Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สรุปเหตุแฮ็ก Bitkub 1,700 ล้าน สู่การกล่าวโทษบริษัทและอดีตบอร์ด 2 คน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

สรุปเหตุแฮ็ก Bitkub 1,700 ล้าน สู่การกล่าวโทษบริษัทและอดีตบอร์ด 2 คน

24 ก.ค. 69
11:39 น.
แชร์

กรณี Bitkub กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทย หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการ 2 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จากกรณีนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทที่ ก.ล.ต. เห็นว่าไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ต้นเหตุของคดีย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อ Bitkub ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่ง รวม 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกนำออกจากศูนย์ซื้อขาย 

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวันที่บริษัทนำส่งระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม-30 ตุลาคม 2564 ไม่ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุโจรกรรม จึงนำไปสู่การกล่าวโทษฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ รวมถึงการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคล

ด้าน Bitkub ยืนยันว่า ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทได้จัดหาสินทรัพย์มาทดแทนครบตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมแล้ว พร้อมชี้แจงว่าการไม่เปิดเผยเหตุการณ์ในขณะนั้นมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการถอนสินทรัพย์พร้อมกันจำนวนมาก หรือ Bank Run 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของคดีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงว่าทรัพย์สินของลูกค้าได้รับการทดแทนครบหรือไม่ แต่ยังครอบคลุมถึงความถูกต้องของข้อมูลที่บริษัทนำส่งต่อหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งหลังจากนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ก่อนส่งให้อัยการและศาลพิจารณาตามลำดับ

สรุปเหตุการณ์ Bitkub เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub พร้อมอดีตกรรมการ 2 ราย ได้แก่ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ต่อ บก.ปอศ. จากกรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. เกี่ยวกับเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปี 2564

ผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ระบุว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่ง รวม 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกนำออกจากศูนย์ซื้อขาย ขณะที่บริษัทระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทหนึ่งใบ และได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2564

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. พบว่า แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หรือแบบรายงาน ดจ. 1 ที่ Bitkub นำส่งระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม-30 ตุลาคม 2564 ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ายอดทรัพย์สินของบริษัทเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุโจรกรรม ทั้งที่รายงานดังกล่าวมีหน้าที่สะท้อนสถานะเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของผู้ประกอบธุรกิจในแต่ละวัน

ก.ล.ต. จึงเห็นว่า การนำส่งแบบรายงานที่ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และมีระวางโทษตามมาตราเดียวกัน

ในช่วงเกิดเหตุ นายสกลกรย์และนายทวีทรัพย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งกรรมการของ Bitkub เป็นบุคคลที่รับผิดชอบการนำส่งแบบรายงาน ดจ. 1 ก.ล.ต. จึงเห็นว่าบุคคลทั้งสองต้องรับผิดเช่นเดียวกับบริษัท ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังกล่าวหาว่าอดีตกรรมการทั้งสองลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ. 1 ซึ่งเป็นเอกสารของ Bitkub เพื่อให้ ก.ล.ต. หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงได้รับการเก็บรักษาตามปกติ และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท การกระทำดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายความผิดฐานลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตามมาตรา 88(2) และมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้ายแห่ง พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ

ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องรวม 3 ราย ได้แก่ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของบริษัท เพื่อให้ บก.ปอศ. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Bitkub ชี้แจงไม่เปิดเผยเหตุ หวั่นเกิด Bank Run

ภายหลังการกล่าวโทษ Bitkub ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 หรือกว่า 5 ปีก่อน และไม่ได้มีสาเหตุมาจากการทุจริตของบุคคลที่ถูกกล่าวโทษ แต่เกิดจากการตัดสินใจของผู้รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเลือกไม่เปิดเผยว่ากระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทหนึ่งใบถูกโจมตีทางไซเบอร์

บริษัทระบุว่า ในขณะเกิดเหตุ ระบบรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลทุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดและผ่านการตรวจสอบแล้ว ส่วนการตัดสินใจไม่เปิดเผยเหตุการณ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Bank Run หรือการที่ลูกค้าเข้ามาถอนสินทรัพย์ดิจิทัลพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

Bitkub ให้เหตุผลว่า ขณะนั้นบริษัทยังอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหา หากลูกค้าจำนวนมากถอนสินทรัพย์พร้อมกัน บริษัทอาจไม่สามารถจัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนได้ครบถ้วนในเวลานั้น และอาจทำให้ความเสียหายขยายวงไปยังลูกค้า ตลอดจนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศ

แม้บริษัทจะยังไม่สามารถติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมกลับคืนมาได้ แต่ Bitkub ระบุว่า ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัท หรือ Co-Founders ได้เข้ารับภาระความเสียหายด้วยการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมามอบให้บริษัท เพื่อทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกนำออกไปให้ครบตามสกุลและจำนวนเดิม

ข้อมูลจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ระบุว่า Bitkub จัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมครบแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564 ขณะที่บริษัทกล่าวว่า การเข้ารับภาระของผู้ร่วมก่อตั้งทำให้ลูกค้าและบริษัทไม่ได้รับความเสียหายในท้ายที่สุด

Bitkub ยังอ้างถึงผลการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 ซึ่งบริษัทระบุว่าแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัยและครบถ้วน พร้อมยืนยันว่าทรัพย์สินที่บริษัทเก็บรักษาอยู่ในปัจจุบันไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในปี 2564

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝั่งบริษัท ขณะที่ประเด็นที่ ก.ล.ต. ดำเนินการกล่าวโทษยังคงมุ่งไปที่ความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลที่ Bitkub นำส่งต่อหน่วยงานกำกับดูแลในช่วงหลังเกิดเหตุ ไม่ใช่เฉพาะสถานะสินทรัพย์ของลูกค้าในปัจจุบัน

ดังนั้น แม้สินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมจะได้รับการทดแทนในภายหลัง แต่ยังต้องพิจารณาแยกจากข้อกล่าวหาเรื่องการนำส่งข้อมูลในแบบรายงาน ดจ. 1 ว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่

Bitkub ระบุยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย

สำหรับการปรับปรุงระบบหลังเกิดเหตุ Bitkub ระบุว่าได้พัฒนามาตรการรักษาความปลอดภัยและระบบงานภายในอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความสำคัญกับการป้องกันและดูแลทรัพย์สินของลูกค้าเป็นลำดับแรก

บริษัทระบุว่า แพลตฟอร์มได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ Cer.Live ให้อยู่ในกลุ่ม 20 อันดับแรกของโลกด้านความปลอดภัยของศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 27001, ISO 27701 และ SOC 2 Type I

นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าระบบงานได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับกรอบ NIST Cybersecurity Framework พร้อมเพิ่มบริการด้านความปลอดภัยสำหรับลูกค้า เช่น เทคโนโลยี Passkey และฟังก์ชัน Self-Freeze รวมถึงได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจาก ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี

ในส่วนของการเก็บรักษาสินทรัพย์ Bitkub ระบุว่ามีความร่วมมือกับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ได้แก่ BitGo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC. เพื่อช่วยดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า

บริษัทยังเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าที่บริษัทเก็บรักษาไว้ผ่านงบการเงิน พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันบริษัทยังมีความมั่นคงในการดำเนินงานและเดินหน้าพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ ต่อไป

ด้านโครงสร้างการกำกับดูแล Bitkub ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีกรรมการอิสระซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจ รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและระบบตรวจสอบภายใน

บริษัทกล่าวด้วยว่าได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมและผู้เกี่ยวข้องรายอื่น และจะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวต่อไป พร้อมขอให้ประชาชนงดเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน หรือการดูแลทรัพย์สินของลูกค้า โดยระบุว่าอาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายหากพบการเผยแพร่ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

มาตรการรักษาความปลอดภัยและการปรับปรุงโครงสร้างกำกับดูแลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทนำเสนอเพื่อชี้แจงสถานะการดำเนินงานในปัจจุบัน แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสาระของข้อกล่าวหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำส่งข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2564 และยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป

