
ร.ต.อ.ฤทธิพงศ์ มะปะเข พนักงานสอบสวน สภ.บางปลาม้า ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหลังหนึ่ง ตำบลไผ่กองดิน อำเภอบางปลาม้า จึงประสานรถดับเพลิง อบต.องครักษ์ เทศบาลไผ่กองดิน เทศบาลตำบลตะค่า เทศบาลโคกคราม และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบเพื่อดับเพลิง
ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังโหมลุกไหม้บ้านต้นเพลิง ซึ่งอยู่ติดกับคลองเจ้าเจ็ด-บางยี่หน และติดกับบ้านทรงไทย หลังใหญ่ อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงรีบระดมฉีดน้ำสกัดควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามไปบ้านติดกันใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ในวงจำกัด และสามารถดับเพลิงเอาไว้ได้ แต่บ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้เสียหายหมอดทั้งหลังและบ้านทรงไทยที่อยู่ติดกัน ถูกไฟลามเข้าไปไหม้ห้องครัว และตัวบ้าน ทำให้มีตู้เย็น 3 หลัง เครื่องครัว เครื่องไฟฟ้า ได้รับความเสียหาย
จากการสอบถามคุณตายละออ โตยะบุตร อายุ 78 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง เล่าว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนทานข้าวมื้อกลางวันอิ่มแล้วได้ลงไปนั่งพูดคุยกับญาติที่ใต้ถุนบ้านญาติที่ติดกัน ระหว่างที่นั่งคุยกัน ญาติก็บอกว่ามีไฟไหม้มาจากทางโน้น ญาติบอกว่าควันอะไร คิดว่าใครเขาสุมไฟ ตนจึงเดินไปดูเห็นควันลอยกลบมาจากในบ้าน ตนพยายามเดินเข้าไป แต่เข้าไปไม่ได้มืดควันลอยมืดเต็มหมดเลย ตนจึงตัดสินใจกระโดดน้ำแล้วเดินขึ้นบันได ที่เชื่อมกันหนีขึ้นมาด้านหลัง
บ้านของตนเป็นบ้านไม้สักเก่าอายุ 100 กว่าปีแล้ว ตอนที่เห็นไฟลุกขึ้นมา ตนใจวาบไปเลย นอกจากนี้ยังมีบ้านญาติซึ่งเป็นบ้านทรงไทยหลังใหญ่ แต่เจ้าของอยู่กรุงเทพฯไม่ค่อยได้อยู่ ตนเป็นคนช่วยดูแลให้ กำลังจะเดินทางมา ส่วนสาเหตุไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรเพราะที่บ้านไม่มีไฟช็อต เราไม่เห็นเลยพูดไม่ถูก
นอกจากนี้ภายในบ้านตนมีเงินสดค่าชดเชยน้ำท่วม และเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่เก็บไว้มีประมาณ 20,000 บาท แล้วก็มีทีวี พร้อมบ้านที่เสียหาย ส่วนบ้านญาติมีระเบียงห้องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องครัว ตู้เย็นตัวบ้าน เกือบครึ่งหลังได้รับความเสียหายมูล ค่าความเสียหายเฉพาะบ้านของตนประมาณ 400,000 กว่า
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้แล้ว ได้เข้าไปค้นหาหีบเหล็กที่ตาละออ เก็บเงินสดไว้ ปรากฏว่าถูกไฟไหม้เป็นเถ้าถ่านเหลืองเพียงพระเครื่องกับเงินรู สมัยเก่า
Advertisement