Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนย่านการค้า ‘คลองถม’ ?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนย่านการค้า ‘คลองถม’ ?

29 ส.ค. 69
13:57 น.
แชร์

เหตุเพลิงไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอาคารและร้านค้าภายใน โดยโครงสร้างบางส่วนพังถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้ในวันที่ 29 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่ และเนื่องจากภายในอาคารยังมีความร้อนและเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ จึงต้องเฝ้าระวังว่าเพลิงอาจปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกับหนึ่งในพื้นที่การค้าสำคัญของย่าน ‘คลองถม’ ซึ่งอยู่คู่กรุงเทพฯ มานานหลายทศวรรษ และผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคตลาดกลางคืนริมถนน การเติบโตของตลาดและศูนย์การค้าในอาคารอย่างคลองถมเซ็นเตอร์ จนถึงความพยายามของภาครัฐในการจัดระเบียบพื้นที่ค้าขายริมถนน ที่แม้จะมีการจัดระเบียบครั้งใหญ่ แต่การค้าขายริมถนนในย่านคลองถมก็ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

เหตุไฟไหม้ครั้งนี้จึงชวนย้อนมองเส้นทางของย่านการค้าเก่าแก่แห่งนี้ว่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ย่านแห่งนี้เปลี่ยนแปลงและผ่านอะไรมาบ้าง ตั้งแต่วันที่ ‘คลองถม’ ยังเป็นคลอง ก่อนถูกถมให้เป็นถนน และถูกใช้งานเป็นแหล่งขายสินค้าราคาถูก จนกลายเป็นตลาดกลางคืนชื่อดัง

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ยังเปิดคำถามถึงอนาคตของพื้นที่ว่า เมื่อความเสียหายครั้งใหญ่นี้ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาพื้นที่ใหม่ คลองถมจะยังคงบทบาทในฐานะย่านการค้าเก่าแก่ต่อไป หรือไฟไหม้ครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การใช้พื้นที่ในรูปแบบอื่น และปิดฉากตำนานย่านการค้าและตลาดกลางคืน ‘คลองถม’ หรือไม่ ?

อาคารถล่ม ยังมีความร้อน แบ็กโฮเตรียมเปิดทางเข้าจุดต้นเพลิง

เช้าวันที่ 29 สิงหาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บริเวณคลองถมเซ็นเตอร์ พร้อมติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายและมีการถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดต้นเพลิงภายในได้อย่างเต็มที่

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้แล้ว แต่ยังมีความร้อนและเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ภายในอาคาร อุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงจุดที่เป็นต้นเพลิงด้านล่างได้ เมื่อหยุดฉีดน้ำจึงมีโอกาสที่ไฟจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะโครงสร้างหลักที่เป็นเหล็ก เมื่อได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานจะสูญเสียกำลังและทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่

สำหรับแนวทางดำเนินการ กรุงเทพมหานครได้เตรียมรถแบ็กโฮไว้ โดยจะประเมินความมั่นคงของโครงสร้างก่อน หากเห็นว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ จะทยอยเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดที่ยังมีเชื้อเพลิงและดำเนินการดับเพลิงได้อย่างตรงจุด

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกจากพื้นที่ เนื่องจากภายในอาคารมีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งแบตเตอรี่ แผงโซลาร์เซลล์ และสารเคมีบางส่วน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารพิษจากการเผาไหม้ กทม. จึงเตรียมประสานนำเครื่องมือตรวจวัดสารพิษเข้าตรวจสอบ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ ทิศทางลมในช่วงดังกล่าวพัดจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ จึงขอให้ประชาชนและผู้ที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ห่างจากพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณแนวกลุ่มควัน

ส่วนระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร เจ้าของอาคารแจ้งว่ามีระบบสปริงเกลอร์อยู่ภายใน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการทำงานของระบบ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่หัวรับน้ำดับเพลิง หรือประปาหัวแดง บริเวณโดยรอบทั้ง 3 จุด ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และเจ้าหน้าที่มีการใช้เครื่องสูบน้ำจากคลองเพื่อสนับสนุนการดับเพลิง

สำหรับพื้นที่ข้างเคียง มีอาคารพาณิชย์ซึ่งมีหอพักจำนวน 88 ห้อง รวมถึงคลังสินค้าพลาสติกและอุปกรณ์โทรศัพท์ โดยช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เกิดไฟลุกลามและปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมและดับไฟได้สนิทในช่วงเวลาประมาณ 04.00–05.00 น.

