Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดประวัติวัดป่าอดุลยาราม ที่มาโฉนดแค่ใช้ชื่อ "พ่อเฮียง" ขอตั้งวัด

เปิดประวัติวัดป่าอดุลยาราม ที่มาโฉนดแค่ใช้ชื่อ "พ่อเฮียง" ขอตั้งวัด

26 ส.ค. 69
10:00 น.
แชร์

ย้อนรอยปมที่ดินขอนแก่น! เจ้าอาวาสวัดตราชูฯ เปิดประวัติวัดป่าอดุลยาราม เคลียร์ชัดที่มาโฉนดชื่อ "พ่อเฮียง" แค่ใช้ชื่อขอตั้งวัด 

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 ส.ค. 69 ที่วัดตราชูวนาราม ถนนมิตรภาพ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวขอเข้าพบ พระครูอดุลสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัด พูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตความเป็นมาระหว่าง วัดตราชูวนาราม และวัดป่าอดุลยาราม หนึ่งในวัดสาขาของวัดตราชูวนาราม ซึ่งมีประวัติในเรื่องคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนปี 2507 ที่มีพระสงฆ์ใช้พื้นที่ที่มีข้อพิพาทในปัจจุบันเป็นที่พักสงฆ์ในอดีตมาก่อน ก่อนที่จะเป็นโฉนดสลักชื่อพ่อเฮียง พิมพ์ศรี เพื่อให้สามารถดำเนินการสร้างวัดในพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจนถึงปัจจุบัน 

ซึ่งพระครูอดุลสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดตราชูวนาราม เล่าย้อนถึงที่มาของพระครูอดุลสารนิเทศ หรือ พระอาจารย์สุพัฒน์ ก่อนเข้าสู่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดสาขา โดยนับเป็นเจ้าอาวาสที่มีตราตั้งถูกต้องรูปแรก และยังเป็นพระสงฆ์รูปเดียวของวัดจนถึงปัจจุบัน 

พระครูอดุลสีลาภรณ์ กล่าวว่า เดิมรู้จักและมีความคุ้นเคยกับญาติของพระอาจารย์สุพัฒน์มาก่อนแล้ว ขณะนั้นยังไม่ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูอดุลสารนิเทศ โดยญาติพระอาจารย์สุพัฒน์อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านหนองแวงตรงนี้ เมื่อมีความสนิทสนมกัน ญาติจึงพาไปเยี่ยมพระอาจารย์สุพัฒน์อยู่เป็นระยะ ซึ่งในเวลานั้น พระอาจารย์สุพัฒน์ เป็นเจ้าอาวาสจำวัดอยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังจากได้พบและพูดคุยกัน ปรากฏว่ามีความถูกคอพระอาจารย์สุพัฒน์ จึงไปมาหาสู่กันหลายครั้ง กระทั่งการพบกันครั้งสุดท้าย พระมหานิลมีเหตุบางประการที่จะลาสิกขา จึงขอให้พระอาจารย์สุพัฒน์ช่วยไปเป็นเจ้าสำนักวัดป่าอดุลยาราม เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ 

ต่อมาเมื่อพระมหานิลเดินทางกลับมาก็ลาสิกขา จากนั้นหลวงพ่อเพยเข้ามาทำหน้าที่เป็นเจ้าสำนักแทน หลังจากนั้น ชาวบ้านได้เหมารถไปรับพระอาจารย์สุพัฒน์ ตามคำแนะนำของพระมหานิลที่ให้ไปรับมาช่วยดูแลวัด เนื่องจากญาติโยมเคยรู้จักและไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว ก่อนที่พระอาจารย์สุพัฒน์จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งตราตั้งเจ้าอาวาสนั้นเกิดขึ้นภายหลังประกาศตั้งและประกาศสร้างวัด กระบวนการดังกล่าวจะต้องเสนอชื่อเจ้าอาวาสประกอบการดำเนินการเรื่องเอกสารหลักฐานต่างๆ ควบคู่ไปด้วย และพระอาจารย์สุพัฒน์ก็ได้รับการแต่งตั้งในช่วงเวลานั้น พร้อมกับการตั้งวัดในพระพุทธศาสนา 

ยืนยันว่า เจ้าอาวาสที่ได้รับตราตั้งอย่างถูกต้องของวัดป่าอดุลยาราม คือพระครูอดุลสารนิเทศ หรือ พระอาจารย์สุพัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และยังคงเป็นเจ้าอาวาสรูปเดียวของวัดสาขาแห่งนี้จนถึงปัจจุบัน 

ส่วนที่มาของสมณศักดิ์ “พระครูอดุลสารนิเทศ” นั้น พระครูอดุลสีลาภรณ์อธิบายว่า พระอาจารย์สุพัฒน์มีปฏิสัมพันธ์กับพระผู้ใหญ่หลายรูป ก่อนที่พระผู้ใหญ่จะแนะนำและฝากให้ดำเนินการขอสมณศักดิ์ให้ โดยเจ้าคณะอำเภอรับหลักการ ส่วนการตั้งชื่อสมณศักดิ์จะดำเนินการจากระดับจังหวัดและเสนอต่อไปยังส่วนกลาง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนเช่นกัน และวัดแห่งนี้เป็นวัดที่หลวงปู่พระครูอดุลสารนิเทศ พุทธกันตสาโร เจ้าอาวาสวัดตราชูวนารามรูปเดิมสร้างไว้ เมื่อหลวงปู่มรณภาพแล้ว จึงมีความเห็นให้ตั้งสมณศักดิ์นาม “พระครูอดุลสารนิเทศ” ให้แก่พระอาจารย์สุพัฒน์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึง ซึ่งถือเป็นที่มาของสมณศักดิ์ดังกล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ลำดับเจ้าสำนัก-เจ้าอาวาส วัดป่าอดุลยารามมีทั้งหมด 7 รูป ประกอบด้วย

1.หลวงพ่อเต้ ไม่ทราบฉายา ปี พ.ศ.2492-2505

2.หลวงพ่อมูล ไม่ทราบฉายา ปี พ.ศ.2505-2507

3.หลวงพ่อแสง ไม่ทราบฉายา ปีพ.ศ.2507-2518

4.หลวงปู่อ่อน ชาครธมโม ปี พ.ศ.2518-2528

5.หลวงพ่อสิม ภูริโต ปี พ.ศ.2528-2530

6.พระมหานิล ฐานตฺตโร ปี พ.ศ.2530-2533

7.หลวงพ่อเพย ปัญญาธโร ปี พ.ศ.2533-2534

โดยพระสงฆ์ลำดับที่ 1-7 นี้เป็นเจ้าสำนัก และ8.พระครูอดุลสารนิเทศ ปี พ.ศ.2534-ปัจจุบัน ซึ่งได้ตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่ารูปแรก รูปเดียวจนถึงปัจจุบัน 

หากจะพูดถึงว่าที่ดิน 21 ไร่ + 5-6 ไร่ ที่มีข้อพิพาทอยู่นี้เป็นที่ดินของใคร ซึ่งคำตอบคือเป็นที่ว่างเปล่า ชาวบ้านใช้ทำมาหากินหาหน่อโจด หาเห็ด และไม่ใช่ที่ของพ่อเฮียง พิมพ์ศรี ตามที่มีชื่อสลักในหลังโฉนดแปลง 21 ไร่ และในพื้นที่นี้ก็มีร่องรอยพระสงฆ์มาพำนักอยู่ก่อนแล้ว มีการสร้างที่พำนัก แต่ไม่มีพระอยู่ ทางวัดอดุลยารามก็ส่งพระไปพำนัก และเริ่มเป็นพื้นที่ป่าช้า เนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคเรื้อนระบาด นำศพมาฝังที่นี่ กลายเป็นที่ประกอบศาสนกิจ 

กระทั่งมาถึงยุคพระครูอดุลสารนิเทศ อดีตเจ้าอาวาสวัดตราชู ส่งพระลูกวัดไปเป็นเจ้าสำนักหลายรูป และบอกบุญญาติโยมเข้าไปทำบูญ จนพรครูอดุลมีดำริอยากให้พื้นที่ว่างเปล่าที่เป็นที่พักสงฆ์ประกอบศาสนกิจได้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย และขั้นตอนการขอตั้งวัดสร้างวัดนั้น จะต้องมีโฉนดที่ดิน และแบบพิมพ์เขียวระบุพิกัดที่มีการสร้างเสนาสนะ และพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นโฉนด ทางพระครูอดุลจึงเรียกพ่อเฮียง พิมพ์ศรี ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้น เรียกแบบชาวบ้านว่าเป็นผู้มีบารมี และพ่อเฮียงกับแม่นาง ภรรยา เป็นผู้ที่ชอบเข้าวัดเข้าวาทำนุบำรุงวัดตราชูวนารามมาโดยตลอด จึงใช้ชื่อพ่อเฮียง เป็นผู้ขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวเพื่อสร้างวัด และการออกโฉนดที่ดินสำหรับขอสร้างวัดนั้น สมัยก่อนเจ้าหน้าที่ที่ดิน หากรู้ว่าจะขอสร้างวัด จะอนุโมทนาช่วยผลักดันให้สำเร็จโดยเร็วทันที 

และในพื้นที่ 5-6 ไร่ ที่เป็นข้อพิพาทล่าสุดที่ทายาททวงคืนนั้น สมัยก่อนทางเจ้าหน้าที่ที่ออกมารังวัดที่ดินได้รังวัดคลอบคลุมพื้นที่ 5-6 ไร่ตัวนี้ด้วย และโฉนดก็คลอบคลุมทั้งหมด ไม่ได้มีเส้นแบ่งเหมือนที่ปรากฏในข่าว ซึ่งทางวัดตราชูวนารามได้ฝากทางสื่อมวลชนช่วยตรวจสอบดูข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย โดยการดำเนินการจะมีผู้รู้กฎหมาย เพื่อนของพ่อเฮียง คือพ่อเคน และพ่อของ ช่วยกันดำเนินการมาจนกระทั่งได้โฉนดมาสลักชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี แล้วจัดผ้าป้าถวายโฉนดพร้อมกับเงินให้กับพลวงพ่อเพย ซึ่งเป็นเจ้าสำนักต่อจากพระมหานิล กระทั่งพระครูอดุลสารนิเทศได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูพร้อมๆ กับช่วงที่ได้รับใบตั้งวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อปี พ.ศ. 2541

Advertisement

แชร์
เปิดประวัติวัดป่าอดุลยาราม ที่มาโฉนดแค่ใช้ชื่อ "พ่อเฮียง" ขอตั้งวัด