
TikTok LIVE จัดมหกรรมระดับภูมิภาค “Community Fest 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ กรุงเทพมหานคร รวมตัวครีเอเตอร์ ผู้ชม และพันธมิตรจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอเคซัส และเอเชียกลาง ภายใต้แนวคิด “Be Part of the Win” มุ่งเปลี่ยนแรงบันดาลใจและปฏิสัมพันธ์บนโลกดิจิทัลให้กลายเป็นโอกาสใหม่ที่จับต้องได้จริง
งานดังกล่าวมีเป้าหมายเสริมศักยภาพครีเอเตอร์หน้าใหม่ ผ่านการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างครีเอเตอร์ การสนับสนุนเครื่องมือหลากหลายบนแอปพลิเคชัน และการส่งเสริมการเติบโตของคอมมูนิตี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ทุกกลุ่มสามารถเข้าร่วม พัฒนาทักษะ และก้าวสู่การเป็นไลฟ์ครีเอเตอร์มืออาชีพได้อย่างมั่นใจ พร้อมเติบโตบนเส้นทางดังกล่าวอย่างมั่นคง
การจัด Community Fest 2026 เกิดขึ้นท่ามกลางการขยายตัวของคอมมูนิตี้นักไลฟ์ในภูมิภาค โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีครีเอเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลางมากกว่า 95 ล้านคนใช้งาน TikTok LIVE เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีครีเอเตอร์กว่า 40 ล้านคนที่เริ่ม LIVE เป็นครั้งแรก สะท้อนบทบาทของ TikTok LIVE ในฐานะพื้นที่สร้างปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ ต่อยอดโอกาสของครีเอเตอร์ เชื่อมโยงธุรกิจท้องถิ่น และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม
TikTok LIVE เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีครีเอเตอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลางมากกว่า 95 ล้านคนใช้งาน LIVE คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยในจำนวนดังกล่าวมีครีเอเตอร์มากกว่า 40 ล้านคนที่เริ่ม LIVE เป็นครั้งแรก
นอกจากจำนวนครีเอเตอร์หน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว 1 ใน 3 ของครีเอเตอร์กลุ่มนี้ยังได้รับของขวัญครั้งแรกภายในระยะเวลา 30 วันหลังเริ่ม LIVE สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มในการเปิดโอกาสให้ผู้สร้างคอนเทนต์หลากหลายกลุ่มสามารถนำทักษะ ความสนใจ และความสามารถของตนเองมาต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพที่มั่นคง
กลุ่มครีเอเตอร์บน TikTok LIVE ครอบคลุมผู้สร้างคอนเทนต์หลายประเภท ตั้งแต่นักร้องที่ถ่ายทอดการแสดงผ่านหน้าจอ เกมเมอร์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมระหว่างการเล่นเกม พ่อค้าแม่ค้าสตรีทฟู้ดที่นำเสนออาหารและวิถีการค้าขายในพื้นที่ ไปจนถึงครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวที่พาผู้ชมออกไปสัมผัสสถานที่ ชุมชน และวัฒนธรรมต่าง ๆ แบบเรียลไทม์
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลประชากรที่ระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประชากรประมาณ 680 ล้านคน และเอเชียกลางมีประชากรประมาณ 72 ล้านคน หรือรวมกันประมาณ 752 ล้านคน จำนวนครีเอเตอร์ที่ใช้งาน TikTok LIVE มากกว่า 95 ล้านคนจึงเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยประมาณ 13 คนต่อประชากรทุก 100 คนในสองภูมิภาคดังกล่าว
ด้านพฤติกรรมการรับชม ในไตรมาส 2 ปี 2569 เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งาน TikTok ในภูมิภาครับชมคอนเทนต์ LIVE ทุกวัน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไลฟ์สตรีมมิงได้กลายเป็นหนึ่งในความบันเทิงกระแสหลักในรูปแบบอินเทอร์แอกทีฟ ซึ่งเปิดให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์และครีเอเตอร์ได้โดยตรง
ระหว่างการ LIVE ผู้ชมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับชมเนื้อหา แต่สามารถร่วมแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม พูดคุย และสนับสนุนครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การสื่อสารระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชมเกิดขึ้นพร้อมกับการนำเสนอคอนเทนต์
