
กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดอบอุ่นของคนบันเทิง เมื่อนักร้องเสียงนุ่ม “พลพล พลกองเส็ง” ออกมาเปิดใจถึงวินาทีสำคัญของครอบครัว หลังต้องตัดใจส่งลูกชาย “น้องธันวา” บินลัดฟ้าไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่ามีแอบเศร้าซึมและเหงาไม่น้อย แต่ก็ต้องฮึบเข้มแข็งเพื่อเป็นหลักให้ภรรยา
“พลพล” เล่าถึงบรรยากาศวันแรกหลังจากไปส่งลูกชายว่า มีอาการเศร้าซึมเล็กน้อยเพราะปกติใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด “วันแรกกลับมาจากไปส่งน้อง ยังถามภรรยาอยู่เลยว่าลูกสั่งอะไรกินหรือยัง แต่พอมาถึงบ้านก็ต้องบอกตัวเองว่าเข้มแข็งนะ เพราะภรรยาบอบบางมาก ร้องไห้หนักกว่าเรา เราก็ต้องทำทุกอย่าง ไปเล่นคอนเสิร์ตก็พาเขาไปด้วย ปกติไม่ค่อยได้ไป ตอนไปส่งก็กลั้นน้ำตา แต่มันก็เป็นน้ำตาแห่งความปลื้มใจ”
แม้บ้านจะเงียบเหงาลงไปบ้าง แต่เจ้าตัวก็มองเห็นมุมดีๆ ที่เกิดขึ้น นั่นคือการได้กลับมาใช้ชีวิตคู่และให้เวลากับภรรยามากขึ้น หลังจากที่ทุ่มเทดูแลลูกมาโดยตลอด “กลายเป็นว่าสองคนได้มาใช้ชีวิตด้วยกัน ได้ไปกินข้าวสองคน มันเริ่มมีความรู้สึกว่า ก่อนหน้านี้เราปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ไปเพราะยุ่งกับลูก ตอนนี้ได้กลับมา รู้สึกว่าเราต้องทำแบบนี้บ้าง ตอนนี้บรรยากาศที่บ้าน ลูกไม่อยู่ เราก็พยายามอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด โต๊ะกินข้าวก็อยู่ด้วยกัน ทำให้เรารู้สึกไม่เหงา ส่วนไลน์ครอบครัวก็คุยกันตลอดเวลา ลูกกินอะไรก็ส่งมา เรากินอะไรก็ส่งไป”
สำหรับการไปเรียนต่อในครั้งนี้ เป็นการวางแผนร่วมกันตั้งแต่ลูกชายยังเรียนอยู่ชั้น ม.1 โดยตัว “น้องธันวา” เป็นคนเลือกสาขาและประเทศออสเตรเลียด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องความห่วงใย คุณพ่อสายชิลเผยว่า “ห่วงเรื่องเหงา แล้วทำให้ไปกับคนง่าย ให้ระวังเรื่องการคบคนต่างถิ่นต่างบ้านที่เราไปช่วยไม่ได้ แต่ก็อุ่นใจว่าอยู่ที่นั่นยังมีเพื่อน ๆ คุณป้า และแฟนคลับคอยช่วยดูแล ส่วนเรื่องอนาคต พี่ไม่คาดหวังตั้งแต่ลูกเรียนอนุบาลแล้ว ไม่กดดัน ถ้าเขาไปเรียนปีหนึ่งแล้วบอกว่าไม่ไหวก็กลับมาเลย หรือถ้าจบแล้วจะทำงานต่อที่นู่นเลยก็แล้วแต่เขา ได้หมด”
นอกจากเรื่องครอบครัวแล้ว ในฐานะศิลปินรุ่นใหญ่ “พลพล” ยังได้เปิดมุมมองเกี่ยวกับ “ความปลอดภัยของศิลปินเวลาไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ” โดยเน้นย้ำถึงการเตรียมพร้อมของตัวเองและการร่วมมือกับผู้จัดงาน “จริง ๆ มันต้องช่วยกันทั้งผู้จัดและศิลปินเอง เวลาพี่ไปซ้อมไปซาวด์เช็ก พี่จะเดินดูเองหมดว่าเวทีขึ้นตรงไหน ลงตรงไหน ออกยังไง ห้องพักอยู่ไหน พี่จะไม่รอทีมงานมาแจ้ง ที่เหลือก็ปล่อยเป็นหน้าที่ผู้จัดควบคุมความปลอดภัย ไม่ถึงขั้นต้องระแวงขนาดนั้น แต่เรารู้จุดต่างๆ ไว้ เพราะอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้”
พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังฝากข้อเสนอแนะถึงผู้ประกอบการและผู้จัดงานคอนเสิร์ตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด “อยากฝากผู้ประกอบการ คอยตรวจเช็กประตูทางออกฉุกเฉิน ถ้ามีรูเดียวอาจจะเพิ่มอีกสักรูสองรูไว้หลังเวที ให้นักดนตรีได้ออกด้วย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะได้มีทางออกทั้งซ้ายและขวา อย่างน้อยก็ขอให้สัญญาณเตือนมันชัดเจนครับ”
Advertisement