
กระแสการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกช่วยผลักดันการส่งออกของหลายประเทศในเอเชียให้ทำสถิติสูงสุด แต่หากการเติบโตอย่างร้อนแรงของอุตสาหกรรมนี้ทรุดตัวลง เศรษฐกิจชั้นนำของเอเชียเผชิญความเสี่ยงมากกว่าประเทศส่วนใหญ่ ทั้งจากการส่งออกที่อาจถูกฉุดให้ชะลอลง และแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านตลาดต่าง ๆ
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) ระบุในรายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ว่า ภูมิภาคอาเซียน+3 ซึ่งครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ “เผชิญความเสี่ยงเป็นพิเศษ” เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกับตลาดการเงินที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น
ความเชื่อมโยงทั้งสองด้านทำให้ผลกระทบอาจส่งผ่านหลายช่องทาง หากเกิดการปรับฐาน โดย AMRO ระบุถึงช่องทางตั้งแต่การค้า กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ไปจนถึงต้นทุนการระดมทุน ความเสี่ยงจึงครอบคลุมทั้งภาคการส่งออกที่ได้ประโยชน์จากกระแส AI และตลาดการเงินที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมนี้
การเร่งพัฒนา AI ทั่วโลกเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการส่งออกของหลายเศรษฐกิจในเอเชีย เพราะประเทศเหล่านี้ผลิตชิปและสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับดาต้าเซนเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI
AMRO ระบุว่า การเติบโตของการค้าโลกที่เกี่ยวข้องกับ AI สองในสามมาจากภูมิภาคอาเซียน+3
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีคำถามมากขึ้นว่าการเติบโตอย่างร้อนแรงของ AI จะยั่งยืนเพียงใด ขณะที่นักลงทุนกังวลกับมูลค่าบริษัทเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงข้อตกลงทางธุรกิจที่มีลักษณะเป็นวงจร หรือ circular deals ซึ่งดูเหมือนบริษัทต่าง ๆ กำลังให้เงินทุนสนับสนุนแก่กันเอง
ความเสี่ยงด้านความต้องการเป็นประเด็นสำคัญในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค โดย AMRO ประเมินว่า หากความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI ชะลอตัว อาจฉุดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน+3 ในปี 2570 ลงได้สูงสุด 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เทียบกับประมาณการปัจจุบันที่คาดว่าเศรษฐกิจภูมิภาคจะขยายตัว 4.1%
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทำให้การชะลอตัวของ AI เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในรายงาน และมีผลกระทบสูงกว่าความเสี่ยงอื่นอย่างมาก
สำหรับปัจจัยเสี่ยงอื่น รายงานระบุถึงการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจฉุดอัตราการเติบโตลง 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ รวมถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญ
นอกจากผลกระทบต่อการค้าแล้ว AMRO ยังชี้ถึงความเสี่ยงจากโครงสร้างตลาดหุ้นและความเชื่อมโยงกับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอาจทำให้แรงกระแทกส่งผ่านเข้าสู่ตลาดการเงินของภูมิภาคได้
ตลาดหุ้นบางแห่ง เช่น เกาหลีใต้ มีการกระจุกตัวสูงในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หากสินทรัพย์เหล่านี้ถูกปรับราคาหรือประเมินมูลค่าใหม่อย่างรุนแรง ตลาดก็เสี่ยงได้รับผลกระทบจากการกระจุกตัวดังกล่าว
ส่วนตลาดหุ้น ญี่ปุ่นและฮ่องกง เริ่มเคลื่อนไหวสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ความเชื่อมโยงดังกล่าวหมายความว่า แรงกระแทกจากสินทรัพย์เหล่านั้นอาจส่งผ่านเข้ามายังตลาดในภูมิภาคได้ แม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นภายในประเทศเองก็ตาม
AMRO เตือนด้วยว่า การปรับฐานอาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินในวงกว้าง ผ่านการลดการใช้เงินกู้ที่ถูกบังคับให้เกิดขึ้น หรือ forced deleveraging รวมถึงเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น
เพื่อประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปรับฐาน AMRO กำลังติดตามตัวชี้วัดหลายด้าน ได้แก่
ทั้งนี้ แม้จะพบสัญญาณเตือนบางประการแล้ว แต่ AMRO ยังมองว่าสัญญาณเหล่านั้นไม่ร้ายแรงในขณะนี้
อ้างอิง: Bloomberg