
วันที่ 28 ส.ค. 69 นาย อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นาย ประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไป “บิ๊กบอส” หรือ นักการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแช9ไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต สส.สอบตก
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เครือข่ายใน จ.ศรีสะเกษพบว่ามี “นายกเฮง” เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด แต่จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของ จ.ขอนแก่น ก็มีลักษณะเครือข่ายลักษณะเดียวกัน แต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “นายกเฮง” ส่วนที่ในแชตไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ที่เชื่อมโยงกับ "นายกเฮง" มีตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ (ระดับ C8-C9 หรือยศ พ.ต.ท.)
“เครือข่ายการเรียกรับสินบนใน จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 19 คดี และมีคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 20 คดี ซึ่งทาง DSI ลงมาสอบปากคำเอง 18 คดี ส่วนอีก 1 คดีทาง ป.ป.ช. ลงมาดำเนินการเอง และมีอีก 1 คดีที่ส่วนกลางเข้าบุกจับกุมเมื่อวันก่อน คดีนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำกันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง ในส่วนของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะมีรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยจะเซ็น MOU การทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามการทุจริตระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และภาคประชาสังคม ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการขยายผลต่อไป” ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand
Advertisement