
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.45 น. วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวิทยา และนางฤทัยวรรณ อ่วมภักดี สองสามีภรรยา ได้แวะเข้าปั๊มน้ำมันขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 5 ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนจะเข้าไปใช้ห้องน้ำภายในปั๊ม
นางฤทัยวรรณ เปิดเผยว่า หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ ตนออกมาล้างมือบริเวณอ่างล้างหน้าจุดแรก โดยวางกระเป๋าสตางค์ ซึ่งเป็นกระเป๋าใส่เหรียญไว้บริเวณอ่าง ภายในมีเงินสดประมาณ 14,000 บาท พร้อมเอกสารสำคัญและบัตรประชาชน
เนื่องจากบริเวณอ่างล้างมือจุดแรกมีปัญหาน้ำไม่ไหล ตนจึงเดินไปล้างมือบริเวณอ่างจุดที่สอง โดยไม่ได้ทันคิดว่ากระเป๋าสตางค์ที่วางไว้จะสูญหาย ก่อนจะกลับมาพบว่ากระเป๋าเงินไม่อยู่แล้ว
เมื่อตรวจสอบภายในห้องน้ำ พบว่าขณะเกิดเหตุมีตนเอง และหญิงสาวอยู่ภายในห้องน้ำเพียง 2 คน ขณะเดินเข้าห้องน้ำนั้นหญิงต้องสงสัยเดินเข้าทางห้องน้ำฝั่งผู้หญิง แต่ขาออกกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพหญิงสาวต้องสงสัยเดินทะลุออกทางห้องน้ำฝั่งผู้ชาย ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อกัน
หญิงสาวรายดังกล่าวมีท่าทางลุกลี้ลุกลน และในจังหวะที่เดินออกจากห้องน้ำ ลักษณะคล้ายกับนำสิ่งของซุกไว้บริเวณเอว ก่อนเดินไปขึ้นรถเก๋งที่จอดอยู่บริเวณปั๊มแล้วขับออกไป
หลังเกิดเหตุ นางฤทัยวรรณได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมอบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามตัวหญิงสาวที่ปรากฏในภาพมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังพยายามนำภาพจากกล้องวงจรปิดโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อติดตามหาหญิงสาวคนดังกล่าว กระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลว่า เคยถูกก่อเหตุในลักษณะคล้ายกัน และเชื่อว่าอาจเป็นบุคคลเดียวกัน
ผู้เสียหายจึงรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนนำส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
นางฤทัยวรรณ กล่าวว่า เงินจำนวน 14,000 บาท เป็นเงินที่ตนเองและสามีเก็บสะสมจากการขายของ ซึ่งตั้งใจจะนำไปโอนให้ลูกเพื่อใช้จ่ายค่าหอพักและค่าเทอม จึงถือเป็นเงินที่มีความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก
พร้อมวิงวอนหญิงสาวที่ปรากฏในภาพ หากเป็นผู้ที่หยิบกระเป๋าเงินไป ขอให้นำกระเป๋าเงินและเงินที่เหลือมาคืน เพราะเป็นเงินที่ครอบครัวตั้งใจเก็บไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของลูก และหากนำมาคืนก็พร้อมพูดคุยกันตามขั้นตอน
ขณะนี้ทางผู้เสียหายอยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้าทางคดี และหวังว่าจะสามารถติดตามตัวหญิงสาวในภาพมาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Advertisement