
วันที่ 5 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าววิชาชีพพยาบาลในจังหวัดสมุทรสงคราม ออกมาแสดงความไม่พอใจ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ หลังสำนักงาน ก.พ.มีหนังสือลงวันที่ 4 ก.ย. 69 แจ้งส่วนราชการให้ชะลอการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นทุกกรณีในปีงบประมาณ พ.ศ.2570
หนังสือดังกล่าวระบุว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรมีสัดส่วนค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงกำหนดมาตรการทบทวนภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการ ลดความซ้ำซ้อนของงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาสนับสนุนการปฏิบัติราชการ
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ ให้ส่วนราชการชะลอการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นในปีงบประมาณ 2570 ทั้งตำแหน่งประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ และประเภทบริหาร รวมถึงกรณีที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวได้กำหนดข้อยกเว้นไว้บางกรณี โดยในส่วนของสายงานวิชาการ ปรากฏข้อยกเว้นสำหรับบุคลากรผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง รวมถึงตำแหน่งนายแพทย์และสายงานด้านการแพทย์บางตำแหน่ง
แหล่งข่าววิชาชีพพยาบาลในจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวสร้างความผิดหวังให้กับพยาบาลจำนวนมาก เนื่องจากพยาบาลเป็นบุคลากรด่านหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่หลายพื้นที่เผชิญปัญหากำลังคนไม่เพียงพอ แต่ภาระงานกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบและเกิดความกังวลอย่างมากคือพยาบาลสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งนอกจากต้องปฏิบัติหน้าที่ประจำ ดูแลและให้บริการผู้ป่วยท่ามกลางปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอแล้ว ยังมีหน้าที่พัฒนาระบบบริการ ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย ตลอดจนทำวิจัย วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำผลงานทางวิชาการจำนวนมาก เพื่อใช้ประกอบการขอกำหนดตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
การขอตำแหน่งของพยาบาลกลุ่มนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามอายุราชการ แต่ต้องผ่านกระบวนการสะสมประสบการณ์ พัฒนางาน ทำวิจัย และนำเสนอผลงานที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อผู้ป่วยและระบบบริการ หลายคนใช้เวลาทุ่มเทเตรียมผลงานต่อเนื่องนานหลายปี เมื่อมีมาตรการชะลอการกำหนดตำแหน่ง จึงรู้สึกว่าความพยายามและโอกาสก้าวหน้าในชีวิตราชการต้องหยุดชะงักลง
“พยาบาลหลายคนทำงานมานานนับสิบปี ต้องเข้าเวรทั้งกลางวันและกลางคืน ดูแลผู้ป่วยในช่วงที่บุคลากรมีจำกัด ทุกคนอดทนทำงานโดยหวังว่าจะมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการ แต่วันนี้กลับต้องเผชิญมาตรการชะลอการปรับระดับตำแหน่ง ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์บางกลุ่มได้รับการยกเว้น จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เหตุใดวิชาชีพพยาบาลจึงไม่ได้รับการพิจารณาในลักษณะเดียวกัน” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวระบุอีกว่า การพิจารณาความก้าวหน้าของบุคลากรไม่ควรมองเพียงภาระงบประมาณ แต่ควรคำนึงถึงสภาพการทำงานจริง ความรับผิดชอบ ความเสี่ยง และผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานด้วย เพราะหากบุคลากรรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจส่งผลต่อระบบสาธารณสุขในระยะยาว
“หลายคนรู้สึกอยากหยุดทำงานเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่ในความเป็นจริงพยาบาลไม่สามารถทอดทิ้งผู้ป่วยได้ เพราะทุกชีวิตที่อยู่ตรงหน้าคือความรับผิดชอบของเรา สิ่งที่พยาบาลต้องการไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือความเป็นธรรมและการมองเห็นคุณค่าของคนทำงาน”
แหล่งข่าวกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้รัฐบาล สำนักงาน ก.พ. และกระทรวงสาธารณสุข รับฟังเสียงสะท้อนจากพยาบาลทั่วประเทศ พร้อมทบทวนรายละเอียดหรือกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานและรอความก้าวหน้ามานานหลายสิบปี เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของบุคลากรซึ่งยังคงยืนหยัดดูแลประชาชน แม้ต้องทำงานภายใต้ภาวะขาดแคลนกำลังคนและภาระงานที่หนักขึ้นทุกวัน
ทั้งนี้ มาตรการตามเอกสารดังกล่าวเป็นการ “ชะลอ” การกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นในปีงบประมาณ 2570 มิใช่การยกเลิกความก้าวหน้าอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม กลุ่มพยาบาลต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงหลักเกณฑ์และผลกระทบอย่างชัดเจนโดยเร็ว เพื่อลดความกังวลและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรด่านหน้าของระบบสาธารณสุขต่อไป
"ท้ายที่สุดนี้ จึงอยากจะขอความเห็นใจไปยังผู้บริหารระดับสูงและผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย ขอให้นึกถึงความรู้สึกของพยาบาลที่ทำงานปิดทองหลังพระมาหลายสิบปี ขอให้ทบทวนและให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของพวกเราบ้าง เพื่อที่จะได้เป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานดูแลรักษาสุขภาพของชาวบ้านต่อไป" แหล่งข่าววิชาชีพพยาบาล จ.สมุทรสงคราม กล่าวทิ้งท้าย
Advertisement