
วันที่ 6 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม
โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถือเป็นการประชุมต่อเนื่องในวันที่ 7 ซึ่งหลายสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ในระหว่างเฝ้าระวังมีสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะมากน้ำไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น เพราะฉะนั้นขอให้ทางจังหวัด ได้ระดมกำลังมาช่วยกันอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงที่อำเภอบางบาล อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอบางคล้าบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่องในระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง ในบางแห่งมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
นายอนุทิน ยังกล่าวอีกว่า แม้ว่ากระแสข่าวและความสนใจจะไม่เข้มข้นเท่าตอนน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่เราจะต้องไม่ประมาท และต้องให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา เป็นรายชุมชน ว่าใครยังไม่เข้าถึงการช่วยเหลือ ใครเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่จำเป็นต้องอพยพออกมา จึงต้องเร่งพาออกมาให้ได้ และศูนย์พักพิง หากมีอะไรขาดเหลือก็ขอให้แจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปภ.
พร้อมกล่าวชื่นชม เมื่อวานนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ทำถูกต้องแล้ว ในกรณีที่เป็นปากเสียงให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถ้าหากบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน และยังย้ำเรื่องการสื่อสารก็เช่นกัน ตนขอย้ำว่าไม่ใช่เป็นการสื่อสาร กับประชาชนเท่านั้น แต่การสื่อสารภายในหน่วยงานระหว่างหน่วยงาน ก็ต้องทำให้มีประสิทธิภาพด้วย
นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ ที่จะต้องมีการเตรียมการคือเตรียมพร้อม รับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ตนเห็นประชาชนได้แชร์อินโฟกราฟฟิกกันอย่างแพร่หลาย เรื่องการเฝ้าระวังฝน ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4-14 ตุลาคม ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอัพเดทสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบอยู่เสมอ และจะต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจ และเมื่อใกล้เวลาที่เหตุการณ์จะเปลี่ยน ก็ต้องย้ำเตือนกันอีกที ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก หรือ อย่าและขอให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้จะต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์ฝน เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ยังคงมีงานที่จะต้องช่วยเหลือประชาชน คืองานเก็บกวาด หรือ Big cleaning ซึ่งจะทำความสะอาดใน พื้นที่สาธารณะ บาทวิถี ของใช้ที่ถูกน้ำท่วมขยะมูลฝอย ชิ้นใหญ่ เช่นฟูก โซฟา หรือแม้กระทั่งเตียง ตู้ไม้ต่างๆ ต้องมีการเตรียมรถบรรทุก และรถโกยของเรานี้ เพื่อเปิดทางให้การจราจร มีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น ในกรณีประชาชนหากร้องขอความช่วยเหลือมา ก็ขอให้สั่งการทางเจ้าหน้าที่ให้อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่จะได้กลับเข้าไปยังบ้านอีกครั้ง ซึ่งต้องทำ ให้มีสภาพที่มีความเรียบร้อยและสะอาด
ส่วนเรื่องการเยียวยา ตนได้รับรายงานจากทาง นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่ารายชื่อเริ่มเข้ามาแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณ 600 กว่าราย และเริ่มทยอยโอนเงินไปเรื่อยๆ ตามรายชื่อที่ได้รับมา พร้อมเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่จะต้องสำรวจและส่งรายชื่อ มาอย่างปภ. ขอให้เร่งดำเนินการ ด้วยความรอบคอบ อย่าให้มีการซ้ำซ้อน และล่าช้า เนื่องจากเงินงบประมาณในส่วนเยียวยานี้ทางสำนักงบประมาณ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และเงินนี้ได้จัดสรรมาให้ทางปภ และปภ. ได้โอนงบประมาณนี้ไปยังธนาคารพร้อมจ่ายแล้ว จึงขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยเสียก่อนจึงจ่าย ตามนโยบายและข้อสั่งการของตนที่ผ่านมา คือ เร่งส่งเข้ามา และเร่งโอนกลับเข้าไป ซึ่งทางปภ.ขอให้ประสานกับธนาคารออมสินจัดเจ้าหน้าที่ในการเร่งโอนเงิน ไปยังประชาชน ซึ่งไม่น่าจะใช้ระยะเวลานานอยู่แล้ว ในการโอนไปยังบัญชีต่างๆ แต่ขอให้มีเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงด้วยความรวดเร็ว การตรวจสอบขั้นตอนต่างๆให้จบอยู่ที่กรมปภ. ไม่ใช่ส่งไปที่ออมสินแล้วไปตรวจอีกรอบหนึ่ง อย่างนี้ไม่ได้ ให้เชื่อถือปภ. เป็นเจ้าของบัญชีเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรียังย้ำในช่วงท้ายว่า การช่วยเหลือพื้นที่จังหวัดน้ำท่วม น้ำขังอยู่ ขอทางผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงนายกอบจ.เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนดูแลประชาชน ที่จะต้องย้ายที่พำนักอาศัย มาอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ด้วยมาตรฐานสูงสุด ที่จะทำให้ได้รับความสะดวก ถูกสุขอนามัยตามที่ได้ตกลงหารือกันไว้
Advertisement