
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม นายเจมส์ อายุ 27 ปี อาชีพไรเดอร์ เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกภรรยาและรุ่นพี่ที่ทำงานหักหลัง ก่อนถูกกลุ่มชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าตัวระบุว่าได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า
นายเจมส์ อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองและภรรยาคบหากันมานานสองปี ก่อนเกิดเหตุ รุ่นพี่ที่ทำงานเดียวกัน ซึ่งทำงานเป็นเด็กติดรถ อายุประมาณ 30 ปี อ้างมีปัญหาทะเลาะกับภรรยาและถูกไล่ออกจากบ้าน จึงติดต่อมาหาภรรยาของตนเองเพื่อขอพักอาศัยชั่วคราว โดยภรรยาบอกให้รุ่นพี่มาขออนุญาตจากตนเองก่อน เมื่อรุ่นพี่มาขอ ตนเองเห็นว่าภรรยาอนุญาตแล้ว จึงตกลงให้เข้ามาพักที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่ตนเองเช่าอาศัยอยู่กับภรรยา
โดยรุ่นพี่เข้ามาพักที่บ้านตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่วงแรกตนเองไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากอยู่ด้วยกันประมาณ 2-3 วัน ก็เริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างรุ่นพี่กับภรรยา ทั้งการนั่งดื่มสุราด้วยกัน นั่งใกล้ชิด จับมือ จับแขน รวมถึงมีการใช้เท้าเขี่ยขากัน ทำให้ตนเองเริ่มระแวงและรู้สึกว่าความสนิทสนมของทั้งสองคนเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป
กระทั่งคืนนึง ตนเองนั่งดื่มอยู่ด้านนอกบ้าน ก่อนจะรู้สึกง่วงและเข้านอนประมาณ 01.00 น. จากนั้นเผลอหลับไปประมาณ 10-20 นาที เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นว่าไฟในบ้านยังเปิดอยู่ แต่ไม่เห็นภรรยาและรุ่นพี่ จึงเปิดประตูออกมาดู และพบทั้งสองคนนอนชิดติดกัน โดยฝ่ายชายหันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิง แม้ขณะนั้นยังไม่เห็นว่ามีการกอดหรือมีความสัมพันธ์กัน
ตนเองจึงเกิดความสงสัยและสอบถามภรรยา ซึ่งภรรยาบอกว่าไม่มีอะไร ขณะที่รุ่นพี่บอกว่าเพียงดื่มสุราและเมา จึงมานอนตรงนั้น ตนเองยอมรับว่าขณะนั้นยังไม่มีหลักฐานชัดเจน จึงไม่ได้กล่าวหาทั้งสองคน แต่หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็เริ่มระแวงมากขึ้น
ต่อมาในคืนวันที่ 23 สิงหาคม ตนเองออกไปทำงานตั้งแต่ช่วงเช้า และกลับมาที่บ้าน ก่อนช่วงเย็นภรรยาจะออกไปทำงาน หลังทำงานเสร็จได้แวะดื่มสุราและพารุ่นพี่คนนี้กลับมาที่บ้านประมาณ 21.00 น. โดยไม่ทราบว่าภรรยาอยู่กับรุ่นพี่ในห้อง
กระทั่งประมาณ 23.30 น. ขณะอยู่ในห้อง ตนเองได้ยินเสียงผิดปกติคล้ายเสียงคนครวญคราง ร้องด้วยความเจ็บปวด จึงปิดโทรศัพท์และตั้งใจฟัง เพราะคิดว่าอาจเป็นเสียงจากบ้านข้างเคียง ก่อนจะลองเอียงหูไปฟังที่บ้านด้านข้าง แต่กลับไม่ได้ยินเสียงดังกล่าว
ตนเองจึงค่อย ๆ เปิดประตูห้องและเดินไปฟังบริเวณหน้าห้องของภรรยา ก่อนพบว่าเสียงดังกล่าวมาจากห้องนั้น จึงเกิดความโมโหและตัดสินใจพังประตูเข้าไป พร้อมใช้โทรศัพท์บันทึกภาพไว้
นายเจมส์ อ้างว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไป พบภรรยาอยู่กับรุ่นพี่ในลักษณะกำลังมีเพศสัมพันธ์กัน ทำให้ตนเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยทั้งสองคนมีอาการตกใจ ฝ่ายชายพูดเพียงว่าขอโทษ ส่วนฝ่ายหญิงเข้าปกป้องฝ่ายชาย พร้อมบอกกับตนเองว่าได้เลิกรากันแล้ว และถ้าจะทำอะไรก็สามารถทำได้
นายเจมส์ ระบุว่าก่อนหน้านี้ตนเองกับภรรยาคบหากันและผูกแขนกัน โดยครอบครัวทั้งสองฝ่ายรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ เมื่อมาเจอเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเกิดความโกรธอย่างมาก และวิ่งไปหยิบมีดที่อยู่ใกล้ตัว โดยยอมรับว่าตนเองจะเข้าไปทำร้ายรุ่นพี่ แต่เป็นมีดสั้น และไม่ทราบว่ามีดโดนตัวฝ่ายชายหรือไม่
หลังจากนั้นตนเองได้โทรศัพท์หาพี่ชายของภรรยาเพื่อเล่าเหตุการณ์ ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ไล่รุ่นพี่คนดังกล่าวออกจากบ้านไปก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยกันภายหลัง จากนั้นรุ่นพี่ได้เดินทางออกจากบ้านไป
ประมาณ 5-10 นาทีต่อมา ภรรยาได้โทรศัพท์เรียกรุ่นพี่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาที่บ้าน โดยช่วงแรกกลุ่มกู้ภัยเข้ามาระงับเหตุและสอบถามเรื่องมีด เมื่อตนเองชี้ว่ามีดอยู่บริเวณใด เจ้าหน้าที่ได้นำมีดออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน มีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางมาที่บ้าน โดยหนึ่งในนั้นขับรถเบนซ์และมีอาวุธปืนมาด้วย ก่อนมีการโวยวาย ข่มขู่ และยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด จากนั้นมีกลุ่มชายประมาณ 10-20 คนเข้ามาบริเวณบ้าน โดยมีประมาณ 3 คนเข้ามารุมทำร้ายร่างกาย ทั้งต่อย เตะ และใช้โต๊ะแคมป์ซึ่งเป็นเหล็ก รวมถึงไม้ฟาดบริเวณศีรษะและร่างกาย ขณะที่ตนเองพยายามใช้มือป้องกันตัว
