
วันที่ 31 ก.ค. 69 ที่จ.อุดรธานี ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี แกะรอยจากภาพวงจรปิด ตามรวบตัว นายสมคิด หรือ เบิร์ด อายุ 37 ปี ได้ภายหลังก่อเหตุย่องลักเครื่องดื่มกระป๋องจากร้าน "มุมอร่อย" ก่อนหลบซ่อนตัวในวัดใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าตัวรับสารภาพ แต่ยืนยันขโมยไปไม่ถึง 10 กระป๋อง ขณะที่เจ้าของร้านเผยภาพวงจรปิดชัด ขนของออกจากร้านถึง 2 รอบ สูญหายกว่า 30 กระป๋อง มูลค่าความเสียหายราว 500-600 บาท พร้อมชื่นชมตำรวจที่ติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
กล้องวงจรปิดบริเวณของร้าน "มุมอร่อย" ถ.อำเภอ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี บันทึกภาพเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 69 พบชายอายุประมาณ 30-40 ปี เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนอาศัยจังหวะปลอดคนลักขโมยเครื่องดื่มกระป๋องหลายรายการแล้วหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ น.ส.สุวภัทร อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี นำโดย พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี กระทั่งสามารถติดตามจับกุม นายสมคิด หรือ "เบิร์ด" อายุ 37 ปี ชาว จ.ลพบุรี ได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดซึ่งอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปชี้จุดที่ใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออก จุดลงมือก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง
นายสมคิด หรือ "เบิร์ด" บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ยอมรับว่าเป็นผู้ลักขโมยเครื่องดื่มกระป๋องจริง แต่ยืนยันว่าขโมยไปไม่ถึง 10 กระป๋อง ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นตนเองก็ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงตัดสินใจทำ ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน น.ส.สุวภัทร เจ้าของร้าน บอกว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่าผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาขนเครื่องดื่มออกจากร้านถึง 2 รอบ ทั้งที่ทางร้านมีการล็อกตู้และตรวจสอบความเรียบร้อยของสินค้าทุกวันก่อนปิดร้าน โดยทรัพย์สินที่สูญหายเป็นเครื่องดื่มกระป๋องประมาณ 30-40 กระป๋อง ราคากระป๋องละประมาณ 20 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 500-600 บาท
เจ้าของร้านเชื่อว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะไม่นำเครื่องดื่มทั้งหมดไปบริโภคเอง แต่คาดว่าจะนำไปขายต่อในราคาถูก เพื่อนำเงินมาใช้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว จนสามารถนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้
Advertisement