
เสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีก CJ MORE เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ว่า ขณะนี้มีตัวแทนจากตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง สิงคโปร์ และแนสแด็ก (Nasdaq) จากสหรัฐฯ เข้ามานำเสนอข้อมูลและหารือถึงแนวทางการนำบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ CJ MORE เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ทำให้ชื่อของ CJ กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง
เสถียรบอกว่า คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของแผนเข้าตลาดหุ้นภายในปี 2572 ซึ่งคาดว่า ในเวลานั้น CJ MORE จะมีสาขาครบ 5,000 สาขา จากปัจจุบัน มีสาขาเปิดให้บริการแล้วประมาณ 2,100 สาขา ใน 60 จังหวัด
เมื่อพูดชื่อ CJ MORE เชื่อว่าหลายคนเข้าใจว่า CJ MORE เป็นธุรกิจในเครือของ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG และหาก CJ เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ก็น่าจะส่งผลโดยตรงต่อ CBG ด้วย
แต่ความจริงแล้ว โครงสร้างธุรกิจไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะ CJ ไม่ได้อยู่ในเครือ CBG ดังนั้น การระดมทุนของ CJ จึงไม่ได้ส่งต่อหุ้นของ CBG โดยตรง
แล้วสองธุรกิจนี้มีระดับความเกี่ยวโยงกันอย่างไร SPOTLIGHT ชวนไปผ่าโครงสร้างธุรกิจดูไปพร้อมกันเลย
จุดที่ทำให้ CJ มักถูกเชื่อมโยงว่าเป็นบริษัทในเครือ CBG คือ ทั้งสองกลุ่มบริษัทมีผู้ถือหุ้นใหญ่กลุ่มเดียวกัน คือ บริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด (ของครอบครัวเสถียร) และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้ง CBG (ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ ยืนยง โอภากุล หรือ ‘แอ๊ด คาราบาว’)
หากแกะโครงสร้างธุรกิจของฝั่ง CJ จะพบว่า บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด ทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ (holding company) ที่ถือหุ้น 100% ในบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานและบริหารหน้าร้านค้าปลีก CJ MORE
นอกจากนั้น บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด ยังถือหุ้นใหญ่ในบริษัทซัพพลายเชนและอสังหาฯ ในเครืออีก 4 บริษัท ได้ บริษัท ทีดี ซัพพลาย เชน จำกัด (100.00%) บริษัท คาราบาว คอนเน็กซ์ จำกัด (100.00%) บริษัท ซีเจ มอร์ แอสเซท จำกัด (99.98%) บริษัท ซีเจ มอร์ เวนเจอร์ส จำกัด (99.98%)
สำหรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นของ บริษัท ซีเจ มอร์ จำกัด ประกอบด้วย
สำหรับบริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด ที่อยู่บนสุดของโครงสร้างทั้งสองกลุ่ม เป็นบริษัทโฮลดิงที่ครอบครัวเสถียรธรรมะถือหุ้น 100% โดยเสถียร เสถียรธรรมะถือหุ้น 55% ดารารัตน์ เสถียรธรรมะ 15% ร่มธรรม เสถียรธรรมะ 10% วีรธรรม เสถียรธรรมะ 10% และเทียนธรรม เสถียรธรรมะ 10%
ขณะที่ฝั่ง บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG บริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด ก็เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 สัดส่วน 25.01% ตามมาด้วยณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ อันดับ 2 สัดส่วน 21.00% ยืนยง โอภากุล อันดับ 3 สัดส่วน 7.05% ส่วนเสถียร เสถียรธรรมะ อยู่ในอันดับ 6 สัดส่วน 2.83% และวงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ อันดับ 8 สัดส่วน 1.82%
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลโครงสร้างนิติบุคคลของทั้งสองฝั่ง โดยพิจารณาจากนิติบุคคลหลักที่ปรากฏในทะเบียน ไม่พบการถือหุ้นไขว้โดยตรง (direct cross-holding) ระหว่างบริษัทในกลุ่ม ซีเจ มอร์ / ซีเจ เอ็กซ์เพรส กับบริษัทในกลุ่ม คาราบาวกรุ๊ป (CBG) หรือพูดให้เข้าใจง่าย คือ ไม่มีบริษัทลูกของ CBG เข้าไปถือหุ้นในฝั่งซีเจ และไม่มีบริษัทในกลุ่มซีเจ เข้าไปถือหุ้นในฝั่ง CBG
ซูเปอร์มาร์เก็ต CJ MORE มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจร้านซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นในจังหวัดราชบุรี ก่อตั้งเมื่อปี 2548 บริหารโดยบริษัท พี เอส ดี รักษ์ไทย จำกัด ก่อนที่เสถียรจะเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 80% ในปี 2556 แล้วเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด
ปัจจุบัน CJ MORE ดำเนินธุรกิจร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นสินค้าและบริการหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในชุมชน ภายใต้แนวคิด “ครบ ถูก คุ้ม” และวางตัวเองเป็น ‘พันธมิตรของชุมชน’
ล่าสุด เสถียรให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน CJ MORE เปิดให้บริการแล้วประมาณ 2,100 สาขา ครอบคลุม 60 จังหวัด ในปี 2569 นี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ของ CJ MORE ไว้ที่ 80,000 ล้านบาท และตั้งเป้าให้แตะ 100,000 ล้านบาทในปี 2570
ทั้งนี้ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด มีผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (จาก Creden Data) ดังนี้
แม้จะไม่ได้อยู่ในโครงสร้างบริษัทเดียวกัน แต่ CJ และ CBG มีความเชื่อมโยงในเชิงธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเหตุผลที่เสถียรอยากทำธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพื่อเป็นช่องทางการขายสินค้าของกลุ่มคาราบาว
ความสัมพันธ์จึงมีลักษณะเป็นพันธมิตรธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน โดย CJ MORE ทำหน้าที่เป็นช่องทางค้าปลีกที่เข้าถึงผู้บริโภคในชุมชน ขณะที่สินค้าของกลุ่ม CBG สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านเครือข่ายร้านค้าของ CJ MORE
อย่างไรก็ตาม หาก CJ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นตามแผนที่วางไว้ การระดมทุนหรือมูลค่าหุ้นของ CJ จะไม่ได้ถูกส่งผ่านมายัง CBG โดยตรง ขณะที่ประโยชน์จากการเติบโตของ CJ ในทางธุรกิจยังอยู่ในลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจและช่องทางจำหน่าย
สำหรับฝั่งบริษัท คาราวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ปัจจุบันมีบริษัทย่อย ดังนี้
โครงสร้างนี้ทำให้เห็นภาพว่า CBG มีธุรกิจตั้งแต่การผลิตเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ การจัดจำหน่าย การตลาด ไปจนถึงการลงทุน