
ทุกตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่ของคริปโทฯ มักเริ่มจาก “ผู้ซื้อกลุ่มใหม่” ปี 2021 คือรายย่อย ปี 2024 คือสถาบันผ่าน Spot Bitcoin ETF และ Cycle ถัดไปอาจเป็นเม็ดเงินระดับประเทศ โดยหนึ่งในกฎหมายที่ต้องจับตาคือ American Reserve Modernization Act หรือ ARMA Act ซึ่งมีเป้าหมายเปลี่ยน Bitcoin Reserve จากนโยบายของรัฐบาลหนึ่งสมัย ให้กลายเป็นโครงสร้างถาวรของสหรัฐฯ
ก่อนถึง ARMA ตลาดยังต้องจับตา CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายวางโครงสร้างตลาดคริปโทฯ แบ่งบทบาทกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC พร้อมกำหนดกติกาสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ให้บริการ ปัจจุบันร่างผ่านคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาด้วยคะแนน 15-9 และรอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา หากผ่านจะไม่ได้สร้างแรงซื้อ Bitcoin โดยตรง แต่จะช่วยลดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และเปิดทางให้ประเด็นเชิงนโยบายอย่าง Bitcoin Reserve ถูกผลักดันได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ CLARITY ไม่ใช่เงื่อนไขทางกฎหมายของ ARMA แต่ในเชิงลำดับนโยบาย สภาคองเกรสมีแนวโน้มจัดการ “กติกาตลาด” ก่อนขยับไปสู่ “สินทรัพย์บนงบดุลประเทศ”
จุดเริ่มต้นของ Strategic Bitcoin Reserve เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2025 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม Executive Order ให้นำ Bitcoin ที่รัฐบาลยึดได้มาเก็บเป็นทุนสำรอง ห้ามขาย และให้ศึกษาวิธีซื้อเพิ่มแบบ Budget-neutral หรือไม่เพิ่มภาระผู้เสียภาษี อย่างไรก็ดี Executive Order ไม่ใช่กฎหมาย รัฐบาลสมัยถัดไปยังสามารถแก้ไขหรือยกเลิกได้ ตลาดจึงต้องการกฎหมายที่ทำให้ Bitcoin Reserve อยู่ได้นานกว่าประธานาธิบดีหนึ่งคน
ความพยายามก่อนหน้าคือ BITCOIN Act ที่เสนอให้รัฐบาลสะสม Bitcoin สูงสุด 1 ล้าน BTC ภายใน 5 ปี แม้เป็นบวกต่ออุปสงค์อย่างมาก แต่ข้อเสนอซื้อสินทรัพย์ผันผวนจำนวนมหาศาลด้วยนโยบายรัฐดู Aggressive เกินไป จึงเผชิญแรงต้านและผ่านได้ยาก
ARMA Act จึงเลือกเดินเกมที่ประนีประนอมกว่า โดยร่าง H.R. 8957 ที่เสนอเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 มีสาระหลักคือ (1) จัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve ตามกฎหมาย (2) ล็อก Bitcoin ในคลังอย่างน้อย 20 ปี ไม่ให้ขาย แลกเปลี่ยน หรือใช้ค้ำประกัน (3) รวมและเปิดเผย Bitcoin ที่หน่วยงานรัฐบาลถืออยู่ พร้อมทำ Proof of Reserve รายไตรมาสและตรวจสอบโดยบุคคลภายนอก และ (4) ให้กระทรวงการคลังและพาณิชย์ศึกษาภายใน 180 วันถึงวิธีเพิ่ม Bitcoin แบบ Budget-neutral โดยไม่ขึ้นภาษี ไม่ก่อหนี้ใหม่ และไม่เพิ่มการขาดดุลงบประมาณ
จุดสำคัญคือ ARMA ยังไม่ได้สั่งให้รัฐบาลออกไปซื้อ Bitcoin ทันที ผลต่อแรงซื้อระยะสั้นจึงน้อยกว่า BITCOIN Act แต่มีโอกาสผ่านมากกว่า เพราะเริ่มจากการล็อกของเดิม เพิ่มความโปร่งใส และเปิดทางศึกษาการซื้อเพิ่มโดยไม่กระทบงบประมาณ กล่าวอีกแบบคือ BITCOIN Act พยายาม “ซื้อก่อน” ขณะที่ ARMA พยายาม “สร้างระบบก่อน”
Timeline ที่เป็นไปได้แบ่งได้ 3 กรณี
ในมุมตลาด ARMA อาจไม่ใช่ Catalyst ที่ทำให้ราคาพุ่งทันที แต่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างระยะยาวได้จากการปิดแรงขายของรัฐบาล ทำให้นโยบาย Bitcoin Reserve ถาวรกว่า Executive Order และสร้างต้นแบบสำหรับการสะสมแบบไม่เพิ่มภาระงบประมาณ หากปี 2021 คือ Cycle ของรายย่อย และปี 2024 คือ Cycle ของสถาบัน ปี 2027 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ Cycle ระดับประเทศ
ตลาดขาขึ้นรอบใหม่จึงอาจไม่ได้เริ่มในวันที่รัฐบาลซื้อ Bitcoin เหรียญแรก แต่อาจเริ่มในวันที่ตลาดเชื่อว่า Bitcoin Reserve จะอยู่รอดได้นานกว่ารัฐบาลหนึ่งสมัย
*หมายเหตุ
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ผู้เขียน
นายธนลภย์ ปรีดามาโนช หัวหน้าฝ่ายการลงทุน และผู้จัดการเงินทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด
Thanalop Preedamanoch Head of Investment and Fund Manager Merkle Capital