Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ส่อง 10 หุ้นไทยปันผลเด่น 3 ปีล่าสุด บริษัทไหนจ่ายเท่าไหร่ ?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ส่อง 10 หุ้นไทยปันผลเด่น 3 ปีล่าสุด บริษัทไหนจ่ายเท่าไหร่ ?

28 ส.ค. 69
19:09 น.
แชร์

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้น การลงทุนที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงการซื้อหุ้นเพื่อรอให้ราคาปรับตัวขึ้นแล้วขายทำกำไร อีกแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือการลงทุนใน ‘หุ้นปันผล’ หรือหุ้นของกิจการที่มีการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในรูปเงินปันผล

เสน่ห์ของหุ้นปันผลอยู่ที่การสร้างกระแสเงินสดระหว่างการลงทุน นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากทั้งส่วนต่างของราคาหุ้นและเงินปันผลที่กิจการจ่ายให้ผู้ถือหุ้น สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตลงทุนระยะยาว เงินปันผลที่ได้รับยังสามารถนำกลับไปลงทุนต่อ เพื่อให้เงินลงทุนเติบโตขึ้นตามเวลาและเกิดประโยชน์จากพลังของดอกเบี้ยทบต้น โดยไม่จำเป็นต้องรอขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนผลตอบแทนจากการลงทุนให้เป็นเงินสด

แล้วถ้าอยากลงทุนหุ้นปันผล จะเริ่มหาหุ้นจากตรงไหนดี ?

วิธีหนึ่งที่นักลงทุนสามารถใช้คัดกรองหุ้นเบื้องต้นได้ คือ การย้อนกลับไปดูประวัติการจ่ายเงินปันผลในอดีต ทั้งอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (dividend yield) รวมถึงการเติบโตของเงินปันผล เพื่อดูว่าหุ้นตัวนั้นมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างไร และสามารถรักษาหรือเพิ่มการจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องหรือไม่

วันนี้ SPOTLIGHT ชวนมาดูตัวอย่างแบบง่าย ๆ จากการใช้โปรแกรมคัดกรองหุ้น หรือ Stock Screening บนเว็บไซต์ settrade.com ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถตั้งเงื่อนไขเพื่อค้นหาหุ้นที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการได้ โดยมีเงื่อนไขในการคัดกรองให้เลือกอยู่แล้ว

เราลองใช้โปรแกรม Stock Screening เลือกหา ‘หุ้นปันผลเด่น’ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ซึ่ง settrade.com ใช้เกณฑ์ที่อ้างอิงจาก Basic Screening Guideline ของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (IAA) โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลย้อนหลัง 3 ปีต้องไม่น้อยกว่า 5% ต่อปี และเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ต้องเพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี

เมื่อเลือกใช้เงื่อนไขดังกล่าวแล้ว ระบบแสดงหุ้นที่ผ่านเกณฑ์พร้อมเรียงลำดับตาม dividend yield ปี 2568 มาให้ โดย 10 อันดับแรก (เฉพาะหุ้นสามัญ ไม่นับ PF, REIT และ IFF) มีดังนี้

อันดับ 1 : SPCG
หมวดธุรกิจ : พลังงานและสาธารณูปโภค
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 12.90% / ปี 2567 = 11.24% / ปี 2566 = 6.85%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +126.09%

บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ประกอบธุรกิจด้านการลงทุน โดยถือหุ้นในบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจลงทุนและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร

อันดับ 2 : AKR
หมวดธุรกิจ : สินค้าอุตสาหกรรม / ยานยนต์และเครื่องจักร
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 11.49% / ปี 2567 = 7.84% / ปี 2566 = 7.23%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +42.86%

บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย พร้อมให้บริการซ่อมบำรุง รับออกแบบ ติดตั้ง และก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย รวมถึงผลิตและจำหน่ายเซลล์แสงอาทิตย์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์

อันดับ 3 : ROJNA
หมวดธุรกิจ : อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 11.36% / ปี 2567 = 6.35% / ปี 2566 = 5.13%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +25.00%

บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้า และธุรกิจผลิตน้ำเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม

อันดับ 4 : GPI
หมวดธุรกิจ : บริการ / สื่อและสิ่งพิมพ์
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 10.76% / ปี 2567 = 7.41% / ปี 2566 = 5.63%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +13.33%

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ประกอบธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ธุรกิจสื่อออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึงธุรกิจรับจ้างพิมพ์

อันดับ 5 : GC
หมวดธุรกิจ : สินค้าอุตสาหกรรม / ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 10.00% / ปี 2567 = 7.20% / ปี 2566 = 6.54%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +8.33%

บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับพลาสติก เม็ดพลาสติก สารเติมแต่ง และเคมีภัณฑ์

อันดับ 6 : PT
หมวดธุรกิจ : เทคโนโลยี / เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 8.82% / ปี 2567 = 7.18% / ปี 2566 = 6.67%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +71.43%

บริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PT ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารและสำนักงาน รวมถึงลงทุนในบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร หรือ IT Solutions & Services

อันดับ 7 : FTE
หมวดธุรกิจ : สินค้าอุตสาหกรรม / ยานยนต์และเครื่องจักร
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 8.56% / ปี 2567 = 11.11% / ปี 2566 = 6.00%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +42.86%

บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FTE ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงแบบครบวงจร รวมถึงให้บริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง บำรุงรักษา และตรวจสอบระบบดับเพลิงและระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้

อันดับ 8 : MC
หมวดธุรกิจ : บริการ / พาณิชย์
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 8.50% / ปี 2567 = 8.41% / ปี 2566 = 6.14%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +6.67%

บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายและสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้เครื่องหมายการค้าของกลุ่ม รวมถึงเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น โดยครอบคลุมตั้งแต่การบริหารตราสินค้า การออกแบบ การจัดหา ไปจนถึงการกระจายสินค้า

อันดับ 9 : WP
หมวดธุรกิจ : พลังงานและสาธารณูปโภค
ตลาดหลักทรัพย์ : SET
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 7.94% / ปี 2567 = 8.05% / ปี 2566 = 6.54%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +7.14%

บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP ประกอบธุรกิจจัดหา จำหน่าย และขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG

อันดับ 10 : TACC
หมวดธุรกิจ : เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
ตลาดหลักทรัพย์ : mai
อัตราปันผล (Dividend Yield) 3 ปีล่าสุด : ปี 2568 = 7.57% / ปี 2567 = 7.81% / ปี 2566 = 8.35%
การเติบโตของเงินปันผลปี 2568 (YoY) : +2.56%

บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ประกอบธุรกิจจัดหา ผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ รวมถึงสินค้าไลฟ์สไตล์

หุ้นปันผลสูง ไม่ได้แปลว่าเป็นหุ้นที่ควรซื้อทันที

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข dividend yield ที่สูง ไม่ได้หมายความว่าหุ้นตัวนั้นจะเป็นหุ้นที่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน เพราะอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนเท่านั้น

นักลงทุนยังควรพิจารณาถึงผลประกอบการของกิจการ ความสามารถในการสร้างกำไร กระแสเงินสด ภาระหนี้ นโยบายการจ่ายเงินปันผล รวมถึงความสามารถในการรักษาการจ่ายปันผลในอนาคต

อีกประเด็นที่ต้องระวัง คือ dividend yield สามารถเพิ่มสูงขึ้นได้จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง ดังนั้น การเห็นหุ้นที่มีอัตราปันผลสูงจึงควรเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการศึกษาหุ้น ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจซื้อ

การใช้เครื่องมือ Stock Screening จึงอาจช่วยให้นักลงทุนลดเวลาจากการต้องไล่ดูหุ้นทั้งตลาด และเริ่มต้นจากกลุ่มหุ้นที่มีคุณสมบัติตรงกับกลยุทธ์ที่วางไว้ ก่อนจะศึกษารายละเอียดของแต่ละกิจการเพิ่มเติม

อีกทางเลือก คือ ดูจากหุ้นในดัชนี SETHD

นอกจากการใช้ Stock Screening เพื่อกำหนดเงื่อนไขและค้นหาหุ้นปันผลด้วยตัวเองแล้ว อีกชุดข้อมูลหนึ่งที่สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาหุ้นปันผลได้ คือ รายชื่อหุ้นในดัชนี SET High Dividend 30 หรือ SETHD

SETHD เป็นดัชนีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนความเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง โดยการคัดเลือกหุ้นไม่ได้เริ่มจากหุ้นทั้งหมดในตลาด แต่เริ่มจากหุ้นในกลุ่ม SET100 ซึ่งผ่านเกณฑ์ของดัชนี SET100 มาแล้ว จากนั้น หุ้นที่จะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก SETHD ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดเกี่ยวกับประวัติการจ่ายเงินปันผลและอัตราการจ่ายเงินปันผล ก่อนนำมาจัดอันดับและคัดเลือกเป็นองค์ประกอบของดัชนีจำนวน 30 หลักทรัพย์

ด้วยเหตุนี้ SETHD จึงเป็นอีกชุดข้อมูลที่แตกต่างจากการใช้ Stock Screening ตามเงื่อนไข dividend yield และการเติบโตของ DPS

อย่างไรก็ตาม รายชื่อหุ้นใน SETHD หรือผลการคัดกรองจาก Stock Screening ก็ควรเป็นเพียงข้อมูลสำหรับใช้ประกอบการศึกษาหุ้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของแต่ละกิจการเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจลงทุน

อ้างอิง : settrade, SET [1], SET [2]

แชร์
ส่อง 10 หุ้นไทยปันผลเด่น 3 ปีล่าสุด บริษัทไหนจ่ายเท่าไหร่ ?