
ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ นอกจากพิจารณาอัตราดอกเบี้ย อายุหุ้นกู้ และอันดับเครดิตแล้ว อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญ
ที่ผู้ลงทุนควรตรวจสอบคือ “หุ้นกู้รุ่นนั้นมีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน” และหากมีหลักประกัน มีสินทรัพย์อะไรเป็นหลักประกัน
บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาการสัมภาษณ์ คุณอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในรายการ “Bond Talk รอบรู้เรื่องหุ้นกู้” EP.2 เข้าใจลักษณะหุ้นกู้ ก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อทำความเข้าใจว่า หุ้นกู้มีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกันต่างกันอย่างไร และเมื่อพบคำว่า “มีหลักประกัน” ผู้ลงทุน ควรพิจารณารายละเอียดอะไรเพิ่มเติม ก่อนนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจลงทุน
เหตุผลที่ผู้ลงทุนควรรู้ว่าหุ้นกู้มีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน เพราะหลักประกันมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ลำดับสิทธิเรียกร้อง เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้
หากเป็น หุ้นกู้มีหลักประกัน (Secured Bond) ผู้ออกหุ้นกู้จะนำสินทรัพย์บางอย่างมาเป็นหลักประกัน เช่น ที่ดิน อาคาร หรือสินทรัพย์อื่นตามที่กำหนด หากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ล้มละลายหรือเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นกู้มีหลักประกันจะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันก่อนเจ้าหนี้สามัญ
ส่วนหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Bond) ผู้ออกหุ้นกู้จะไม่มีสินทรัพย์เฉพาะมาวางเป็นหลักประกัน กรณีบริษัทผู้ออกล้มละลายหรือเลิกบริษัท ผู้ถือหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกัน มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในลำดับเดียวกับเจ้าหนี้สามัญ
ดังนั้น คำว่า “มีหลักประกัน” จึงมีความหมายในแง่ของ สิทธิในการเรียกร้องเมื่อเกิดปัญหา มากกว่าจะหมายถึงการรับประกันว่าบริษัทจะไม่ผิดนัดชำระหนี้
กรณีหุ้นกู้ระบุว่า “มีหลักประกัน” อาจทำให้รู้สึกว่ามีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริง หลักประกันแต่ละประเภทมีคุณภาพแตกต่างกัน ดังนี้
การค้ำประกันโดยนิติบุคคลอื่น หากหุ้นกู้มีบริษัทหรือองค์กรอื่นเป็นผู้ค้ำประกัน นักลงทุนควรดูต่อว่า
ผู้ค้ำประกันคือใคร มีฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้แทนผู้ออกมากน้อยเพียงใด
รวมถึงค้ำประกันในสัดส่วนเท่าไร
ดังนั้น เมื่อพบว่าหุ้นกู้มีหลักประกัน ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่า ผู้ออกหุ้นกู้นำสินทรัพย์ประเภทใดมาเป็นหลักประกัน และหลักประกันนั้นมีมูลค่าและคุณภาพเพียงใด
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับหลักประกันของหุ้นกู้แต่ละรุ่นได้จากข้อมูลหุ้นกู้ โดยพิจารณารายละเอียดในส่วน “หลักประกัน/ผู้ค้ำประกัน” ว่าหุ้นกู้รุ่นนั้นมีหลักประกันหรือไม่ และหากพบว่าเป็นหุ้นกู้มีหลักประกัน ควรอ่านรายละเอียดในส่วน “หลักประกันและผู้ค้ำประกัน” เพิ่มเติมเพื่อดูว่า
· หลักประกันคือทรัพย์สินประเภทใด
· มูลค่าหลักประกันเท่าไร และเพียงพอเมื่อเทียบกับภาระหนี้หรือไม่
· หลักประกันมีคุณภาพเป็นอย่างไร
· มีลำดับสิทธิหรือภาระผูกพันอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันหรือไม่
· หากเป็นการค้ำประกันโดยนิติบุคคลอื่น ผู้ค้ำประกันมีความสามารถในการชำระหนี้และมีสัดส่วนการค้ำประกันเท่าใด
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดของหุ้นกู้แต่ละรุ่นผ่าน สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รวมถึงติดตามข้อมูลตราสารหนี้ที่ถือครองผ่านแอปพลิเคชัน MeBond ซึ่งช่วยติดตามข้อมูลตราสารหนี้ รวมถึงวันจ่ายดอกเบี้ยและวันคืนเงินต้น
ติดตามบทความนี้ในรูปแบบคลิป VDO ได้ใน YouTube SET Zooom in
การที่หุ้นกู้ระบุว่า “มีหลักประกัน” เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ลงทุนควรนำมาพิจารณา เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีหรือไม่มีหลักประกัน แต่ควรตรวจสอบต่อว่า สินทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกันคืออะไร หลักประกันมีคุณภาพและมูลค่าเพียงพอหรือไม่ รวมถึงผู้ถือหุ้นกู้มีสิทธิเรียกร้องอยู่ในลำดับใด
ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้มีประกันหรือไม่มีประกัน ผู้ลงทุนยังต้องพิจารณา ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทผู้ออก ควบคู่กันเสมอ เนื่องจากหลักประกันไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ แต่จะเข้ามามีบทบาทเมื่อบริษัทเกิดการผิดนัดชำระหนี้แล้ว
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาทั้ง ลักษณะและคุณภาพของหลักประกัน ลำดับสิทธิเรียกร้อง ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทผู้ออก เพื่อให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน
อย่างรอบด้าน
กด Subscribe กด กระดิ่งแจ้งเตือน www.youtube.com/@SETZooomin ซูมชัด ๆ มีโอสามตัว