
ความคืบหน้ากรณีกำแพงโคลนและหินขนาดใหญ่ได้พังถล่มลงสู่แม่น้ำบริเวณชายแดนเทือกเขาฮิมาลัยระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนเมื่อวันพุธ (26 สิงหาคม) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันขั้นหายนะในฝั่งเนปาล คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 162 ราย และทำให้นักท่องเที่ยวสูญหายอีกหลายร้อยคน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
รายงานเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งถล่มลงมา จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้
ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศส่ง "ทีมตอบโต้ฉุกเฉิน" บินด่วนสู่ประเทศเนปาลเป็นการเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย หลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่และดินถล่มในหลายพื้นที่ของเนปาล
ทีมตอบโต้ฉุกเฉินของเกาหลีใต้ได้ออกเดินทางไปยังประเทศเนปาลแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) หลังพบว่ามีพลเมืองชาวเกาหลีใต้สูญหาย 9 ราย และอีก 10 รายตกค้างอยู่ในพื้นที่ จากเหตุฉับพลันของน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต
นายอิม ซังอู หัวหน้าทีมตอบโต้ฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รวม 11 นายจากตำรวจ หน่วยบริการฉุกเฉิน และกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนก่อนออกเดินทาง โดยให้คำมั่นว่าจะ "ทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้มั่นใจว่าการค้นหาและช่วยเหลือพลเมืองของเราจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย"
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ผู้สูญหายทั้ง 9 รายเป็นพนักงานของบริษัท Korea Energy และ Doosan Enerbility
ขณะที่พนักงานชาวเกาหลีใต้ของบริษัท Doosan Enerbility อีก 10 ราย ซึ่งยังคงตกค้างอยู่ในพื้นที่ กำลังรอคอยการอพยพด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่ส่งมาจากทางการเนปาล
Advertisement