
ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา พื้นที่ตอนกลางของกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 37 วันติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ นั่นแสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญกับฝนที่ตกหนักขึ้น รุนแรงขึ้น และคาดเดาได้ยากขึ้น
ถ้าถามว่า แล้วญี่ปุ่นน้ำท่วมไหม? คำตอบก็คือ มีน้ำท่วมเหมือนกัน
จริง ๆ แล้วญี่ปุ่นเองก็เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมสูง เพราะปัจจัยหลายด้าน ทั้งสภาพภูมิอากาศ การเผชิญกับภัยธรรมชาติ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ รวมถึงบริบทด้านการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจ
เมืองใหญ่หลายแห่ง เช่น โตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ขณะเดียวกัน เขตเมืองยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ เนื่องจากถนนที่ปูด้วยยางมะตอยและอาคารคอนกรีตที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้น้ำฝนสามารถซึมลงสู่พื้นดินได้น้อยลง
แต่จากบทเรียนภัยพิบัติของญี่ปุ่น สู่การพัฒนาระบบรับมือน้ำท่วมที่หลายประเทศทั่วโลกต้องมาเรียนรู้ ญี่ปุ่นทำได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เพียงแค่การรับมือกับน้ำท่วม แต่ญี่ปุ่นกำลังรับมือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศด้วย
ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึง 2 ตุลาคม 2569 ฝนได้ตกลงมาต่อเนื่องติดต่อกันถึง 37 วันในกรุงโตเดียว ทำลายสถิติเดิมที่ 33 วัน ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2019
หลังจากต้องเผชิญกับฝนตกหนักและพายุไต้ฝุ่นหลายลูกต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ ในที่สุดโตเกียวก็ได้เห็นช่วงเวลาที่สภาพอากาศแห้งลง ขณะที่ภูมิภาคคันโตอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากสภาพอากาศแปรปรวนระลอกล่าสุด
ทั้นี้ เพราะญี่ปุ่นกำลังพบเหตุการณ์ฝนตกหนักสุดขั้วเพิ่มขึ้น โดยในช่วงปี 2016–2025 ญี่ปุ่นเผชิญฝนที่มีปริมาณอย่างน้อย 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เฉลี่ยประมาณ 340 ครั้งต่อปี เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยประมาณ 226 ครั้งต่อปีในช่วงปี 1976–1985
สำหรับฝนที่ตกหนักกว่า 80 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 14 ครั้งต่อปี เป็น 25 ครั้งต่อปี
ขณะที่ฝนที่มีปริมาณ 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากประมาณ 2.2 ครั้ง เป็น 4.4 ครั้งต่อปี
อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนสะสมตลอดทั้งปีของญี่ปุ่นยังไม่ได้แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในระยะยาวกล่าวอีกอย่างคือ ญี่ปุ่นอาจไม่ได้มีฝนตกมากขึ้นโดยรวม แต่ฝนจำนวนมากขึ้นกำลังตกลงมาในรูปแบบที่สั้นลงและรุนแรงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาว่า ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อการเกิดแนวพายุฝนอย่างไร โดยงานวิจัยหนึ่งในปี 2023 คาดการณ์ว่า แนวพายุฝนอาจเกิดบ่อยขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น หลักการพื้นฐานคือ อากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น เมื่อความชื้นดังกล่าวลอยตัวสูงขึ้นและเกิดการควบแน่น ก็จะกลายเป็นฝน และเมื่อมีความชื้นมากขึ้น ก็อาจนำไปสู่ฝนที่ตกหนักขึ้น
เมื่อเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่รุนแรง เมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่นยังคงพัฒนาและปรับปรุงแนวทางรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทั้งการติดตามและประเมินผลการลงทุนด้านการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม รวมถึงนำบทเรียนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในอดีตมาปรับใช้
แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับความยืดหยุ่นของเมืองต่อความเสี่ยงน้ำท่วม (urban flood resilience) ผ่านแนวทางที่ครอบคลุมและบูรณาการ หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ Integrated Urban Flood Risk Management (IUFRM) หรือ การจัดการความเสี่ยงน้ำท่วมในเมืองแบบบูรณาการ
แนวทางนี้ครอบคลุมแหล่งที่มาของน้ำท่วมทุกประเภท และสร้างสมดุลระหว่างมาตรการด้านโครงสร้างพื้นฐาน กับมาตรการที่ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐาน โดยพิจารณาเป้าหมายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงบริบทด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่
ประสบการณ์ของญี่ปุ่นในการจัดการกับความเสี่ยงน้ำท่วมหลายรูปแบบ จึงเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการนำแนวทาง IUFRM ไปปรับใช้และพัฒนาระบบรับมือน้ำท่วมในเมืองของตนเอง
รายงานของ World Bank เคยพูดถึงการอภิปรายร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยน้ำท่วมจากญี่ปุ่นและต่างประเทศ มีการหยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงน้ำท่วมในเมือง รวมถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและบทเรียนจากญี่ปุ่นที่สามารถช่วยประเทศกำลังพัฒนาได้ โดยประเด็นสำคัญจากการอภิปราย ได้แก่
หนึ่ง — ความเสี่ยงจากน้ำท่วมกำลังเพิ่มขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น ความเสี่ยงเหล่านี้จึงจำเป็นต้องถูกนำไปรวมอยู่ในการวางยุทธศาสตร์และการลงทุนด้านการพัฒนาเมือง
สอง — ข้อมูลพื้นฐานและการวิเคราะห์ความเสี่ยงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผน การออกแบบการลงทุน และการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการลดความเสี่ยงอย่างมีหลักฐานรองรับ
สาม — น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่ “ปัญหาทางวิศวกรรม” อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องใช้แนวทางที่หลากหลายและบูรณาการมากขึ้น การมีส่วนร่วมและความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงมีความสำคัญ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การวางแผน การออกแบบการลงทุน ไปจนถึงการดำเนินงานและการบำรุงรักษา
หนึ่งในบทเรียนจากญี่ปุ่นคือการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวแบบอเนกประสงค์ ที่พัฒนาผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งสามารถเป็นแนวทางและองค์ความรู้สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในการสร้างเมืองที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยน้ำท่วมมากขึ้น
ดังนั้นบทเรียนจากญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่า การรับมือน้ำท่วมในเมืองไม่ควรเริ่มต้นเมื่อฝนตกหนักหรือน้ำเริ่มท่วมแล้ว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การรู้ว่าความเสี่ยงอยู่ที่ไหน การออกแบบเมืองให้สอดคล้องกับความเสี่ยง การวางแผนลงทุนอย่างมีข้อมูล และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน
แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “ระบายน้ำให้เร็วที่สุด” แต่คือการสร้างระบบเมืองที่สามารถลดความเสี่ยง กักเก็บ ชะลอ ระบาย และฟื้นตัวจากน้ำท่วมได้อย่างเป็นระบบ
https://japan-forward.com/url-linear-rainbands-forecasting-challenges-nied/