปรับตัวอย่างจริงจัง

ตัวเลขจากผลสำรวจพบว่า 87% ของ SME ไทยใช้เครื่องมือดิจิทัลในการบริหารธุรกิจแล้ว และ 59% เริ่มนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน แต่ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจมากกว่า 58% กลับยังมีรายได้ทรงตัวหรือปรับลดลง ขณะที่กลุ่มที่เติบโตได้ ส่วนใหญ่ก็ยังขยายตัวเพียง 5–10% เท่านั้น

ตัวเลขชุดนี้กำลังบอกเราว่า ปัญหาของ SME ไทยอาจไม่ใช่การ “ไม่ปรับตัว” อีกต่อไป แต่อาจอยู่ที่การปรับตัวยังไปไม่ถึงจุดที่เปลี่ยนผลลัพธ์ของธุรกิจได้จริง จึงสรุปออกมาได้เป็น 5 จุดล็อกที่ฉุดรั้งการเติบโต

จุดล็อกที่ 1: คิดเพื่ออยู่รอด...แต่ไม่คิดเพื่อชนะในเกม

ข้อจำกัดแรกของ SME ไทยคือ หลายธุรกิจยังติดอยู่กับการแก้ปัญหาระยะสั้น

เมื่อยอดขายผันผวน ต้นทุนสูงขึ้น หรือสภาพคล่องตึงตัว ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องใช้พลังไปกับการประคองธุรกิจในแต่ละวัน จนแทบไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับการวางแผนระยะยาว

ปัญหาคือ ธุรกิจที่คิดเพียงเพื่อ “ผ่านเดือนนี้ไปให้ได้” อาจอยู่รอดได้ในระยะสั้น แต่ยากที่จะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะการเติบโตต้องอาศัยการลงทุน การปรับโครงสร้าง และการตัดสินใจที่มองไกลกว่าปัญหาเฉพาะหน้

จุดล็อกที่ 2: ใช้ดิจิทัล...แต่ไม่พลิกเกมธุรกิจ

การที่ 87% ของ SME ใช้เครื่องมือดิจิทัล ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่คำถามสำคัญคือ ใช้เพื่ออะไร

หากดิจิทัลถูกใช้เพียงเพื่อบันทึกข้อมูล ออกเอกสาร รับเงิน จ่ายเงิน หรือช่วยให้งานประจำวันสะดวกขึ้น ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนเกมธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้ดิจิทัลสร้างการเติบโตได้จริง คือการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น รู้ว่าสินค้าใดทำกำไรจริง ลูกค้ากลุ่มใดมีโอกาสซื้อซ้ำ ต้นทุนส่วนใดกำลังกินกำไร หรือควรขยายธุรกิจในจังหวะใด

เช่นเดียวกับ AI ที่ 59% ของ SME เริ่มนำมาใช้แล้ว แต่หากยังถูกใช้เพียงเพื่อช่วยเขียนข้อความ ทำภาพ หรือทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ธุรกิจก็อาจได้ความเร็วเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

จุดล็อกที่ 3: รู้กำไรขาดทุน...แต่ไม่บริหารความเสี่ยง

หลายธุรกิจเริ่มมีระบบบัญชีมากขึ้น รู้รายรับ รายจ่าย กำไร และขาดทุนชัดเจนขึ้น แต่การรู้ตัวเลขย้อนหลังยังไม่เท่ากับการบริหารธุรกิจล่วงหน้า

ความท้าทายของ SME คือ การเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินให้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ธุรกิจอาจรู้ว่ากำไรลดลง แต่ต้องรู้ต่อว่าลดลงเพราะอะไร ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ค่าแรงเพิ่มขึ้น ราคาขายต่ำเกินไป หรือกระแสเงินสดหมุนไม่ทัน

ธุรกิจอาจรู้ว่ายอดขายเพิ่มขึ้น แต่ต้องรู้ต่อว่ายอดขายนั้นทำให้กำไรเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ เพราะบางครั้งธุรกิจขายมากขึ้น แต่เหนื่อยมากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น และเหลือกำไรน้อยลง

