Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
4ปี LTRดึงคนเก่งต่างชาติเข้าไทย1.2หมื่นคน สร้างมูลค่าเพิ่ม4.3หมื่นล้าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

4ปี LTRดึงคนเก่งต่างชาติเข้าไทย1.2หมื่นคน สร้างมูลค่าเพิ่ม4.3หมื่นล้าน

5 ต.ค. 69
13:49 น.
แชร์

มาตรการวีซ่าสำหรับผู้พำนักระยะยาว หรือ Long-Term Resident Visa (LTR Visa) กำลังมีบทบาทมากกว่าการเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกด้านการพำนักในประเทศไทย หลังตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มาตรการดังกล่าวช่วยดึงชาวต่างชาติศักยภาพสูง ทั้งผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน ผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดี และครอบครัว เข้ามาเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 12,000 คน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดตัววีซ่า LTR และมอบหมายให้บีโอไอรับผิดชอบมาตรการตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 มีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าประเภทนี้แล้วทั้งสิ้น 12,010 คน ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยมากกว่า 3.6 ล้านบาทต่อคน

มูลค่าดังกล่าวคำนวณจากค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าใช้จ่ายภายในประเทศของผู้ถือวีซ่า การลงทุนโดยตรง และรายได้ภาษีจากผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สะท้อนว่าผลทางเศรษฐกิจของมาตรการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจำนวนผู้ได้รับวีซ่า แต่ครอบคลุมทั้งเงินลงทุน รายได้ภาครัฐ และกำลังซื้อที่หมุนเวียนเข้าสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง วีซ่า LTR ยังถูกวางบทบาทให้เป็นกลไกดึงดูดบุคลากรระดับสูงจากทั่วโลก เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องอาศัยทั้งผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง ขณะที่บีโอไอได้เปิดระบบสมัครออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อเชื่อมโยงการให้บริการของ 4 หน่วยงานและเพิ่มความคล่องตัวในการพิจารณาคำขอ

4 ปี LTR Visa ใครเข้ามา และสร้างมูลค่าให้ไทยอย่างไร

บีโอไอระบุว่า ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ครอบคลุมชาวต่างชาติศักยภาพสูงหลายกลุ่ม ตั้งแต่บุคลากรทักษะสูงซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานโลก นักลงทุนและผู้มีความมั่งคั่ง ไปจนถึงผู้เกษียณอายุที่มีกำลังซื้อและครอบครัวของผู้ถือวีซ่า โดยจำแนกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (Highly-Skilled Professionals) 1,779 คน
  • กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ (Work-from-Thailand Professionals) 1,043 คน
  • กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy Global Citizens) 737 คน
  • กลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดี (Wealthy Pensioners) 4,561 คน
  • กลุ่มครอบครัวของผู้ได้รับวีซ่า 4 กลุ่มแรก (Dependents) 3,891 คน

ผู้สมัครแต่ละกลุ่มต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เฉพาะ ซึ่งครอบคลุมมูลค่าทรัพย์สิน ระดับรายได้ หลักฐานการลงทุน ประสบการณ์ทำงาน และประกันสุขภาพ ตลอดจนการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การอนุมัติเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมาตรการในการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพและสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย

ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากผู้ถือวีซ่า LTR จึงเกิดขึ้นผ่านหลายช่องทางพร้อมกัน ตั้งแต่รายได้ค่าธรรมเนียม การใช้จ่ายระหว่างพำนัก การลงทุนโดยตรง ไปจนถึงภาษีที่จัดเก็บจากผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ รวมเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาทในช่วง 4 ปี

สหรัฐฯ นำผู้ถือวีซ่า ญี่ปุ่น-สหราชอาณาจักรตาม กำลังซื้อหมุนสู่เศรษฐกิจไทย

ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ส่วนใหญ่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก โดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำของโลก มีจำนวนสูงสุดมากกว่า 2,400 คน ตามด้วยญี่ปุ่นมากกว่า 1,300 คน และสหราชอาณาจักรมากกว่า 1,000 คน