“ต้น สกลกรย์” รับสั่งแก้รายงาน Bitkub ยืนยันรับผิดเพียงผู้เดียว-ลาออกทุกตำแหน่ง

หลังมีแถลงการณ์จาก Bitkub นายสกลกรย์ สระกวี หรือ “ต้น” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตผู้บริหารบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ยังได้ออกคลิปวิดีโอชี้แจงกรณีการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทและอดีตกรรมการที่เกี่ยวข้อง

นายสกลกรย์ยอมรับว่า ขณะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจ เขาเป็นผู้ตัดสินใจแก้ไขแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน และไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวต่อหน่วยงานกำกับดูแลและสาธารณชนตามข้อเท็จจริง

พร้อมยืนยันว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากเขาเพียงผู้เดียว โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานรายอื่นไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง พร้อมขอรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นทั้งหมด

สำหรับเหตุผลที่ไม่เปิดเผยเหตุการณ์ในขณะนั้น นายสกลกรย์ชี้แจงว่า กังวลว่าข่าวการโจรกรรมจะสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ลูกค้า และอาจนำไปสู่การเร่งถอนเงินหรือสินทรัพย์ออกจากแพลตฟอร์มเป็นวงกว้าง จนกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท พนักงาน และทรัพย์สินของลูกค้า

นายสกลกรย์ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อซื้อเวลาให้กลุ่มผู้ก่อตั้งนำเงินส่วนตัวมาจัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลกลับมาชดเชยให้แก่ลูกค้าจนครบถ้วน

ในช่วงท้ายของคลิป นายสกลกรย์กล่าวขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบและประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการดำเนินคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรม

นอกจากนี้ นายสกลกรย์ยังระบุว่า Bitkub ได้ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยและปรับปรุงแนวทางการเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าแล้ว พร้อมขอให้ผู้ใช้งานยังคงเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม

กล่าวโทษ 3 ราย ก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน

สำหรับขั้นตอนต่อไป ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ได้แก่ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ พร้อมส่งเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

จากนั้น พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำสำนวน ก่อนส่งให้อัยการพิจารณาว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้องหรือไม่ หากอัยการมีคำสั่งฟ้อง คดีจึงจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมต่อไป

ก.ล.ต. ระบุว่า จะติดตามความคืบหน้าของคดีและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ

อย่างไรก็ตาม การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญา และยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่าบริษัทหรือบุคคลที่ถูกกล่าวโทษกระทำความผิดหรือไม่ โดยข้อเท็จจริงและความรับผิดทางกฎหมายยังต้องผ่านการสอบสวน การพิจารณาของอัยการ และคำพิพากษาของศาลตามลำดับ

กล่าวโดยสรุป กรณีนี้แบ่งออกเป็นสองประเด็นหลัก 

  • ประเด็นแรกคือ เหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่ง ก.ล.ต. ระบุว่าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่ง รวม 16 สกุล มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ถูกนำออกจากศูนย์ซื้อขาย ก่อนที่ Bitkub จะจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนครบตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564
  • ประเด็นที่สองคือ ความถูกต้องของข้อมูลในแบบรายงาน ดจ. 1 ซึ่ง ก.ล.ต. เห็นว่าไม่สอดคล้องกับเหตุโจรกรรม และเป็นที่มาของการกล่าวโทษบริษัทกับอดีตกรรมการทั้งสองราย แม้บริษัทจะอธิบายว่าการไม่เปิดเผยข้อมูลในช่วงนั้นมีเป้าหมายเพื่อป้องกัน Bank Run ก็ตาม

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. เตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และอาจเผชิญความเสี่ยงจากการหลอกลวงหรือการฟอกเงิน

ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. และแอปพลิเคชัน SEC Check First ส่วนรายชื่อบุคคลหรือผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสามารถตรวจสอบผ่าน Investor Alert หากพบการดำเนินงานที่น่าสงสัย สามารถแจ้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสของ ก.ล.ต. โทร. 1207 รวมถึงช่องทาง Facebook “สำนักงาน กลต.” และ SEC Live Chat เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบต่อไป


แชร์
สรุปเหตุแฮ็ก Bitkub 1,700 ล้าน สู่การกล่าวโทษบริษัทและอดีตบอร์ด 2 คน