
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ราคา Bitcoin กลับแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ขัดกับทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ โดยมีการปรับตัวขึ้นจากระดับ 65,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแตะระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาในขณะนี้คือ การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าตลาดเริ่มมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) และเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียง "Bull Trap" กับดักขาขึ้นระยะสั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการปรับฐานใหญ่อีกครั้ง
ในมุมมองของผู้เขียน ปัจจุบันยังคงให้น้ำหนักว่าการปรับตัวขึ้นรอบนี้เป็นเพียง Bull Trap เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยหนุน (Catalyst) ที่มีนัยสำคัญเพียงพอ หากเปรียบเทียบกับในอดีต การปรับตัวขึ้นรอบใหญ่มักจะมีปัจจัยพื้นฐานที่ดึงดูดสภาพคล่องหรือเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบอย่างชัดเจน เช่น กระแส DeFi Summer, การอนุมัติ Bitcoin ETFs หรือกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin (Genius Act) แต่ภาพที่ปรากฏในปัจจุบันกลับเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้นหลังจากราคามีการปรับฐานจากจุดสูงสุดลงมามากกว่า 50% เท่านั้น
นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมายังมีความสอดคล้องกับ Liquidation Zone หรือระดับราคาที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะถูกล้างสถานะ (Force Liquidation) ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของตลาดในช่วงที่ขาดปัจจัยหนุนใหม่และขาดแรงซื้อหลัก โดยกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่มักจะลากราคาเพื่อล้างสถานะทั้งฝั่ง Long และ Short ได้โดยง่าย หนึ่งในเหตุผลที่ Bitcoin พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 75,000-76,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา คือการเข้าสู่จุดที่นักลงทุนฝั่ง Short จะถูกล้างสถานะมากที่สุดในรอบ 1-3 เดือนนั่นเอง
โดยสรุปแล้วมีแนวโน้มว่าความแข็งแกร่งของราคา Bitcoin ในช่วงภาวะสงครามนี้เป็นเพียงปัจจัยหนุนระยะสั้นเท่านั้น ในภาพรวมระยะกลางถึงยาวตลาดยังคงขาดปัจจัยผลักดันใหม่ ๆ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยที่พร้อมจะกลับมากดดันตลาดได้อีกครั้ง
*หมายเหตุ
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ผู้เขียน
นายธนลภย์ ปรีดามาโนช
หัวหน้าฝ่ายการลงทุน และผู้จัดการเงินทุน
บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด