
(16 ก.ค. 2569) ช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ร่วมกับ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ สน.พหลโยธิน
พล.ต.ท.สยาม บอกสั้นๆ ก่อนประชุมว่า วันนี้มาเพื่อตรวจดูสำนวนคดี การสอบปากคำ และพยานหลักฐาน เพื่อมาดูว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเกิดจากอะไร
ขณะเดียวกันวันนี้ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เดินทางเข้ามาตืดต่อรับทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ นายชนะชัย ทองประเสริฐ นักร้องวงทศกัณฑ์ เขาเล่าว่า วันนี้ มาติดต่อรับโทรศัพท์คืนเพราะตกในวันเกิดเหตุ แม้วันเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ในร้าน ตอนนั้นมาเข้าห้องน้ำเพราะปวดฉี่กลางเพลง จนทนไม่ได้ก็เลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ และตอนเข้าห้องน้ำเสร็จกำลังจะกลับไป แต่เห็นคนวิ่งออกมาพอดี แล้วตนเองอยู่ตรงประตูทางหนีไฟฝั่งห้องน้ำพอดี ก็เลยวิ่งออกมา ประมาณคนที่ 5 คนที่ 6 ซึ่งประตูถูกเปิดอยู่แล้ว แล้วควันก็ตามหลังมาพอดี
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางร้านก็ยังไม่มีการทักมา มีแค่ทนายที่ทักส่วนตัวมาบอกว่าจะเยียวยาก่อนคนละ 10,000 บาท ให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้ แต่คนที่รอดชีวิตยังไม่มีทักมาและไม่ได้บอกว่าจะดูแลยังไง และส่วนตัวก็อยากให้ทางร้านติดต่อมา เพราะเชื่อว่า ต้องมีหุ้นส่วนที่ดูแลแทนได้ แต่ตอนนี้เขาอ้างแค่ว่าเจ้าของร้านยังไม่ฟื้น
ส่วนหุ้นส่วนมีกี่เจ้านั้น ลึกๆ ตนเองไม่ทราบ แต่เท่าที่เห็นเจ้าของมีคนเดียว และเจ้าของ ก็คือ พี่นาย มักจะเข้ามาร้านวันเสาร์ อาทิตย์
ส่วนกังวลหรือไม่หากเจ้าของยังไม่ฟื้นแล้วจะไม่ได้รับการเยียวยานั้น นายชนะชัย บอกว่า แอบกังวล
เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าหุ้นส่วนมี 4 คน เคยเห็นคนไหนบ้างนั้น นายชนะชัย บอกว่า เคยเห็นบ้างบางคน ที่เข้ามาภายในร้านบ้าง เป็นเพื่อนที่เจ้าของร้านพามา และบอกว่าเป็นหุ้นส่วน เป็นเพื่อนสนิทเจ้าของร้าน เป็นผู้ชาย ซึ่งหุ้นส่วนคนนี้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีการทักมาแสดงความรับผิดชอบ โดยทุกครั้งที่หุ้นส่วนคนนี้มาที่ร้านก็มักจะมาอยู่ที่เคาท์เตอร์ และมานั่งกับลูกค้าบ่อย แต่ไม่ทราบว่าเขาดูแลส่วนไหน แต่คนที่ดูแลทุกอย่าง คือ เจ้าของร้าน โดยเจ้าของร้านดูแลทั้งเด็กเสิร์ฟ การเสิร์ฟ เรื่องน้ำ เรื่องไฟฟ้า
ส่วนมีการเช็กระบบไฟบ่อยหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ แต่เจ้าของร้านจะคอยดูว่าตรงไหนเป็นอะไรหรือไม่
นายชนะชัย ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีช่วงหนึ่ง ที่ตนเองมาเล่นวันศุกร์ แล้วไฟจะตกเกือบทุกวันศุกร์ ดับไปทั้งร้าน แล้วที่ร้านก็สับสวิตช์ขึ้นแล้วเล่นต่อ ซึ่งที่ไฟดับตอนนั้นเพราะไฟไม่พอ แล้วถ้าไฟไม่พอทางร้านก็จะแก้ปัญหาด้วยการจะปิดแอร์เพิ่มขึ้น
ส่วนเครื่องเสียง ที่ร้านเขาก็ใช้ไฟเต็มที่ และช่วงที่ไฟตก ก็เห็นว่ามีการเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องเสียง เปลี่ยนตำแหน่งกลอง ตำแหน่งเครื่องเสียงเพราะพื้นที่น้อย โดยเฉพาะวันที่มีคอนเสิร์ต
นายชนะชัย ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่ามีการซ่อมเผชิญเหตุ แต่ยืนยันได้ว่า ประตูไม่ได้ล็อก มีแค่ใส่กลอน แล้วตนเองก็วิ่งออกมา ทางประตูหนีไฟฝั่งห้องน้ำ
พร้อมยอมรับอีกว่า ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้แต่เคยพูดเล่นกันว่า ถ้าไฟไหม้จะออกทางไหนกันเดี แต่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นจริง
และหลังจากนี้ สำหรับวงของตนเองคงตั้งหลักยาก เพราะสูญเสียมากจาก 11 คน เหลือ 7 คน มันจุกอกไปหมด ทำอะไรก็เห็นแต่ภาพเขา จับไมค์ไม่มีเขายืนข้างๆ มันเฟลไปหมด ก็คุยกันว่าเอายังไงต่อดี บางคนก็บอกอีกค่อยเริ่มใหม่ บางคนก็บอกไม่เล่นแล้วแยกไปเติบโต ซึ่งทุกคนจิตตกกันหมด
ซึ่งส่วนตัวตอนแรกไม่อยากกลับไปร้องเลย ผมพอแล้วเพราะครั้งหนึ่งในชีวิตไม่เคยเจอ ขวัญเสีย ขยาด แต่อีกใจคือเรารักในอาขีพนี้ รักในเสียงเพลง รักในการทำให้คนมีความสุข ก็ทำใจยากที่จะไม่ร้องเพลง ซึ่งตอนนี้ถ้ากลับมารับงานอีก ก็คงจะเปลี่ยนสไตล์รับงานนอก ที่ไม่ใช่ในร้านเหล้าไม่ใช่ในผับ
นายชนะชัย ยังเล่าเรื่องของน้องดิน นักร้องอีกคนที่เสียชีวิตเมื่อวานนี้ ด้วยว่า ตอนแรกชีพจรยังปกติ แต่เหมือนเขารอเพื่อน พอเพื่อนไปกันครบ ชีพจรเขาลดลงเรื่อยๆ พอกลับมาจากเยี่ยมครึ่งชั่วโมง เขาก็ไม่รับอะไรแล้วญาติให้ทำใจ และตนเองก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงและดินเป็นคนที่สนิทกับตนเองที่สุด ไปหาลูกค้า กินข้าว ร้องเพลงด้วยกัน ตัวติดกันตลอด และเมื่อคืนก็รู้สึกเหมือนเขามาหา ผมนอนไม่ได้เลย เพราะรู้สึกเหมือนโดนอำ ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้หายใจไม่ออก แล้วในฝัน ตนเองฝันว่าไปกอดหัวหน้าวง แล้วดินก็เดืนเข้ามาพูดว่า จะเสียใจอะไรกันเนี่ย แล้วหลังจากนั้นก็ตื่น แล้วรู้สึกเหมือนคนเดินในบ้าน จนตื่นแล้วก็เห็นเสื้อของดิน 1 ตัวที่แขวนในราว โผล่ออกมา กางออกมาเลย เลยพูดว่า มึงอยากได้คืนเหรอเดี๋ยวกูเอาไปให้
ทั้งนี้ ตนเองก็อยากบอกดินว่า "คิดถึงนะดิน มึงเป็นคนรักเพื่อนรักครอบครัว มึงไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว"
Advertisement