
(29 ส.ค. 2569) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากตำรวจเนปาลว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยฉับพลันรุนแรงบริเวณชายแดนจีน-เนปาล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้เพิ่มขึ้นเป็น 626 รายแล้วในวันนี้ ในขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานเมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 รายในเขตทิเบต
ขณะที่มีผู้สูญหายอย่างน้อย 2,478 คน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านภัยพิบัติของเนปาลระบุว่ามีผู้สูญหายในฝั่งของตนจำนวน 1,924 คน ในขณะที่สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่ายอดรวมของผู้สูญหายในเขตทิเบตอยู่ที่ 554 คน
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สำนักจัดการเหตุฉุกเฉินเขตปกครองตนเองซีจ้าง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รายงานว่าเหตุดินโคลนถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง (Gyirong Port) บริเวณชายแดนจีน-เนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย ผู้สูญหายอีก 554 ราย โดยเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ได้ 2 ราย เมื่อนับถึงเวลา 1.00 น. ของวันเสาร์ (29 ส.ค. 2569)
ทางการได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย 2,141 นาย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพแวดล้อมธรรมชาติและสาขาที่เกี่ยวข้อง 86 คน ลงพื้นที่ โดยนำอุปกรณ์เฉพาะทางมาใช้ยกระดับการตรวจตราและเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรณีวิทยาบริเวณเชิงเขา เส้นทางสัญจร และจุดเสี่ยงสำคัญต่างๆ โดยรอบ อย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ มีการจัดตั้งจุดเฝ้าระวังพร้อมเจ้าหน้าที่ 5 นาย เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ "ทะเลสาบกั้นน้ำ" (barrier lake) หรือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นฉับพลันจากดินถล่มปิดกั้นลำน้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดภัยพิบัติระลอกสองที่อาจตามมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์สิ่งกีดขวางบนเส้นทางและเปิดการจราจรได้แล้วเป็นระยะทาง 1.02 กิโลเมตร
ทั้งนี้ เหตุโคลนถล่มดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากฝั่งเนปาล ก่อนจะทะลักเข้าซัดถล่มด่านพรมแดนจี๋หลง ในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างของจีน เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ (26 ส.ค. 2569) ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสภากาชาด ระบุว่า จนถึงขณะนี้มีผู้ได้รับการช่วยเหลือในเนปาลแล้วกว่า 3,700 คน แต่คาดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้อย่างน้อย 93,000 คน
ภาพ : สำนักข่าวซินหัว
Advertisement