
เพราะ ‘ปัญหาหนี้สิน’ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความสุข และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน องค์กรจึงต้องเริ่มมองเรื่อง ‘สุขภาพทางการเงิน’ หรือ Financial Well-being เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญในการดูแลทรัพยากรบุคคล ไม่ต่างจากการพัฒนาทักษะหรือการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี
หนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ คือ ทีทีบี หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งมองว่าการสร้างความมั่นคงทางการเงินต้องเริ่มต้นจากการทำให้คนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดการปัญหาของตัวเองได้อย่างถูกวิธี จึงได้พัฒนาโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ ขึ้นมาเพื่อดูแลพนักงานภายในองค์กรของตัวเองในปี 2566 ก่อนต่อยอดเป็นโมเดลที่ขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือนและองค์กรพันธมิตร
ล่าสุดโมเดลนี้กำลังถูกนำไปใช้โดยกลุ่มทุนธนชาต บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่เมื่อเร็ว ๆ นี้มีความร่วมมือกับทีทีบีในการนำโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ ไปใช้เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของพนักงาน
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธนชาตให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร เพราะเชื่อว่าความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการทำงานหรือสวัสดิการเท่านั้น แต่รวมถึงชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น หรือ Financial Well-being ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี
“ในช่วงเศรษฐกิจไทยยังคงมีความท้าทาย พนักงานบางส่วนต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายและความกดดันทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความสุข และคุณภาพชีวิต จึงใช้โครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ ของทีทีบี มาช่วยให้พนักงานเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการส่งเสริมสุขภาพทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับความท้าทายทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ”
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจในการร่วมกันสร้างสังคมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน โดยไม่ได้มุ่งหวังเพียงช่วยบรรเทาปัญหาหนี้ในระยะสั้น แต่ต้องการวางรากฐานความมั่นคงทางการเงินให้กับพนักงานในระยะยาว เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างยั่งยืน
ด้านนายวิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็มบีเคพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของพนักงานอย่างยั่งยืน เพราะเชื่อว่า พนักงานคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด การเติบโตขององค์กรต้องเริ่มจากพนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสุขและประสิทธิภาพการทำงาน
“การร่วมมือกันครั้งนี้ จึงเป็นการส่งมอบความห่วงใยที่ตรงจุด ผ่านการตรวจสุขภาพทางการเงิน การเรียนหลักสูตรจัดการเงิน และการส่งต่อเคสที่มีปัญหาเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้อย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้าง ‘สังคม เอ็ม บี เค ที่ปราศจากหนี้’ และพาพนักงานสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
“เอ็มบีเค มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกพันธนาการทางการเงิน ให้พนักงานของเราสามารถลดภาระหนี้ คลายความกังวล และกลับมามีรอยยิ้มที่สดใส พร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างมั่นคง เราจะผลักดันและสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสร้าง สังคมเอ็ม บี เค ที่ปราศจากหนี้และก้าวสู่ชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง” นายวิจักษณ์กล่าว
ขณะที่นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะเปิดโอกาสให้พนักงานได้กลับมาทบทวนและทำความเข้าใจสถานะทางการเงินของตนเองอย่างเป็นระบบ
ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านการเงิน ราชธานีลิสซิ่งมองว่า การมีวินัยทางการเงินที่ดีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพนักงานทุกคน ไม่เพียงในมิติของการใช้ชีวิตส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงความเข้าใจและความรับผิดชอบต่อเรื่องการเงินในภาพรวมด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยให้พนักงานได้เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และวินัยทางการเงินที่ถูกต้อง
สำหรับโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ เป็นโมเดลที่ทีทีบีพัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่ว่า การสร้างความมั่นคงทางการเงินต้องเริ่มต้นจากการทำให้คนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดการปัญหาของตัวเองได้อย่างถูกวิธี
ทีทีบีเริ่มต้นโครงการกับพนักงานภายในองค์กรของตัวเองในปี 2566 ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลที่สามารถขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือนและองค์กรพันธมิตร เพื่อช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถจัดการหนี้ได้อย่างเป็นระบบและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่ปัญหาหนี้สินยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและศักยภาพในการทำงาน
“การแก้หนี้ต้องเริ่มจากความรู้ ความเข้าใจ และใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ ที่ทีทีบีพัฒนาขึ้นและเปิดตัวกับพนักงานทีทีบีในปี 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างถูกต้องและยั่งยืน”
ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบีกล่าวว่าโครงการนี้สะท้อนความเชื่อของทีทีบีที่ว่า การมีรากฐานการเงินที่มั่นคงของพนักงาน คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการส่งต่อความมั่นคงทางการเงินสู่ลูกค้าและสังคมโดยรวม โดยได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพการเงิน และเสริมศักยภาพมนุษย์เงินเดือนในการบริหารจัดการหนี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ทีทีบีเชื่อว่าการมีชีวิตทางการเงินที่ดีเริ่มต้นได้จากความเข้าใจและกำลังใจที่ถูกส่งต่ออย่างต่อเนื่อง โครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ จึงไม่ใช่เพียงการให้ความรู้เรื่องการเงิน แต่คือการอยู่เคียงข้างพนักงานให้ค่อย ๆ ก้าวข้ามปัญหาหนี้ได้อย่างมั่นใจ”
โครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ มีรูปแบบในการเสริมศักยภาพมนุษย์เงินเดือนในการบริหารจัดการหนี้ ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่
1. การตรวจสุขภาพทางการเงิน ที่เปิดโอกาสให้พนักงานประเมินสถานะทางการเงินของตนเอง พร้อมรับคำแนะนำเบื้องต้นที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
2. การให้ความรู้ทางการเงินแบบครบวงจร ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านหลักสูตรที่ออกแบบให้เหมาะสมกับระดับสุขภาพการเงินของแต่ละบุคคล
3. บริการ ‘โค้ชปลดหนี้’ ช่วยพนักงานวางแผนจัดการหนี้อย่างถูกต้องและยั่งยืน ปลดล็อกปัญหาหนี้สิน โดยพนักงานได้รับการปรึกษากับโค้ชแบบตัวต่อตัวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี เล่าว่า ผลจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา มีพนักงานทีทีบีเข้ารับคำปรึกษาและได้รับแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้แล้วกว่า 560 ราย พร้อมทั้งมีการสร้างอาสาสมัคร ‘โค้ชปลดหนี้’ จำนวน 110 คน ซึ่งผ่านการอบรมและได้รับการรับรองจากหลักสูตรที่ทีทีบีพัฒนาร่วมกับทีม Certified Financial Planners ที่มีประสบการณ์ตรงในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือมนุษย์เงินเดือนด้านการวางแผนการเงิน
จากจุดเริ่มต้นภายในองค์กร ทีทีบีนำโมเดล ‘โค้ชปลดหนี้’ มาต่อยอดสู่ภาคธุรกิจและกลุ่มมนุษย์เงินเดือน โดยที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการตรวจสุขภาพทางการเงินแล้วมากกว่า 144,000 ราย และมีผู้เรียนรู้เรื่องการเงินผ่านหลักสูตรออนไลน์อีกนับพันราย
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ทีทีบีเดินหน้าขยายโครงการในปี 2569 สู่กลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือน โดยร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของธนาคาร นำโดยกลุ่มทุนธนชาต บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
นายฐากรกล่าวอีกว่า การขยายการดำเนินโครการ ‘โค้ชปลดหนี้’ เป็นการตอกย้ำบทบาทและเป้าหมายของทีทีบีในการเดินหน้าสร้าง ‘ระบบนิเวศทางการเงิน’ ที่สนับสนุนให้คนไทยสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว