
(21 ก.ค. 2569) รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ ถึงสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง มีใจความสำคัญ 8 ข้อ ดังนี้
1. อาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการกลับมาปะทะกันอีกครั้งที่เกี่ยวข้องกับ สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อาเซียนมีความกังวลอย่างยิ่งว่าพัฒนาการดังกล่าวได้บั่นทอนความพยายามอย่างต่อเนื่องของผู้ไกล่เกลี่ยหลัก และลดโอกาสในการบรรลุข้อยุติอย่างสันติผ่านการเจรจาและการทูต
2. อาเซียนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อาเซียนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และการส่งเสริมการเจรจาและการทูตอย่างจริงใจในการแก้ไขความขัดแย้งและความตึงเครียด รวมถึงความจำเป็นในการยุติการสู้รบในทุกพื้นที่ของตะวันออกกลางโดยสมบูรณ์และในทันที
3. อาเซียนขอยืนยันอีกครั้งถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล ตลอดจนการคงไว้ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านช่องแคบที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982) อาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการใดๆ ที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติหรือฝ่ายเดียว ซึ่งอาจขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อเรือที่ผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบอื่นที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ อันไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ใน UNCLOS 1982 และเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการเดินเรือและการบินผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และปราศจากอุปสรรค ตาม UNCLOS 1982 รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับประกันความปลอดภัยของลูกเรือและเรือเดินทะเลตาม อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (SOLAS) อาเซียนยังรับทราบถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ในการคุ้มครองและส่งเสริมความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกเรือในภูมิภาค
4. อาเซียนตระหนักถึงผลกระทบทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาวของวิกฤตในตะวันออกกลางที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชาชนของอาเซียน และอาเซียนรับทราบถึงความริเริ่มต่างๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยภายนอก รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและบริการพื้นฐานสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง ผ่านมาตรการที่เหมาะสม ทันท่วงที และตรงเป้าหมาย
5. อาเซียนยังรับทราบถึงผลกระทบเพิ่มเติมจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางต่อการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค รวมถึงตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน การผลิตทางการเกษตร และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ย เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างเสาหลักและระหว่างสาขาภายในอาเซียน เพื่อรับมือกับผลกระทบในวงกว้างจากพัฒนาการของสถานการณ์โลก ซึ่งจะช่วยธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ ความยั่งยืน ความสามารถในการรับมือ และการเติบโตอย่างทั่วถึงของอาเซียน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่มีความไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น
6. อาเซียนขอยืนยันอีกครั้งถึงพันธกรณีของทุกประเทศในการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ คุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธ และรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพและบุคลากรด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
7. อาเซียนย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ตาม ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยแนวปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลโดยคณะผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และ แนวปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยคณะผู้แทนอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนในสถานการณ์วิกฤต
8. อาเซียน รำลึกถึง แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการตอบสนองต่อวิกฤตในตะวันออกกลาง และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการประสานงานด้านการตอบสนองและจุดยืนของอาเซียน เพื่อลดและบรรเทาผลกระทบของสถานการณ์ที่มีต่อภูมิภาคของเรา รวมถึงการใช้กลไกที่อาเซียนเป็นแกนกลางและเวทีความร่วมมือกับภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ASEAN Plus One, ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-คู่เจรจา (ASEAN Plus One FTAs), อาเซียนบวกสาม (APT), การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และ การประชุมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงระดับภูมิภาค (ARF) เพื่อส่งเสริมการเจรจา การประสานงาน และความร่วมมือในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการรับมือของภูมิภาค
Advertisement