ในจำนวนดังกล่าว ชาวญี่ปุ่นมีสัดส่วนสูงในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ บีโอไอมองว่าโครงสร้างผู้ถือวีซ่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย ขณะที่หลาย ๆ ประเทศกำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูง ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าวีซ่า LTR สามารถรองรับชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ทั้งในด้านสัญชาติ ลักษณะอาชีพ และรูปแบบการทำงาน

นอกเหนือจากการลงทุนและการทำงาน ผู้ถือวีซ่า LTR ยังนำกำลังซื้อจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุที่มีฐานะดี กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง และผู้ติดตามของผู้ถือวีซ่า การพำนักระยะยาวทำให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ อาหาร การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและกระจายประโยชน์ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ

นายนฤตม์ระบุว่า ผลการดำเนินงานตลอด 4 ปี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการดึงดูดชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจในหลายรูปแบบ ทั้งการลงทุน การทำงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพำนักระยะยาว และการใช้จ่ายภายในประเทศ

เชื่อม Global Talent เติมกำลังคนให้อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกเพื่อดึงดูดบุคลากรทักษะสูง บีโอไอวางให้วีซ่า LTR เป็นหนึ่งในกลไกเชื่อม Global Talent เข้ากับระบบเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการอำนวยความสะดวกและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพำนักและทำงานในประเทศ

บทบาทดังกล่าวมีความสำคัญในช่วงที่ไทยกำลังรองรับการลงทุนระลอกใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อากาศยาน และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งล้วนต้องการบุคลากรทักษะสูงจำนวนมาก

การดึงดูดผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะจากทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงกับความสามารถของประเทศในการแข่งขันเพื่อดึงดูดเงินลงทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ข้อมูลของบีโอไอระบุว่า ผู้ได้รับอนุมัติวีซ่า LTR ในกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษและกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรระดับสูง โดยร้อยละ 54 ดำรงตำแหน่งระดับผู้บริหาร ร้อยละ 36 เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่าง ๆ และส่วนที่เหลือเป็นบุคลากรระดับช่างเทคนิค

โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่าวีซ่า LTR สามารถดึงบุคลากรที่มีบทบาทโดยตรงต่อภาคธุรกิจเข้ามาในประเทศ ทั้งผู้บริหารที่มีหน้าที่วางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้กับประสบการณ์เฉพาะด้าน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

เปิดระบบออนไลน์ใหม่ เชื่อม 4 หน่วยงาน-ยกระดับบริการครบวงจร

เมื่อเดือนกันยายน 2569 บีโอไอเปิดใช้งานระบบสมัครวีซ่า LTR ออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการพิจารณาคำขอ

ระบบดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้เชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานทางออนไลน์แบบครบวงจรระหว่าง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการกงสุล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการจัดหางาน และกรมสรรพากร

การเชื่อมโยงครั้งนี้มีเป้าหมายทำให้กระบวนการให้บริการระหว่างหน่วยงานราบรื่นและไร้รอยต่อมากขึ้น รวมถึงยกระดับมาตรฐานการทำงานข้ามหน่วยงานในอนาคต ควบคู่กับการให้บริการผ่านศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ Thailand Investment and Expat Services Center (TIESC) บริเวณชั้น 6-7 โซนพาเหรด อาคารวัน แบงค็อก

นอกจากวีซ่า LTR บีโอไอยังให้บริการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแก่ผู้บริหารและบุคลากรที่ทำงานในกิจการซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุน ผ่าน BOI Visa ตลอดจนวีซ่าสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัป หรือ Smart Visa

ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพภายในประเทศ บีโอไอยังมีมาตรการ Skill Bridge เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะของบุคลากรไทย และมาตรการ Business Transformation เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

บีโอไอระบุว่า มาตรการเหล่านี้จะทำงานเกื้อหนุนกันใน 3 ด้าน ทั้งการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรไทย และการยกระดับภาคธุรกิจไทย เพื่อเสริมความพร้อมของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับทั้งระบบออนไลน์และบริการผ่าน TIESC เพื่อเพิ่มความสามารถของไทยในการแข่งขันดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูงจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

แชร์
4ปี LTRดึงคนเก่งต่างชาติเข้าไทย1.2หมื่นคน สร้างมูลค่าเพิ่ม4.3หมื่นล้าน