นางสาวณภัทรา ชวลิตชีวินกุล Creator Manager, TikTok LIVE ประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของ TikTok LIVE คือศักยภาพในการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจและโต้ตอบกันได้ในทันที ผู้ชมจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้เสพคอนเทนต์อีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา
“ในยุคปัจจุบันที่ระบบนิเวศครีเอเตอร์ขับเคลื่อนด้วยพลังของคอมมูนิตี้ TikTok LIVE จึงมุ่งสนับสนุนครีเอเตอร์ทั้งในด้านเครื่องมือและองค์ความรู้ เพื่อให้พวกเขาสามารถต่อยอดโอกาสจากการสร้างปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์และแรงบันดาลใจบนโลกออนไลน์ ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่ทรงพลัง มีความหมาย และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้จริง” นางสาวณภัทรากล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับจำนวนครีเอเตอร์และผู้ชมดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เก็บจาก TikTok LIVE ในส่วนของการสร้างคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงและการสร้างคอมมูนิตี้ของครีเอเตอร์ โดยแยกออกจากฝั่ง TikTok Shop และการไลฟ์ปักตะกร้าจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นคนละส่วนและมีการบริหารงานแยกจากกันอย่างชัดเจน
คอนเทนต์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียกลาง สะท้อนความต้องการของผู้ชมยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์ที่จริงใจ เป็นธรรมชาติ และสามารถเข้าถึงได้ทันทีผ่านการรับชมแบบเรียลไทม์
การ LIVE เปิดทางให้ครีเอเตอร์พาผู้ชมจากทั่วโลกออกไปสำรวจวิถีชีวิต ชุมชนเก่าแก่ ตลาดท้องถิ่น และเทศกาลต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด ผู้ชมสามารถติดตามเหตุการณ์จากสถานที่จริง พร้อมพูดคุย สอบถาม และมีส่วนร่วมกับครีเอเตอร์ระหว่างการถ่ายทอดสด ทำให้ได้รับความรู้สึกเสมือนได้เข้าไปสัมผัสสถานที่เหล่านั้นด้วยตนเอง
Community Fest 2026 จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนการเติบโตของคอนเทนต์กลุ่มดังกล่าว ผ่านกิจกรรมทัวร์วัฒนธรรมที่ย่าน “ทรงวาด” ถนนสายประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่จัดมหกรรมระดับภูมิภาคในครั้งนี้
ภายในกิจกรรม เหล่าครีเอเตอร์ได้ร่วมทำภารกิจตะลุยย่านเก่า สำรวจพื้นที่และวิถีชีวิต พูดคุยกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดจนถ่ายทอดบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ ให้ผู้ชมทั่วโลกได้ร่วมสัมผัสไปพร้อมกันแบบเรียลไทม์
กิจกรรมดังกล่าวเป็นทั้งพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ได้ทดลองสร้างคอนเทนต์จากสถานที่จริง และช่องทางนำเสนอเรื่องราวของชุมชนไปสู่ผู้ชมในวงกว้าง โดยเชื่อมโยงการไลฟ์สตรีมมิงเข้ากับการท่องเที่ยว วิถีท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่
ที่ผ่านมา TikTok LIVE ได้ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมในหลายประเทศทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
นางสาวณภัทรากล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจของ TikTok LIVE ไม่ได้อยู่เพียงยอดรับชม แต่ยังอยู่ที่การร่วมกันสร้างสรรค์ โดยครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ร่วมกันหล่อหลอมประสบการณ์ และเปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจให้กลายเป็นความผูกพันที่ยั่งยืน
“หัวใจของ TikTok LIVE ไม่ได้อยู่เพียงแค่ยอดวิว แต่อยู่ที่การร่วมกันสร้างสรรค์ โดยมีครีเอเตอร์และคอมมูนิตี้ร่วมหล่อหลอมประสบการณ์ เปลี่ยนปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจให้กลายเป็นความผูกพันที่ยั่งยืน ดังที่ไลฟ์สตรีมมิงได้เติมสีสันให้กับย่านและชุมชนต่าง ๆ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สนับสนุนธุรกิจชุมชน และเชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้ากับวิถีชีวิตจริงของผู้คนในท้องถิ่น” นางสาวณภัทรากล่าว
