
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ส.ค.2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถ.กัลปพฤกษ์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดเช้าวันนี้ พบว่ามีประชาชนแวะเวียนมากราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และลงชื่อให้กำลังใจพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าฯ พร้อมกับถ่ายรูปกับสถานที่เป็นที่ระลึก ซึ่งมีร้านกาแฟรถเข็นจุดเช็กอินก่อนไปทำงานตอนเช้า
โดยพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ติดกิจนิมนต์ส่วนตัว มีญาติโยมมานิมนต์ไปช่วงเช้านี้ ทำให้หลายๆคนที่ตั้งใจมาพบให้กำลังใจในช่วงเช้าวันนี้จึงยังไม่ได้พบหลายคน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายสมศักดิ์ โมราศิลป์ อายุ 73 ปี อยู่ ม.7 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งพาแฟนไปโรงพยาบาลเมื่อช่วงเช้า ตั้งใจมาพบกับพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าฯ เพื่อจะกราบให้กำลังใจ แต่มาถึงพระครูขึ้นรถไปกิจนิมนต์ก่อน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ที่มาวันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจหลวงพ่อ เพราะดูข่าวแล้วรู้สึกรับไม่ได้ สงสารหลวงพ่อ มาเห็นท่านก็สุขภาพไม่แข็งแรง เดินก็ต้องมีคนพะยุง เรื่องนี้ไม่ว่าใครก็รู้ว่าเป็นที่ดินของวันถูกต้องตามกฎหมายจากเอกสารหลักฐานต่างๆที่ออกมาปรากฎตามสื่อมันก็ข้ดเจนอยู่ ส่วนตัวมองที่ผ่านมาที่ป้าดาทำเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดินทั้งหมด เหมือนเป็นพวกทำเป็นอาชีพออกแนวมิจฉาชีพ เชื่อว่าต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะที่ดินตรงนี้ราคาสูงเป็นพันล้าน
ขณะเดียวกัน ชาวชุมชนวัดป่าอดุลยารามและใกล้เคียง ได้จัดเตรียมอาหารโรงทาน พากันเปิดดูป้าด้าและทีมงานตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่ กทม.แบบสดๆ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ ว่าต้องการฟังป้าดาพูดและเอาหลักฐานเด็ดที่บอกตัวเองมีมาโชว์ ซึ่งทุกคนต่างเชื่อว่าไม่มี เพราะหลักฐานทุกอย่างมีถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว และมองว่า ชายที่ระบุว่าเป็นที่ปรึกษาจัดการมรดก พูดเยอะเกินไปและไม่เกี่ยวกับเรื่องข้อพิพาทวัดป่าอดุลยารามเลย
ทั้งนี้ในส่วนของการตั้งวัดและการแต่งตั้งสมณศักดิ์ของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบกับทางวัดตราชูวนาราม ซึ่งวัดป่าอดุลยารามเป็นหนึ่งในวัดสาขา เช่นเดียวกับวัดป่าอดุลแก้วมอดี ที่อดีตเจ้าอาวาสวัดตราชูได้สร้างขึ้นไว้ตั้งแต่ยังไม่มรณะภาพ
Advertisement