
น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการตรวจหารอยรั่วซึมของท่อส่งน้ำมัน ซึ่งมีน้ำมันปนเปื้อนเข้าสู่ระบบระบายน้ำ บริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้จุดกลับรถสะพานพระราม 3 เขตคลองเตย พร้อมเปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของกระทรวงพลังงานเมื่อช่วงเย็นวานนี้ เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณโครงสร้างใต้ดิน ซึ่งเป็นจุดที่ก่อนหน้านี้เคยพบคราบน้ำมัน
ภายหลังเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายที่ใช้กั้นพื้นที่ออก และใช้ไม้ไผ่หยั่งลงไปในบริเวณดังกล่าว พบว่ามีโพรงใต้ดินอยู่ลึกประมาณ 5 เมตรกว่า และภายในโพรงพบว่ามีน้ำมันซึมออกมา จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพภายในโพรงอย่างละเอียด เพื่อค้นหาว่าโพรงดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร มีน้ำมันตกค้างอยู่มากน้อยเพียงใด และมีการเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นหรือไม่
สำหรับการดำเนินการในวันนี้ ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการนำเครื่องมือเข้ามาสนับสนุนการทำงานของ กทม. โดยเตรียมใช้กล้องติดตั้งบริเวณปลายอุปกรณ์และสอดเข้าไปภายในโพรงใต้ดิน เพื่อสำรวจสภาพภายใน โดยไม่จำเป็นต้องขุดเปิดพื้นที่ทันที ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าโพรงใต้ดินดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด และมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ใดบ้าง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดยการใช้กล้องจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสภาพภายในโพรงได้อย่างปลอดภัย และเป็นข้อมูลประกอบการวางแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สำรวจบริเวณโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติม พบว่าพื้นที่ดังกล่าวในอดีตเคยมีสถานีและเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยพบกระสวยหรือภาชนะสำหรับบรรทุกน้ำมันเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ววางอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก
จากข้อมูลดังกล่าว จึงมีข้อสังเกตว่า น้ำมันเก่าหรือเศษน้ำมันอาจมีการสะสมอยู่ภายในพื้นที่เป็นเวลานาน และอาจมีความเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่ตรวจพบในระบบระบายน้ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเพียงข้อสังเกตและข้อสันนิษฐานเบื้องต้น โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และจะต้องตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
นอกจากการตรวจสอบโพรงใต้ดินแล้ว เจ้าหน้าที่จะเก็บตัวอย่างน้ำที่ปนเปื้อนน้ำมันจากบริเวณโดยรอบเพิ่มเติม เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เก็บไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบตัวอย่างที่เก็บได้ก่อนหน้านี้ พบว่าน้ำมันที่ปนเปื้อนในน้ำมีค่าบางประการอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นค่าที่ตามหลักการแล้วไม่ควรพบในระดับดังกล่าว หากเป็นน้ำมันที่อยู่ภายในระบบท่อส่งน้ำมัน จึงเกิดข้อสังเกตว่าน้ำมันที่พบ อาจมีการปนเปื้อนจากแหล่งอื่น หรืออาจไม่ได้มาจากภายในท่อส่งน้ำมันโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ จึงต้องอาศัยการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำมันและน้ำที่ปนเปื้อนจากบริเวณอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน
ในส่วนของการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง บริษัท บางจากฯ ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากร โดยจะนำตัวอย่างไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของบริษัท ขณะที่กระทรวงพลังงานจะนำตัวอย่างไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของหน่วยงานภาครัฐเช่นกัน จากนั้นจะนำผลการตรวจสอบจากทั้งสองห้องปฏิบัติการมาเปรียบเทียบกัน เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำมันที่พบในพื้นที่เป็นน้ำมันชนิดเดียวกันหรือไม่
น.ส.ฐิติภัสร์ ย้ำว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จะอาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพราะผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะช่วยยืนยันได้ว่าน้ำมันที่พบมีคุณสมบัติและองค์ประกอบสอดคล้องกับน้ำมันจากระบบท่อส่งหรือเป็นน้ำมันจากแหล่งอื่น
Advertisement