300 แผง 100 ผู้ประกอบการ เร่งสำรวจความเสียหาย

ด้านความเสียหาย ผู้ว่าฯ ชัชชาติเปิดเผยว่า คลองถมเซ็นเตอร์มีแผงค้าประมาณ 300 แผง คาดว่ามีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายมีหลายแผง โดยล่าสุดมีผู้มาลงทะเบียนแจ้งความเสียหายแล้วประมาณ 70 ราย กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดความเสียหาย จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้

สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้จัดจุดรับลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ณ ศาลาวัดพระพิเรนทร์ โดยวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เปิดรับลงทะเบียนเวลา 08.00–16.00 น. และตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สามารถยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เวลา 08.00–16.00 น.

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ โดยระบุรายละเอียดความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายความเสียหาย ภายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดหมายรับเงินช่วยเหลือต่อไป

ส่วนผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ผู้ว่าฯ กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุหลักเป็นพื้นที่ประกอบการค้า ไม่ใช่ที่พักอาศัย จึงไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือนในพื้นที่โดยตรง อย่างไรก็ตาม มีผู้พักอาศัยในหอพักบริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบและอาจจำเป็นต้องจัดหาที่พักใหม่

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นมีประมาณ 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟและมีกรณีได้รับบาดเจ็บจากวัสดุตกหล่น ขณะที่มีประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากควันไฟ 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต 1 ราย ซึ่งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยเป็นอาสาสมัคร ทั้งนี้ รายละเอียดจำนวนและอาการผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันข้อมูล

นอกจากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า เนื่องจากภายในพื้นที่มีสินค้าจำนวนมากที่อาจถูกหยิบฉวยได้ง่าย กรุงเทพมหานครได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอกำลังช่วยตรึงและเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ พร้อมกั้นพื้นที่เป็นเขตอัคคีภัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติม

‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ตลาดหลักของย่านที่เปิดมานานกว่า 30 ปี

สำหรับอาคารศูนย์การค้า ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ ตั้งอยู่ระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนเจ้าคำรพ ด้านหน้าติดถนนวรจักร

เว็บไซต์ของศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ระบุว่า อาคารแห่งนี้เป็นตลาดหลักประจำย่านคลองถม เป็นแหล่งค้าส่งและค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกที่ใหญ่ที่สุดในย่านคลองถม และเปิดมานานกว่า 30 ปี ภายในมีร้านค้าประมาณ 500 ร้าน และมีพ่อค้าแม่ค้าที่มีประสบการณ์ในการจัดหาสินค้ามานำเสนอในราคาย่อมเยา จนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่การค้าสำคัญของย่านการค้าแห่งที่มีประวัติยาวนาน

ไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ พาย้อนดูเส้นทางของ ‘คลองถม’

ย่าน ‘คลองถม’ เป็นย่านการค้าเก่าแก่ในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ข้อมูลจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า ‘คลองถม’ คือพื้นที่ตลอดถนนมหาจักร ระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยเดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นคลองชื่อ ‘คลองสำเพ็ง’ ปลายคลองด้านหนึ่งออกแม่น้ำเจ้าพระยา อีกด้านหนึ่งออกคลองมหานาค และเคยใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ

ต่อมาเมื่อการคมนาคมทางบกได้รับความนิยมมากกว่าทางน้ำ คลองสำเพ็งจึงถูกถมเป็นคลองแรก โดยเริ่มจากการถมด้วยขยะและแปรสภาพเป็นถนนในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไม่นานนัก จากนั้น ชาวบ้านจึงเรียกชื่อถนนตามต้นกำเนิดว่า ‘ถนนคลองถม’

ต่อมาย่านคลองถมเติบโตขึ้นเป็นแหล่งค้าสินค้านานาชนิด ทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องยนต์ เครื่องเสียง นาฬิกา ไปจนถึงสินค้ามือสองและของสะสม

