
วันที่ 5 ก.ย. 69 จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” ได้เผยแพร่ข้อมูลหลังได้รับร้องเรียนให้ตรวจสอบ กรณีข้าราชการระดับสูงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ และลูกสาว ซึ่งเป็นข้าราชการครู ถือครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 สร้างรีสอร์ต และบ้านพักอากาศส่วนตัวที่ จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่กว่า 7 ไร่
ซึ่งภาพถ่ายจากสื่อสังคมออนไลน์ พบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ทำเกษตรกรรมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่กลับถูกสร้างเป็นรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศส่วนตัว และมีการใช้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ของกลุ่มพวกพ้องอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้จากข้อมูลทราบว่า ปลัดกระทรวงคนดังกล่าว ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านพักดังกล่าวให้บุตรสาว เมื่อเดือนเ เม.ย. 2568 กรณีดังกล่าวทางเครือข่ายฯ ได้ส่งหนังสือร้องเรียน ไปยังเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ ป.ป.ช.แล้ว เพื่อให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพิกถอนสิทธิ์การครอบครอง และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุดวันที่ 5 ก.ย. 69 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดตามที่มีการร้องเรียน พบที่ดินแปลงดังกล่าวมีการปลูกสร้างเป็นลักษณะคล้ายที่พักตากอากาศ บริเวณโดยรอบมีการปลูกไม้ยืนต้นหลายชนิด แต่ไม่พบเจ้าของหรือผู้ดูแล จึงไม่สามารถเข้าไปด้านในหรือสอบถามข้อเท็จจริงได้
จากนั้นทีมข่าวพยายามจะสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ แต่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ เพราะไม่อยากเป็นข่าว บอกเพียงว่าได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ลงพื้นที่มาตรวจสอบเมื่อช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาไปแล้ว
ทีมข่าวจึงได้สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ที่ดินแปลงดังกล่าว ปลัดกระทรวงเป็นเจ้าของตั้งแต่ที่ดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว แต่ทราบว่าได้ยกให้ลูกสาวซึ่งเป็นครูเป็นผู้ดูแลแล้ว โดยลูกสาวและผู้เป็นแม่ก็จะเดินทางมาพักอาศัยในช่วงวันหยุดเท่านั้น
เมื่อทีมข่าวถามว่าที่แปลงดังกล่าวมีการสร้างเป็นรีสอร์ตตามที่มีการร้องเรียนหรือไม่ ชาวบ้านรายเดิม บอกว่า เท่าที่เห็นก็เป็นเพียงบ้านพักเท่านั้น ไม่เคยเห็นเปิดให้คนเช่าพัก และที่ผ่านมาก็เห็นแค่ช่วงที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ราว 6 – 7 ปีก่อนก็จะมีจัดงานคล้ายขึ้นบ้านใหม่แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ขณะที่เจ้าของที่ดินข้างเคียง บอกว่า ที่ดินแปลงที่ถูกร้องเรียนเป็นของภรรยาปลัดกระทรวง และได้ให้ลูกสาวที่เป็นครูดูแล ช่วงวันหยุดก็จะเดินทางมาพักค้างบ้าง แต่ยืนยันว่าไม่เคยเห็นเปิดเป็นรีสอร์ตให้คนเช่าพัก แต่คนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นรีสอร์ตหรือแคมป์ปิ้ง เพราะป้ายด้านหน้าที่เขียนไว้ก็เป็นได้ และเท่าที่ทราบที่ดินแปลงดังกล่าวน่าจะยังไม่ได้ออก ส.ป.ก.4-01 น่าจะยังเป็นที่ ภ.บ.ท.5 เหมือนกับชาวบ้านอีกหลายคน รวมถึงที่ของตัวเองด้วยมีการยื่นขอออก ส.ป.ก.แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
ทั้งนี้ทีมข่าวได้พยายามโทรศัพท์เพื่อติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงกับ ส.ป.ก.บุรีรัมย์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
Advertisement