Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คลื่นโคลนซัดเนปาล-ทิเบต กำแพงดินถล่ม กวาดนักท่องเที่ยวสูญหายข้ามพรมแดน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คลื่นโคลนซัดเนปาล-ทิเบต กำแพงดินถล่ม กวาดนักท่องเที่ยวสูญหายข้ามพรมแดน

27 ส.ค. 69
12:21 น.
แชร์

หิมาลัยพังทลาย กำแพงโคลนกลืนชีวิตข้ามพรมแดน 

น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ได้เปลี่ยนพื้นที่เชิงเขาหิมาลัยให้กลายเป็นจุดเกิดมหันตภัยข้ามพรมแดน กำแพงโคลนและเศษซากกวาดบ้านเรือน ถนน สะพาน รวมถึงยานพาหนะ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตยังคงเปลี่ยนแปลง และมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน

ในจำนวนผู้ที่ยังไร้ร่องรอย มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติจากหลายประเทศ โดยฝั่งทิเบตในเขตจีหลงรายงานผู้สูญหาย 558 คน รวมชาวต่างชาติ 260 คน ขณะที่ฝั่งเนปาลก็มีรายงานนักท่องเที่ยวสูญหายหลายร้อยคน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขจากทั้งสองฝั่งมีการนับบุคคลซ้ำกันหรือไม่

ในกลุ่มนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ยังสูญหาย มีรายงานชาวอินเดียมากกว่า 100 คน ชาวอเมริกัน 54 คน ชาวออสเตรเลีย 34 คน และชาวอังกฤษ 33 คน ขณะที่คณะทัวร์กลุ่มหนึ่งมีผู้สูญหายและขาดการติดต่ออีก 47 คน ประกอบด้วยชาวออสเตรเลีย 15 คน ชาวแคนาดา 10 คน ชาวเนปาล 9 คน ชาวอเมริกัน 8 คน ชาวสิงคโปร์ 2 คน ชาวอังกฤษ 2 คน และผู้ถือสองสัญชาติอเมริกัน-รัสเซีย 1 คน 

ภัยพิบัติครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางสำคัญระหว่างจีนและเนปาล ซึ่งเป็นทั้งจุดผ่านแดนของนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ ขณะที่หลายประเทศเร่งติดตามพลเมืองของตนเอง รวมถึงคณะทัวร์กลุ่มหนึ่งที่มีผู้สูญหายและขาดการติดต่อถึง 47 คนจากหลายสัญชาติ หลังน้ำและโคลนจากเทือกเขาหิมาลัยพัดถล่มพื้นที่อย่างรุนแรง

หลายคนอาจได้เห็นคลิปวิดีโอคลื่นดินโคลนที่พัดถล่มบ้านเมืองในช่วงไม่กี่วันมานี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

กำแพงโคลนถล่มจากหิมาลัย

ภาพจากฝั่งจีนเผยให้เห็นกำแพงโคลนและเศษซากขนาดมหึมาพุ่งถาโถมลงมาจากพื้นที่ภูเขา กลืนอาคารสูงหลายชั้น ก่อนกวาดรถบัสและรถยนต์ไปเหมือนของเล่น ขณะที่ภัยพิบัติซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ได้สร้างคำถามสำคัญว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

ในช่วงแรก ทางการเนปาลเชื่อว่าแผ่นดินไหวขนาด 4.4 อาจเป็นชนวนให้เกิดดินถล่ม ก่อนมวลดินและเศษซากจะไปปิดกั้นแม่น้ำ ทำให้น้ำสะสมอยู่ด้านบน และเมื่อสิ่งกีดขวางพังลง มวลน้ำจำนวนมหาศาลจึงทะลักไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์เพิ่มเติมของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS กลับชี้ว่า พลังงานจากแรงสั่นสะเทือนที่ตรวจพบไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว แต่ “เกิดจากดินถล่ม” ขณะที่การประเมินเบื้องต้นของศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาภูมิภาคภูเขาแบบบูรณาการ หรือ ICIMOD ระบุว่า อาจเกิดการถล่มของมวลหินและน้ำแข็งในเนปาล ก่อนปิดกั้นแม่น้ำเลนเดและก่อให้เกิดน้ำหลากต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจับตาเป็นพิเศษ คือก่อนเกิดเหตุแทบไม่มีฝนตก ซึ่งหมายความว่าภัยพิบัติครั้งนี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณในรูปแบบที่ระบบเตือนภัยน้ำท่วมทั่วไปสามารถตรวจจับได้ เมื่อแม่น้ำในพื้นที่ภูเขาซึ่งมีลักษณะแคบถูกปิดกั้น ไม่ว่าจะจากดินถล่มหรือหิมะถล่ม น้ำจะสะสมตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนกลายเป็นกระแสน้ำและโคลนที่พุ่งลงสู่พื้นที่เบื้องล่างด้วยความเร็วมหาศาล