หนึ่งในภาพจำสำคัญของย่าน คือ ‘ตลาดกลางคืนคลองถม’ ซึ่งเป็นการค้าในตรอกซอกซอยและบนทางเท้าริมถนน ไม่ใช่พื้นที่เดียวกับคลองถมเซ็นเตอร์ โดยพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามือสอง ของสะสม และสินค้าหลากหลายชนิดมาวางขาย จนกลายเป็นตลาดกลางคืนชื่อดังที่ดึงดูดทั้งคนซื้อและคนที่ต้องการหาของแปลก ๆ หรือของเก่า และยังถือเป็นต้นตำรับตลาดกลางคืนของไทย

ตลาดแห่งนี้ยังถูกเรียกว่า ‘ตลาดมืด’ ซึ่งมีทั้งความหมายถึงตลาดกลางคืนที่มีแสงสว่างไม่มาก และในอีกความหมายหนึ่ง สื่อถึงที่มาของสินค้าซึ่งมีข้อกล่าวหาว่า สินค้าบางส่วนที่ขายในตลาดมีที่มาจากการลักขโมยหรือโจรกรรม

ถูกจัดระเบียบครั้งใหญ่ แต่ ‘คลองถม’ ยังไม่หายไป

ความคึกคักของตลาดริมถนนมาพร้อมปัญหาการรุกล้ำทางเท้า การจราจร และความปลอดภัย ทำให้คลองถมเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครพยายามเข้าไปจัดระเบียบ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2557 เมื่อ กทม.ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดระเบียบพื้นที่คลองถม เพื่อคืนทางเท้าและพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน และแก้ปัญหาการจราจร โดยผู้ค้าเดิมจำนวนมากต้องออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 1 มกราคม 2558

ข้อมูลของ กทม.ในเวลานั้นระบุว่า ผู้ค้าคลองถมเดิมมีมากกว่า 2,700 ราย และ กทม.จัดหาพื้นที่อื่นเพื่อรองรับ เช่น เอสซีพลาซ่า สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ และพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การจัดระเบียบครั้งนั้นเปลี่ยนภาพของคลองถมไปมาก แต่ไม่ได้ทำให้ชื่อคลองถมหายไป และไม่ได้ทำให้การค้าของย่านสิ้นสุดลงทั้งหมด จากปี 2558 มาจนถึงปัจจุบัน ตลาดกลางคืนริมถนนยังคงมีอยู่ แต่ลดขนาดลง

จะเป็นจุดเปลี่ยนปิดตำนานย่านการค้า ‘คลองถม’ หรือไม่ ?

คลองถมเคยเปลี่ยนจากคลองมาเป็นถนน จากถนนกลายเป็นย่านการค้าและตลาดกลางคืนชื่อดัง และผ่านการจัดระเบียบครั้งใหญ่ จนรูปแบบการค้าริมถนนเปลี่ยนไป

วันนี้คลองถมเซ็นเตอร์เผชิญความเสียหายครั้งใหญ่ อาคารเหลือเพียงเศษซาก

แม้ว่าจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมคลองถมไปอย่างไร แต่หากมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางของย่านแห่งนี้ เหตุไฟไหม้ครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเหตุเพลิงไหม้ครั้งหนึ่ง แต่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของย่านการค้าเก่าแก่แห่งนี้ เพราะเมื่ออาคารถูกเพลิงไหม้เสียหาย ย่อมเปิดทางไปสู่การพัฒนาและการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่ว่างลง ซึ่งรูปแบบการใช้ประโยชน์อาจเปลี่ยนไปจากเดิม และอาจส่งผลต่อพื้นที่โดยรอบด้วย

ดังนั้น จึงน่าจับตามองว่า พื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์จะถูกใช้งานต่อไปในรูปแบบใด และจะส่งผลต่อภาพรวมของย่านมากน้อยเพียงใด

.

อ้างอิง : คลองถมเซ็นเตอร์, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, กทม., Post Today

แชร์
ไฟไหม้ ‘คลองถมเซ็นเตอร์’ หรือจะเป็นจุดเปลี่ยนย่านการค้า ‘คลองถม’ ?