Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Bitcoin ยืนแกร่งกลางสงคราม  ขาขึ้นรอบใหม่หรือกับดักล้างพอร์ต?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Bitcoin ยืนแกร่งกลางสงคราม ขาขึ้นรอบใหม่หรือกับดักล้างพอร์ต?

27 มี.ค. 69
23:26 น.
แชร์

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคา Bitcoin กลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ขัดกับทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ โดยมีการปรับตัวขึ้นจากระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแตะระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาในขณะนี้คือ การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าตลาดเริ่มมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) และเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียง "Bull Trap" กับดักขาขึ้นระยะสั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการปรับฐานใหญ่อีกครั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน ปัจจุบันยังคงให้น้ำหนักว่าการปรับตัวขึ้นรอบนี้เป็นเพียง Bull Trap เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยหนุน (Catalyst) ที่มีนัยสำคัญเพียงพอ หากเปรียบเทียบกับในอดีต การปรับตัวขึ้นรอบใหญ่มักจะมีปัจจัยพื้นฐานที่ดึงดูดสภาพคล่องหรือเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบอย่างชัดเจน เช่น กระแส DeFi Summer, การอนุมัติ Bitcoin ETFs หรือกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin (Genius Act) แต่ภาพที่ปรากฏในปัจจุบันกลับเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นหลังจากราคามีการปรับฐานจากจุดสูงสุดลงมามากกว่า 50% เท่านั้น

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมายังมีความสอดคล้องกับ Liquidation Zone หรือระดับราคาที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะถูกล้างสถานะ (Force Liquidation) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดในช่วงที่ขาดปัจจัยหนุนใหม่และขาดแรงซื้อหลัก โดยกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่มักจะลากราคาเพื่อล้างสถานะทั้งฝั่ง Long และ Short ได้โดยง่าย หนึ่งในเหตุผลที่ Bitcoin พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 75,000-76,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา คือการเข้าสู่จุดที่นักลงทุนฝั่ง Short จะถูกล้างสถานะมากที่สุดในรอบ 1-3 เดือนนั่นเอง

เมื่อพิจารณาปัจจัยในระยะกลาง ยังมีความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ 2 ประเด็นหลัก:

  1. ภาวะเงินเฟ้อที่ยืนอยู่ในระดับสูง: แม้สถานการณ์สงครามอาจคลี่คลายลงได้ในเวลาอันสั้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติคาดว่าต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลักหลายเดือนถึงหลักปี กว่าจะฟื้นฟูได้ 100% ส่งผลให้ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อคาดจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ช้ากว่าที่ตลาดเคยคาดไว้มาก
  2. ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession): สะท้อนผ่านหนึ่งในตัวชี้วัดที่เร็วที่สุดอย่างส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เทียบกับ 2 ปี (US 2-10 Spreads) ซึ่งปัจจุบันกำลังเกิดภาพ Bearish Flattening โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีที่สะท้อนทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟดปรับตัวขึ้นเร็วกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปีที่สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ จนช่องว่างเริ่มแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าตลาดกำลังกังวลต่อภาวะดอกเบี้ยสูงและเศรษฐกิจถดถอยพร้อม ๆ กัน

โดยสรุปแล้วมีแนวโน้มว่าความแข็งแกร่งของราคา Bitcoin ในช่วงภาวะสงครามนี้เป็นเพียงปัจจัยหนุนระยะสั้นเท่านั้น ในภาพรวมระยะกลางถึงยาวตลาดยังคงขาดปัจจัยผลักดันใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยที่พร้อมจะกลับมากดดันตลาดได้อีกครั้ง

*หมายเหตุ

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ผู้เขียน
นายธนลภย์ ปรีดามาโนช
หัวหน้าฝ่ายการลงทุน และผู้จัดการเงินทุน
บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด

แชร์
Bitcoin ยืนแกร่งกลางสงคราม  ขาขึ้นรอบใหม่หรือกับดักล้างพอร์ต?