Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิด 4 เหตุผลทำไมภัยพิบัติหิมาลัยถล่ม ประชาชนถึงหนีไม่ทัน?

เปิด 4 เหตุผลทำไมภัยพิบัติหิมาลัยถล่ม ประชาชนถึงหนีไม่ทัน?

28 ส.ค. 69
12:27 น.
แชร์

เปิด 4 เหตุผลวิกฤต "หิมาลัยถล่ม" ประชาชนหนีไม่ทัน ดร.สนธิ ชี้ ไร้สัญญาณเตือนภัย มวลน้ำ-โคลนสูง 9 เมตร

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จากชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sonthi Kotchawat ถึงวิกฤตการณ์โลกร้อนที่เป็นชนวนเหตุสำคัญทำให้เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต

โดยระบุว่า หิมาลัยถล่ม! ประชาชนหนีไม่ทัน..

ทำไม? ไม่มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

...สาเหตุที่ทำให้อุปกรณ์หรือเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติหิมะและหินถล่ม (Rock-ice avalanche) รวมถึงน้ำท่วมฉับพลัน (Flash flood) บริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล เป็นเพราะภัยพิบัตินี้เป็น "ภัยพิบัติแบบต่อเนื่อง (Cascading Hazard) ที่เกิดขึ้นฉับพลันบนพื้นที่สูงชันและห่างไกล" ซึ่งระบบพยากรณ์อากาศและเตือนภัยทั่วไปในปัจจุบันไม่สามารถตรวจจับได้ทัน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเตือนภัยได้ทัน ดังนี้

1.เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่มีฝนตกล่วงหน้า (Sunny Day Failure)

ระบบเตือนภัยบนภเขาสูงส่วนใหญ่จะทำงานโดยการตรวจจับปริมาณน้ำฝน

เมื่อไม่มีฝนตกหนักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ระบบตรวจวัดสภาพอากาศจึงไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยใดๆ

แต่ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นในชั่ววินาทีโดย เหตุการณ์น้ำแข็งหรือภูเขาถล่มไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนยาวนานเหมือนพายุฝน เมื่อมวลน้ำแข็งขนาดใหญ่บนยอดเขาสูงชันเกิดหลุดและร่วงหล่นลงมา ธารน้ำแข็งได้พังทลายลงมาทันที (Glacial collapse)..สาเหตุมาจากอุณห ภูมิโลกที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่ทำ ให้ชั้นดินเยือกแข็งใต้ภูเขาซึ่งเป็นน้ำแข็งละลายทีละเล็กทีละน้อยจนยอดเขาพังทลายลงมา

2.น้ำและโคลนไหลลงมาด้วยความเร็วสูงและแรงมาก เกิดจากการปิดกั้นและระ เบิดออกของเขื่อนธรรมชาติ (Domino Effect)

เมื่อหินและหิมะขนาดมหึมาถล่มลงมาจากยอดเขา มันได้ร่วงลงไปในแม่น้ำ Lhende Khola และเกิดเป็นเศษซากหินดินโคลนขนาดใหญ่ที่อุดตันลำน้ำกลายเป็นเขื่อนชั่วคราวเมื่อน้ำสะสมอยู่หลังเขื่อนธรรมชาติจนรับน้ำหนักไม่ไหว เขื่อนเกิดการแตกหรือระเบิดออกทันที (Breach)ปล่อยมวลน้ำและโคลนมหา ศาลไหลบ่าทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน

ความเร็วของมวลน้ำและโคลนสูงมากดุจเครื่องบินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมีค่าเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่ว โมง ทำให้ไหลผ่านหุบเขาเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ประชาชนที่อยู่ปลายน้ำจึงไม่มีเวลาพอที่จะวิ่งหนี

...นอกจากนี้ภูมิประเทศของเทือกเขาหิมา ลัยมีความสูงชันและมีลักษณะเป็นหุบเขาแคบๆ (Narrow Gorges)ที่ทำหน้าที่เหมือนกรวยบีบอัดมวลน้ำน้ำที่ผสมเข้ากับเศษหินและโคลนเหลวหนืด (มีสภาพคล้ายคอนกรีตเหลว)ไหลพุ่งลงมาด้วยความเร็วที่สูงมากทำให้ระดับน้ำในแม่ น้ำขยับสูงขึ้นถึง 9 เมตรภายในเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น ประชาชนในพื้นที่จึงไม่ มีเวลาเพียงพอที่จะอพยพหนีทัน

3.ข้อมูลพิกัดและสัญญาณทางธรณีวิท ยาที่สร้างความสับสน

ในช่วงแรกที่ภูเขาน้ำแข็งถล่มลงมา แรงกระแทกของมันรุนแรงมากจนส่งสัญญาณสะเทือนทางธรณีวิทยาเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 4.4-5.2 ทำให้หน่วยงานวัดแผ่นดินไหวรายงานข้อมูลคลาดเคลื่อนในตอนแรกว่าเป็นแผ่นดินไหว ไม่ใช่น้ำท่วม กว่าที่ดาวเทียมจะสา มารถจับภาพและวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากธารน้ำแข็งถล่มลงม มวลน้ำก็ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและจุดผ่านแดนเรียบ ร้อยแล้ว

4.ความยากลำบากในการติดตั้งอุป กรณ์ในพื้นที่ห่างไกลและเป็นภูเขาสูง

..ยอดเขาที่เป็นจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติอยู่บนความสูงหลายพันเมตร เข้าถึงได้ยากมากและมีอากาศที่มีทัศนวิสัยที่ปิดบ่อยครั้งจากเมฆหมอก การติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำแข็งหรือเซนเซอร์แบบเรียลไทม์บนพื้น ที่สูงขนาดนั้น ทำได้ยากมากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงมหาศาล

Advertisement

แชร์
เปิด 4 เหตุผลทำไมภัยพิบัติหิมาลัยถล่ม ประชาชนถึงหนีไม่ทัน?