
พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคที่ “ความคุ้มค่า” กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่ระมัดระวังและพิจารณาทุกการซื้อมากขึ้น โดยข้อมูลของ TikTok ระบุว่า ผู้บริโภค 50% เข้าสู่โหมดการใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่า ขณะที่ 2 ใน 3 เพิ่มขั้นตอนการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่ต้องการ
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนผ่านพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน เมื่อยอดค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับ “ซื้อของ ช็อปปิง ลดราคา” บน TikTok เพิ่มขึ้น 83% แสดงให้เห็นว่าการค้นหาไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อรับชมคอนเทนต์หรือหาแรงบันดาลใจ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการซื้อ ตั้งแต่การเปรียบเทียบสินค้า ตรวจสอบรีวิว ไปจนถึงค้นหาโปรโมชันและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากแบรนด์
ในจังหวะที่ผู้บริโภคต้องการข้อมูลมากขึ้น ช่องทางสนทนาจึงเข้ามามีบทบาทเชื่อมระหว่างความสนใจกับการตัดสินใจซื้อ โดยผู้ซื้อมากกว่า 80% ระบุว่ายินดีติดต่อแบรนด์ผ่านแชทเพื่อประกอบการตัดสินใจ พฤติกรรมนี้ทำให้ TikTok มองว่า Messaging Ads สามารถช่วยเปลี่ยนการค้นพบสินค้าและความสนใจบนหน้าฟีดให้กลายเป็นบทสนทนา และต่อยอดไปสู่การปิดการขายโดยตรง
TikTok ระบุว่า ผู้บริโภคไทยกำลังเข้าสู่ยุค Value-Driven Spending ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ได้รับจากการใช้จ่ายทุกบาท มากกว่าการพิจารณาราคาเพียงอย่างเดียว แม้ความต้องการซื้อยังคงมีอยู่ แต่การซื้อแต่ละครั้งต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านมากขึ้น จึงถือเป็นความต้องการซื้อที่มีเป้าหมายชัดเจน หรือ Real Shopping Demand
ข้อมูลภายในของ TikTok ชี้ว่า การเปลี่ยนความตั้งใจซื้อให้เป็นยอดขายขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน ปัจจัยแรกคือความน่าเชื่อถือ โดยผู้บริโภค 57% ให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นในแบรนด์ ครีเอเตอร์ หรือผู้ให้บริการ แบรนด์จึงต้องนำเสนอข้อมูลอย่างโปร่งใสและเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงและสอบถามได้ทันที
ปัจจัยที่สองคือความมั่นใจในการซื้อ โดยผู้บริโภค 1 ใน 2 ต้องการความมั่นใจว่าตนเองกำลังตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การตอบคำถามแบบเรียลไทม์ผ่านแชทจึงมีส่วนช่วยลดความลังเล โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนการชำระเงิน
อีกปัจจัยหนึ่งคือความชัดเจนของสินค้าและบริการ ซึ่งมีผู้บริโภค 56% ให้ความสำคัญ ผู้ซื้อไม่เพียงต้องการทราบว่าสินค้าคืออะไร แต่ต้องการเข้าใจรายละเอียด คุณสมบัติ และคุณค่าที่จะได้รับอย่างชัดเจน การสนทนาแบบสองทางจึงช่วยให้แบรนด์สามารถให้ข้อมูลที่ตรงกับคำถามและความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้มากกว่าการนำเสนอรายละเอียดสินค้าในรูปแบบเดียวกันสำหรับทุกคน
นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business ประเทศไทย ระบุว่า การได้รับความสนใจหรือยอดรับชมไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของการตลาดอีกต่อไป แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลให้กลายเป็นบทสนทนาระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และนำบทสนทนานั้นไปสู่ยอดขาย
TikTok วางกลยุทธ์ Discovery-to-Demand เพื่อเชื่อมกระบวนการตั้งแต่ผู้บริโภคค้นพบสินค้า ค้นหาข้อมูล พิจารณาตัวเลือก ไปจนถึงตัดสินใจซื้อ โดยมองว่าความตั้งใจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดีล รีวิว และรายละเอียดสินค้า เป็นสัญญาณของความต้องการซื้อในระดับสูง หรือ High Intent
ข้อมูลของแพลตฟอร์มระบุว่า TikTok มีผู้ใช้งานในประเทศไทยมากกว่า 50 ล้านราย และมียอดค้นหาข้อมูลรวมมากกว่า 4.8 พันล้านครั้งตลอดช่วงไตรมาส 1-4 ของปี 2568 ขณะที่ TikTok Messaging Ads เติบโต 1.9 เท่า สะท้อนบทบาทของการส่งข้อความในฐานะเครื่องมือที่เชื่อมระหว่างการรับรู้และการสร้างยอดขาย
Messaging Ads ถูกนำมาใช้เพื่อลดช่องว่างในเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การย่นระยะจากความสนใจไปสู่การลงมือทำ การคัดกรองลูกค้าที่มีความต้องการซื้อจริงตั้งแต่เริ่มบทสนทนา และการวางลูกค้าเป็นศูนย์กลางผ่านการสื่อสารที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
การสื่อสารแบบสองทางช่วยให้ผู้บริโภคได้รับคำตอบทันทีโดยไม่ต้องออกจากกระบวนการซื้อ ขณะเดียวกัน แบรนด์สามารถตรวจสอบความต้องการ งบประมาณ หรือปัญหาของลูกค้าได้ตั้งแต่ช่วงแรก ลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลและการนัดหมายซ้ำซ้อน หากการสนทนาสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ ก็อาจต่อยอดไปสู่ความภักดีต่อแบรนด์และการกลับมาซื้อซ้ำ
ระบบหลังบ้านของโซลูชันแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ Direct Messaging Ads ซึ่งเปิดให้ผู้บริโภคสนทนาผ่าน TikTok DM โดยตรง และ Instant Messaging Ads ซึ่งเชื่อมผู้ใช้ไปยังแอปพลิเคชันสนทนาพันธมิตร เช่น Facebook Messenger, WhatsApp และ Zalo
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมืออัตโนมัติอย่าง Message Assistant และ Automated Chat เพื่อช่วยจัดการปัญหาผู้บริโภคคลิกโฆษณาแต่ไม่ซื้อสินค้า รวมถึงลดปริมาณบทสนทนาที่ไม่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นยอดขาย หรือ Low-quality Leads
สำหรับแบรนด์ขนาดใหญ่ TikTok เสนอให้ผสาน Messaging Ads เข้ากับระบบข้อมูลและเครื่องมืออัตโนมัติ เพื่อช่วยคัดกรองและส่งต่อผู้ที่มีแนวโน้มซื้อสูงให้ทีมขาย ลดต้นทุนในการติดตามลูกค้าที่ไม่มีความต้องการชัดเจน และเพิ่มโอกาสปิดการขายจากข้อมูลที่ได้ระหว่างการสนทนา
ส่วนธุรกิจ SME และร้านค้าออนไลน์ หัวใจสำคัญอยู่ที่ Human Touch หรือการสร้างความสัมพันธ์ผ่านการตอบคำถามของผู้ขายโดยตรง โดย TikTok ระบุว่า “ความเร็ว 3 นาที” กำลังกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการตอบแชท ข้อมูลชี้ว่าการตอบสนองอย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะอยู่ในบทสนทนาต่อได้ถึง 2.2 เท่า
อย่างไรก็ตาม ความรวดเร็วต้องดำเนินควบคู่กับความถูกต้องของข้อมูล โดยราคา โปรโมชัน และเงื่อนไขที่แจ้งในแชทควรสอดคล้องกับเนื้อหาในวิดีโอโฆษณา เพื่อไม่ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าข้อมูลเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการซื้อ และเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่สร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
TikTok มองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันโฆษณาแบบ Full-Funnel ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้ การกระตุ้นให้เกิดการค้นหาและพิจารณา ไปจนถึงการปิดการขายผ่านช่องทางสนทนา โดยแพลตฟอร์มระบุว่าผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณามีการเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ แฟชั่น ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภค
นายธัญวุฒิกล่าวว่า การตลาดในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่การแข่งขันเพื่อดึงดูดความสนใจในช่วงสั้น ๆ แต่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในบทสนทนาที่โปร่งใสและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดย Messaging Ads จะทำหน้าที่เชื่อมเครื่องมือโฆษณาเข้ากับกระบวนการขาย เพื่อเปลี่ยนแรงบันดาลใจและความบันเทิงบนหน้าฟีดให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้