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนถึงความเป็นไปได้ของน้ำท่วมระลอกที่สอง เนื่องจากยังคงมีสิ่งกีดขวางอยู่บริเวณต้นน้ำ ขณะที่ลำดับเหตุการณ์และสาเหตุที่แน่ชัดของมหันตภัยครั้งนี้ ยังต้องรอการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป

ภัยพิบัติไร้สัญญาณเตือน เมื่อหิมาลัยเผชิญความเสี่ยงใหม่

ความรุนแรงของกระแสน้ำและโคลนทำให้ผู้เชี่ยวชาญเปรียบมันว่าเป็น “คอนกรีตเหลว” ที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง และเมื่อมองเห็นกระแสโคลนพุ่งเข้ามา อาจสายเกินกว่าจะหลบหนีได้แล้ว ทั้งการวิ่งหนีหรือการพยายามขับรถหลบหนีอาจไม่สามารถช่วยชีวิตได้ โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการขึ้นไปยังพื้นที่สูงอาจเป็นทางรอดสำคัญ

ความยากในการรับมือยังอยู่ที่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นโดยแทบไม่มีฝนตกมาก่อน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบน้ำท่วมที่ระบบเตือนภัยทั่วไปใช้ติดตาม ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอว่า การติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำในแม่น้ำที่สามารถส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ อาจช่วยเพิ่มเวลาเตือนภัยให้ประชาชนได้ราว 20-30 นาที

เนปาลยังมีความเสี่ยงต่อปรากฏการณ์ น้ำท่วมจากการพังทลายของทะเลสาบธารน้ำแข็ง หรือ GLOF ซึ่งเป็นการปลดปล่อยน้ำปริมาณมหาศาลจากทะเลสาบที่เกิดจากธารน้ำแข็งละลายอย่างฉับพลัน หนึ่งในเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 จากเขตจีหลงของจีน ก่อนมวลน้ำจะไหลเข้าสู่เขตราสุวาของเนปาล แม้จนถึงขณะนี้ทางการยังไม่ได้ระบุว่า GLOF เป็นสาเหตุของมหันตภัยครั้งล่าสุด

สำหรับคำถามเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเป็นต้นเหตุโดยตรงของเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่แนวโน้มในเทือกเขาหิมาลัยชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งคลื่นความร้อนที่เพิ่มขึ้น ธารน้ำแข็งที่ถอยร่น และชั้นดินเยือกแข็งถาวรที่ลดลง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่มและน้ำท่วมจากธารน้ำแข็ง

ในช่วงต่อจากนี้ นักวิทยาศาสตร์จะต้องศึกษาลำดับเหตุการณ์และความเชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศเพิ่มเติมผ่านการวิเคราะห์เฉพาะเหตุการณ์ เพื่อเปรียบเทียบว่า ภัยพิบัติครั้งนี้มีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดในโลกที่อุณหภูมิสูงขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เมื่อเทียบกับสภาพภูมิอากาศในยุคก่อนอุตสาหกรรม ดังนั้น แม้เหตุการณ์ที่ชายแดนเนปาล-ทิเบตจะยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่าเกิดขึ้นจากอะไร แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ภูมิประเทศอันเปราะบางของเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ซับซ้อนและยากต่อการคาดการณ์มากขึ้น


แชร์
คลื่นโคลนซัดเนปาล-ทิเบต กำแพงดินถล่ม กวาดนักท่องเที่ยวสูญหายข้ามพรมแดน