จุดล็อกที่ 4: โตที่ขนาด...แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ 

SME หลายแห่งไม่ได้ล้มเหลวเพราะขายไม่ได้ แต่เริ่มเหนื่อยเพราะขายได้มากขึ้น

เมื่อยอดขาย ลูกค้า คำสั่งซื้อ หรือจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น ธุรกิจจำเป็นต้องมีระบบหลังบ้านที่รองรับการขยายตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร กระบวนการทำงาน การเงิน สต็อก การบริการลูกค้า หรือการบริหารข้อมูล

แต่หากธุรกิจโตเฉพาะด้านขนาด โดยที่ประสิทธิภาพไม่เติบโตตาม การเติบโตอาจกลายเป็นภาระ เจ้าของต้องทำงานหนักขึ้น ทีมงานสับสนมากขึ้น ต้นทุนแฝงสูงขึ้น และคุณภาพการทำงานอาจไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิม

ดังนั้น การเติบโตที่ดีจึงไม่ใช่แค่การมีรายได้มากขึ้น แต่ต้องเป็นการเติบโตที่ธุรกิจสามารถรองรับได้จริง

จุดล็อกที่ 5: อยากไปต่อ...แต่ไม่มีแผนที่นำทาง

SME ไม่ได้ขาดความตั้งใจ แต่ยังขาดทิศทางที่ชัดเจนว่าจะเติบโตอย่างไร ควรเริ่มแก้จากจุดไหน ลงทุนเรื่องใดก่อน และวัดผลอย่างไรให้เห็นผลจริง

ผลสำรวจของทีทีบีชี้ว่า กลุ่ม SME ที่เติบโตได้โดดเด่นมักมี 3 สิ่งร่วมกัน คือ Growth Mindset การใช้ดิจิทัลและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์

ดังนั้น โจทย์ของ SME วันนี้จึงไม่ใช่แค่การมีเครื่องมือหรือมีเงินทุน แต่คือการมี “แผนที่” ที่ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไปปลดล็อกการเติบโตตรงจุดใด

TTB เดินหน้าเป็น Growth Navigator จากผู้ให้เงินทุน สู่คู่คิดการเติบโต

จากโจทย์เหล่านี้ ทีทีบีจึงเดินหน้าบทบาท “Growth Navigator” เพื่อสนับสนุน SME ไทยอย่างครบวงจร โดยไม่ได้มองเพียงเรื่องเงินทุน แต่รวมถึงเครื่องมือและองค์ความรู้ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีทิศทาง แนวทางสนับสนุนแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก

ด้านแรกคือ Financial Solutions การสนับสนุนเงินทุนและโซลูชันทางการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องและรองรับการเติบโตของธุรกิจทั้งซัพพลายเชน

ด้านที่สองคือ Digital Tools & Platforms การยกระดับเครื่องมือดิจิทัลให้เหมาะกับแต่ละจังหวะของการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่การขาย การรับเงิน การจ่ายเงิน การบริหารบุคลากร ไปจนถึงการดูภาพรวมทางการเงิน

ด้านที่สามคือ Knowledge & Advisory การเติมองค์ความรู้ ทักษะ และคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ผ่านโครงการ SME Growth Navigator พร้อมทีมเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ หรือ RM ที่ทำหน้าที่เป็นคู่คิดในการขับเคลื่อนธุรกิจ

โจทย์ของ SME วันนี้ไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่ต้องปรับให้เกิดผล บทเรียนสำคัญจากผลสำรวจครั้งนี้คือ SME ไทยไม่ได้ขาดความพยายาม และไม่ได้ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ยังต้องเติมคือ การเปลี่ยนความพยายามเหล่านั้นให้กลายเป็นระบบการเติบโตที่ชัดเจน

แชร์
ดิจิทัลก็พร้อม AI ก็มี แต่ SME ไทยยังติดอะไรที่ทำให้โตไม่สุด?