
วันที่ 15 ก.ย.2569 กรณีมีคนเอาภาพพร้อมกรอบรูปของหญิงคนหนึ่งไปโพสต์พร้อมกับเขียนข้อความ ระบุว่า “เตือนภัยมิจฉาชีพหากินกับคนแก่! (เผื่อมาพื้นที่บ้านเฮา)เล็งบ้านที่ลูกหลานไม่อยู่ ก่อนใช้คำพูดโน้มน้าวให้ผู้สูงอายุหลงเชื่อมีการเข้าหาผู้สูงอายุถึงบ้าน พร้อมเสนอรับถ่ายภาพและใส่กรอบ อ้างว่าจะได้เก็บไว้ให้ลูกหลานดู โดยนำกรอบพร้อมภาพตัวอย่างมาโชว์ ทำให้เหยื่อเกิดความเชื่อใจ ก่อนยอมถ่ายภาพและจ่ายเงิน แต่เมื่อภาพและกรอบส่งมาถึง กลับพบว่างานที่ได้ แตกต่างจากภาพตัวอย่างอย่างมาก จนเจ้าของเรื่องถึงกับบ่นว่า“เฮ็ดก่องจ่องอยู่ มือบ่อาชีพปานนี้ยังกล้าออกมาหากินเนาะ” ฝากเตือนพ่อแม่พี่น้อง โดยเฉพาะ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่บ้านตามลำพัง หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาเสนอขายหรือรับทำสินค้าใด ๆ ถึงบ้าน ควรตรวจสอบให้แน่ชัดระวังเด้อ ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านเฮา อย่าหลงเชื่อคนแปลกหน้า!”
โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิช่างภาพเหมือนกับทำไม่เป็น แต่ออกมาเหมือนรับจ้างถ่ายภาพมืออาชีพ บางคนบอกสงสารยายอยู่ดีๆกลายเป็นภาพติดวิญญาณ
ในเวลาต่อมานาง บุญมา ใจกล้า อายุ70 ปี ซึ่งเป็นบุคคลในภาพ ได้ออกมากล่าวทั้งยิ้มและหัวเราะเมื่อเห็นภาพตัวเองว่า ตอนนั้นได้มีชายหญิง 2 คนเข้ามาปะเหลาะตนให้ตนถ่ายภาพเก็บไว้ให้ลูกหลานดูยามจากไป คิดเป็นเงินทั้งภาพและกรอบภาพราคา 300 บาท
แต่เมื่อช่างเอาภาพมาส่งเจ้าตัวบอกว่า ”พูดไม่ออก” เพราะไม่เหมือนอย่างที่ตนคิดเอาไว้ เห็นแต่ลำตัวไม่มีเท้าเหมือนคนล่องลอยหรือที่เขาเรียกว่า ”ภาพติดวิญญาณ” แต่ยอมรับว่าภาพพื้นหลังสวยแต่ภาพของตนเรียกว่าดูไม่ได้มันคาใจทุกครั้งที่เอาภาพมาดู ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดได้มีนายทิฆัมพร การสอน อายุ 28 ปี อาชีพช่างภาพอิสระ ว่าอยากจะไปช่วยถ่ายภาพให้ยายใหม่ เพราะดูแล้วน่าเห็นใจ
นายทิฆัมพร เล่าว่าเห็นภาพที่ลงในข่าวแล้วยอมรับว่าเห็นใจยายมาก เพราะสเกลภาพไม่ถูกต้อง เลยการมาช่วยถ่ายภาพแก้ตัวให้ยายวันนี้ ไม่ใช่มาทับถมช่างภาพคนเดิม แต่เห็นแล้วไม่ผ่านจริงๆ และเห็นใจยายจึงอยากจะมาถ่ายให้ฟรี
ขณะที่นางบุญมา ได้ออกมากล่าวว่า ดีใจที่มีช่างภาพใจดีมาถ่ายให้ฟรี ส่วนภาพเก่าที่ถ่ายในตอนนั้น ลูกสาวเห็นข่าวได้ดึงออกไปฉีกทิ้งถังขยะแล้ว แต่ก็ยังเสียดายภาพเก่าเพราะมีภาพพระพุทธรูปถูกฉีกไปด้วย
Advertisement