
วันที่ 5 ต.ค. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ลงพื้นที่หมู่บ้านรินทร์ทอง ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจบุคลากร ครู และนักเรียน สกร. ในพื้นที่ๆได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมติดตามการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จากการลงพื้นที่บุคลากรและครู สกร. ได้ร่วมกันทำความสะอาดและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ๆได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งการประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน รวมถึงประสานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้ามาช่วยสูบน้ำออกจากพื้นที่
"เราต้องไม่รอให้ประชาชนเดินทางมาขอความช่วยเหลือ แต่เราต้องเข้าไปหาปัญหาเอง เรื่องนี้ต้องทำงานแบบบูรณาการ กระทรวงศึกษาธิการเองอาจไม่ได้มีเครื่องสูบน้ำหรือมียาอยู่ในมือ แต่เราสามารถช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยประชาชน วันนี้จึงประสานสาธารณสุขเรื่องยาและเวชภัณฑ์ ประสานเกษตรและสหกรณ์เรื่องการสูบน้ำ และติดตามเรื่องการเยียวยา เพื่อให้ทุกปัญหาเดินไปพร้อมกัน”นายอัครนันท์ กล่าว
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ สิ่งที่เห็นชัดเจนคือความร่วมมือของครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ สกร. ที่ไม่ได้มองว่าการช่วยเหลือประชาชนเป็นเพียงภารกิจตามหน้าที่ แต่เป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองในยามที่ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน
“การลงมาช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของครูหรือบุคลากร สกร. แต่เป็นหน้าที่ของพลเมืองคนหนึ่งที่เห็นพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน เราไม่สามารถยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้ เมื่อมีโอกาสและมีความสามารถที่จะช่วยอะไรได้ เราก็ต้องช่วยกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากขอบคุณครูและบุคลากร สกร. ทุกคน”นายอัครนันท์กล่าว
พร้อมกันนี้นายอัครนันท์ ยังกำชับให้หน่วยงานในสังกัด สกร. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบประชาชนกลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ให้รีบประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการทันที โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและไม่ปล่อยให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง
ทั้งนี้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ต้องทำหน้าที่ให้ประชาชนรู้ว่า เมื่อเกิดปัญหาแล้วสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้ และเมื่อรับเรื่องแล้วต้องไม่ปล่อยให้เรื่องหายไป ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมที่ประชาชนต้องเผชิญทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สุขภาพ การประกอบอาชีพ และการเยียวยา ทุกเรื่องต้องได้รับการติดตามอย่างเป็นระบบ
Advertisement