
ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ภายในศูนย์การค้า “คลองถมเซ็นเตอร์” ถนนวรจักร หลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือ พฐ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหาย ล่าสุดยังไม่สามารถเข้าถึงจุดต้นเพลิงได้ เนื่องจากพื้นลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 พังถล่มลงมาทับพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งคาดว่าเป็นบริเวณต้นเพลิง จำเป็นต้องรื้อโครงสร้างดังกล่าวออกก่อน จึงจะสามารถตรวจสอบหาสาเหตุได้อย่างละเอียด
พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. และโฆษกสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า วันนี้ พฐ.ได้รับแจ้งให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังต้องรอให้สถานการณ์มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเมื่อเข้าพื้นที่ยังพบกลุ่มควันและความเสียหายจำนวนมาก อุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างบริเวณลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 เกิดการถล่มลงมา ขณะที่จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 จึงต้องรื้อโครงสร้างออกก่อน จึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบจุดต้นเพลิงได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ใช้โดรนบินสำรวจสภาพโดยรอบ พร้อมประชุมร่วมกับ กทม. ฝ่ายโยธา และตำรวจ โดยจากภาพวิดีโอสามารถระบุบริเวณจุดเกิดเหตุได้แล้วว่าอยู่ในโซน C แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุเพลิงไหม้ได้ เนื่องจากต้องเข้าตรวจสอบบริเวณต้นเพลิงโดยละเอียดอีกครั้ง
จากการสำรวจด้านหลังพบว่าพื้นลานจอดรถชั้น 2 และชั้น 3 พังถล่มลงมา ขณะที่รถแม็คโครเกิดการทรุดตัว ทำให้เกิดช่องทางสำหรับเข้าไปตรวจสอบบางส่วน แต่บริเวณจุดเกิดเหตุที่แท้จริงยังไม่ได้รับการรื้อโครงสร้าง จึงยังไม่สามารถเข้าถึงได้
ส่วนร้านค้าที่อยู่บริเวณจุดต้นเพลิง ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นร้านจำหน่ายสินค้าอะไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด ทราบเพียงว่าเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
กรณีผู้ประกอบการหญิงสวมเสื้อสีขาวที่เข้าไปภายในพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่แล้วเกิดอาการเป็นลม พล.ต.ต.วาที เปิดเผยว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นพยานบุคคลที่ตำรวจนำเข้ามาชี้จุดเกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความเครียด ประกอบกับภายในพื้นที่ยังมีกลิ่นสารเคมีค่อนข้างรุนแรง จึงอาจเป็นปัจจัยทำให้เกิดอาการเป็นลม
ด้านนายศุภกรณ์ สอนใหม่ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดเผยว่า การรื้อถอนโครงสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอาคาร ซึ่งจะต้องจัดหาผู้รับเหมาพร้อมวิศวกรเข้ามาควบคุมงาน เพื่อรื้อโครงสร้างอย่างปลอดภัยและเปิดทางให้ พฐ.สามารถเข้าตรวจสอบได้ โดยเจ้าของอาคารให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเจ้าหน้าที่เร่งรัดให้ดำเนินการภายในสัปดาห์นี้
ขณะที่ พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เปิดเผยถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับความเสียหายว่า ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ กทม.กำหนดให้ศูนย์รับแจ้งเหตุที่วัดพระพิเรนทร์เป็นจุดบริการประชาชน มีทั้งเจ้าหน้าที่เขตและตำรวจคอยรับเรื่อง
ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้ตำรวจจัดกำลังไปรับแจ้งความและสอบปากคำที่ สน.พลับพลาไชย 1 โดยมีผู้มาแจ้งความแล้ว 170 ราย และสอบปากคำแล้ว 138 ราย หากผู้เสียหายยังจำรายละเอียดทรัพย์สินหรือความเสียหายไม่ได้ สามารถเข้ามาแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังได้
ด้านความคืบหน้าทางคดี ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับ พฐ.และ กทม. โดยสอบปากคำพยานในวงกว้าง ทั้งผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ผู้ประกอบการ และพยานแวดล้อมในช่วงเกิดเหตุ พร้อมจัดกลุ่มข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงรายละเอียดของคดี
ส่วนประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุ หรือมีการตั้งใจเผาเพื่อหวังไล่ที่หรือไม่นั้น พล.ต.ต.ชัยกฤต ระบุว่า ตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นดังกล่าวทิ้ง โดยให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบในหลายแนวทาง พร้อมประสานข้อมูลกับ พฐ.อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สำหรับการทำประกันอัคคีภัยของศูนย์การค้า เบื้องต้นได้รับแจ้งว่ามีการทำประกันไว้ แต่ยังไม่มีเอกสารยืนยันว่าเป็นประกันประเภทใด และครอบคลุมความเสียหายในส่วนใด จึงต้องรอตรวจสอบเอกสารและหลักฐานให้ชัดเจนก่อน
Advertisement