Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
การมาของ Tokenization และ Stablecoin เกิดโปรดักต์การเงินใหม่อะไรบ้าง
โดย : นเรศ เหล่าพรรณราย

การมาของ Tokenization และ Stablecoin เกิดโปรดักต์การเงินใหม่อะไรบ้าง

17 ก.ค. 69
18:18 น.
แชร์

การบรรจบกันของ Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล และ Stablecoin กำลังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาครั้งใหญ่ที่ทำลายกำแพงกั้นระหว่างโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) และโลกการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) นวัตกรรมทั้งสองนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรม แต่กำลังจะให้กำเนิดโปรดักต์การเงินรูปแบบใหม่ที่ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและปิดจุดอ่อนของโปรดักต์การเงินดั้งเดิม ไปดูกันว่ามีโปรดักต์ใดบ้างที่เกิดขึ้นแล้ว

การใช้บิตคอยน์ค้ำประกันเงินกู้

ทั่วไปแล้วเวลาที่จะทำธุรกรรมกู้เงินกับธนาคารจะต้องใช้หลักทรัพย์มาค้ำประกันเงินกู้ อย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์ เงินฝากหรือหุ้น แต่ปัจจุบันในสหรัฐฯและบางประเทศได้เปิดทางให้สามารถนำบิตคอยน์มาค้ำประกันเพื่อขอยื่นกู้ซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ได้เต็มมูลค่า โดยไม่ต้องแสดงเอกสารรายได้แบบดั้งเดิมและไม่ต้องขายบิตคอยน์ทิ้งเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดมาค้ำประกันแต่อย่างไร

นอกจากนี้ยังมีเคสของบริษัท Strategy บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ถือครองบิตคอยน์มากที่สุดในโลกได้ทำสัญญากู้ยืมเงินมูลค่า 205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคาร Silvergate Bank โดยใช้บิตคอยน์ที่บริษัทถือครองอยู่มาวางเป็นหลักค้ำประกัน

การที่มีธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นข้อยืนยันว่าสถาบันการเงินให้การยอมรับบิตคอยน์เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางการเงินรูปแบบหนึ่ง

การปล่อยกู้ในรูปแบบผสมผสานระหว่าง TradFi และ DeFi

ช่วงปี 2020-2021 ถือเป็นช่วงเวลาที่ DeFi Protocol เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยกลไกการปล่อยกู้แบบไร้ศูนย์กลาง แต่มักถูกใช้ไปในทางเก็งกำไรมากกว่าทำธุรกรรมเงินกู้ตามปกติ แต่ตอนนี้ได้เกิดเทรนด์ที่สถาบันการเงินดั้งเดิมและ DeFi Protocol มาทำงานร่วมกันแล้ว

เคสล่าสุดบริษัท Galaxy Digital ได้เปิดตัวโปรแกรมปล่อยกู้ GOFR (Galaxy Onchain Financing Rate) เพื่อดึงเงินกู้ดอกเบี้ยราคาถูกจาก DeFi  Protocol ชั้นนำอย่างเช่น Aave และ Morpho มาปล่อยกู้ให้กับลูกค้าระดับสถาบันซึ่งจะต้องนำสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิทคอยน์มาวางค้ำประกันและได้เงินกู้ในรูปแบบของ Stablecoin กลับไป

นอกจากนี้ยังมี Coinbase Institutional Lending แพลตฟอร์มที่เปิดให้สถาบันการเงินหรือลูกค้าระดับพรีเมียมสามารถฝาก Bitcoin รวมถึง ETH และ SOL ไว้ที่ระบบ Custody ของ Coinbase เพื่อกู้ยืมเงินในรูปแบบเหรียญ USDC ได้อีกด้วย ถือได้ว่าระบบการเงินสองแบบมีการทำธุรกรรมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

การจ่ายผลตอบแทนจากการ Staking

ทั่วไปแล้วการฝากเงินในธนาคารจะได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ยในอัตราที่สถาบันการเงินกำหนดซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามอัตราของดอกเบี้ยนโยบาย แต่ตอนนี้ได้มีการฝากเงินรูปแบบใหม่ผ่าน Stablecoin ซึ่งทำงานบนบล็อกเชนจึงสามารถที่จะถือและรับผลตอบแทนจากการทำธุรกรรม Onchain อย่างเช่นการ Staking ซึ่งผลตอบแทนที่ได้มาจากมูลค่าการทำธุรกรรมบนบล็อกเชน ยิ่งมีการใช้งานบล็อกเชนเช่นใช้จ่ายค่า Gas จะยิ่งเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับผู้ที่วาง Stake ไว้ อย่างเช่น Ethereum ให้ผลตอบแทนจากการวาง Stake ระดับ 3-5% ต่อปี นี้จึงมีโอกาสจะเป็นผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่ได้

การนำ Tokenize Asset ทำธุรกรรมด้าน DeFi

ก่อนหน้านี้การสร้างสภาพคล่องในโลก DeFi มักจำกัดอยู่เฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงเช่นเหรียญคริปโตแต่การมาของ Tokenization จะเป็นการนำเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากสินทรัพย์จริงเข้าสู่ระบบบล็อกเชนซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดเติบโตขึ้นอีกหลายเท่า

ตัวอย่างเช่น Tokenize Stock ที่มีหุ้นเป็นสินทรัพย์อ้างอิงสามารถที่จะนำมาฝากไว้ใน DeFi Protocol ประเภท DEX เพื่อช่วยสร้างสภาพคล่องภายในแพลตฟอร์มและสามารถรับผลตอบแทนจาก Yield Farming ได้ ต่างจากในอดีตที่ต้องนำเหรียญคริปโตไปวางไว้เท่านั้น

ปัจจุบันสินทรัพย์ที่ถูกนำมา Tokenize และมีอัตราการเติบโตมากที่สุดคือหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ แม้ว่ามูลค่าตลาดจะยังตามหลังสินทรัพย์ประเภทเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล แต่ถือว่าได้รับการตอบรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การรวมตัวของ Tokenization และ Stablecoin ไม่ใช่เรื่องของภาพฝันในอนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่นี้คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบการเงินโลก โดยมีจุดเด่นคือการลดต้นทุน (Cost Reduction) เพิ่มความเร็ว (Speed) และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้สินทรัพย์ทุกชิ้นบนโลกใบนี้มีสภาพคล่องและสามารถแบ่งซื้อขายเป็นหน่วยย่อยได้ ซึ่งจะเปิดประตูให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันการเงินขนาดใหญ่มีเครื่องมือในการบริหารความมั่งคั่งที่มีประสิทธิภาพสูง

นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย

Founder Ricco และ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

แชร์
การมาของ Tokenization และ Stablecoin เกิดโปรดักต์การเงินใหม่อะไรบ้าง