โดยตนเองถูกทำร้ายร่างกายเป็นเวลาประมาณ 5 นาที โดยเพื่อนของตนเองที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ภรรยาไม่ได้เข้ามาห้าม แต่ยืนดูเหตุการณ์อยู่
หลังถูกทำร้าย กลุ่มชายดังกล่าวบอกให้ตนเองเข้าไปเก็บเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นออกจากบ้าน เมื่อตนเองเข้าไปเก็บของ รุ่นพี่คนดังกล่าวยังตามเข้าไปในห้องและมีการทำร้ายร่างกายซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่ตนเองจะออกจากบ้าน
นายเจมส์ ระบุว่า หลังเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง โดยมีใบรับรองแพทย์ระบุว่ากระดูกบริเวณใบหน้าหัก กระดูกจมูกด้านซ้ายหัก มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณนิ้วมือขวา และมีอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้าจากของแข็งไม่มีคม
ตอนนี้ครอบครัวไม่ไว้วางใจให้ไปรักษาตัวในพื้นที่ใกล้บ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกกลุ่มกู้ภัยกลับมาทำร้ายซ้ำ และยืนยันว่าตนเองไม่ได้ต้องการเรียกร้องเพียงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับรุ่นพี่ แต่ต้องการให้ตรวจสอบกรณีการทำร้ายร่างกายและการใช้อาวุธปืนด้วย
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับรุ่นพี่ นายเจมส์ ระบุว่า ทั้งสองคนรู้จักกันมานานพอสมควร โดยน่าจะรู้จักกันตั้งแต่ช่วงที่ตนเองเริ่มทำงาน ซึ่งทั้งคู่รู้จักกันผ่านตนเอง
และสิ่งที่ทำให้รู้สึกเสียใจมากที่สุด คือที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือรุ่นพี่คนดังกล่าวหลายเรื่อง ทั้งกรณีรถยนต์ที่นำไปชนแล้วตนเองเป็นผู้ซ่อม รวมถึงเคยพาไปโรงพยาบาลและช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ แต่สุดท้ายกลับเกิดเหตุการณ์ที่โดนหักหลัง
ตอนนี้ตนเองมีการไปแจ้งความไว้แล้ว แต่ตอนที่ไปแจ้งความตำรวจมีการหัวเราะใส่ตนเอง และไม่ได้สนใจว่าตนเองโดนอะไร แต่ก็รับแจ้งความไว้ จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่บอกว่าไม่เจอใคร และจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้วประมาณ 4 วันแล้ว
นายเจมส์ ระบุว่า ตำรวจเรียกภรรยาเข้าสอบปากคำเพียงคนเดียว ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิด นายเจมส์บอกว่า ขณะจะกลับเข้าไปเก็บเสื้อผ้า ตนเองรู้สึกหวาดระแวง จึงขอให้ตำรวจสายตรวจเข้าไปด้วย และเสนอให้ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากบ้านฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการตามที่ร้องขอ
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จะประสาน พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผู้กำกับการ สน.โคกคราม ให้ช่วยติดตามและตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
ส่วนกรณีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับภรรยา รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นนั้น นายเอกภพ ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัวที่คงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่กรณีการทำร้ายร่างกาย รวมถึงว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านมีกล้องวงจรปิด จึงฝากตำรวจประสานขอภาพมาตรวจสอบ
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาด ดังนั้นหากมีบุคคลนำอาวุธปืนเข้ามาในพื้นที่ จะต้องตรวจสอบว่าเป็นใครและเข้ามาด้วยเหตุผลใด
ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือมาจากหน่วยงานใด ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นบุคคลใด สังกัดหน่วยงานไหน และมีหน้าที่อะไร เพราะการเข้ามาระงับเหตุควรเป็นการช่วยเหลือและยุติเหตุ ไม่ใช่เข้ามาทำร้ายคู่กรณี
เบื้องต้น นายเอกภพระบุว่าจะประสานผู้กำกับการ สน.โคกคราม ให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ร้องได้รับบาดเจ็บ โดยมีใบรับรองแพทย์เป็นหลักฐาน ระบุอาการบาดเจ็บชัดเจน ทั้งกระดูกบริเวณใบหน้าหัก จมูกด้านซ้ายหัก มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณนิ้วมือขวา รวมถึงมีอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณใบหน้า จากการกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม
Advertisement