นอกเหนือจากคอนเทนต์ยอดนิยมบน TikTok LIVE อย่างการร้องเพลงและการเต้นแล้ว แนวโน้มการใช้งานที่โดดเด่นและกำลังเติบโตในประเทศไทยคือ “การไลฟ์เป็นกลุ่ม” หรือ Group Live
นางสาวณภัทราเปิดเผยว่า ครีเอเตอร์เริ่มเปลี่ยนผ่านจากการไลฟ์เพียงคนเดียวไปสู่การร่วม LIVE กับครีเอเตอร์รายอื่น การสลับสับเปลี่ยนกันสร้างคอนเทนต์ หรือการรวมกลุ่มกันสตรีมมิงมากขึ้น รูปแบบดังกล่าวทำให้การ LIVE มีผู้ร่วมสร้างเนื้อหาหลายคน และเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์กับครีเอเตอร์ รวมถึงระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชม
ในเวลาเดียวกัน เริ่มเห็นการยกระดับโปรดักชันของการ LIVE ไปสู่ระดับมืออาชีพอย่างชัดเจน ตั้งแต่การจัดไลฟ์ภายในสตูดิโอที่มีการติดตั้งและวางระบบไว้อย่างเป็นสัดส่วน การนำนักเต้นเข้ามาร่วมสร้างสีสัน ไปจนถึงการเลือกใช้กล้องคุณภาพสูงระดับมืออาชีพ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้แก่คอนเทนต์และประสบการณ์ของผู้ชม
การเติบโตของ Group Live และการยกระดับโปรดักชันสอดคล้องกับแนวคิด “Be Part of the Win” ของ Community Fest 2026 ซึ่งต้องการย้ำว่า ความสำเร็จบน TikTok LIVE ไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุนและทำให้ทุกช่วงเวลาของการ LIVE มีความหมาย
ภายในงานได้นำเสนอเรื่องราวของตัวแทนครีเอเตอร์จากหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของทักษะ รูปแบบคอนเทนต์ และกลุ่มผู้ชมบนแพลตฟอร์ม ได้แก่
เรื่องราวของครีเอเตอร์แต่ละรายแสดงให้เห็นถึงแนวทางการนำความสามารถและอัตลักษณ์ส่วนบุคคลมาพัฒนาเป็นคอนเทนต์ ตั้งแต่การใช้เสียงเพลง การถ่ายทอดอารมณ์ การสื่อสารข้ามภาษา ไปจนถึงการนำทักษะจากชีวิตการทำงานมาผสมผสานกับความสนใจส่วนตัว เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์กับผู้ชมในคอมมูนิตี้
TikTok LIVE ระบุว่า เป้าหมายของแพลตฟอร์มคือการเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ทุกกลุ่มสามารถเข้าร่วมและพัฒนาทักษะของตนเองได้ โดยมีคอมมูนิตี้ทำหน้าที่สนับสนุนการเติบโต และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเดินหน้าสู่การเป็นไลฟ์ครีเอเตอร์มืออาชีพได้อย่างมั่นใจ
นอกจากการจัด Community Fest แล้ว TikTok LIVE ยังเดินหน้าขยายโครงการ “Creator Academy” เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของครีเอเตอร์ โดยจัดเวิร์กช็อปนำร่องจำนวน 6 กิจกรรมทั่วโลก
กิจกรรมดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์แถวหน้าเข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และองค์ความรู้ รวมถึงครีเอเตอร์ชั้นนำ 6 รายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ครีเอเตอร์รายอื่นสามารถนำบทเรียนและแนวทางที่ได้รับไปใช้พัฒนาการสร้างคอนเทนต์ของตนเอง
สำหรับโครงการนำร่องในเวียดนามและอินโดนีเซีย สามารถสร้างยอดการมองเห็นได้มากกว่า 16 ล้านครั้ง และมียอดผู้ชมรวมมากกว่า 190,000 คน สะท้อนการเข้าถึงของกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนการพัฒนาครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม
การขยาย Creator Academy เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสนับสนุนครีเอเตอร์ทั้งในด้านเครื่องมือและองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ได้แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน และสร้างคอมมูนิตี้ที่สามารถสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
สำหรับเป้าหมายในช่วงที่เหลือของปี 2569 TikTok LIVE จะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และส่งเสริมการเติบโตในระยะยาวให้แก่ทั้งครีเอเตอร์และผู้ใช้งาน โดยแพลตฟอร์มจะนำเสนอเรื่องราวทางวัฒนธรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน TikTok LIVE จะสนับสนุนการเรียนรู้ของครีเอเตอร์ผ่าน Creator Academy พร้อมลดอุปสรรคในการเข้าสู่เส้นทางครีเอเตอร์ เปิดโอกาสให้ผู้สร้างคอนเทนต์ทุกระดับสามารถเข้าร่วม พัฒนาทักษะ สร้างคอมมูนิตี้ และขยายการเติบโตของตนเองบนแพลตฟอร์ม
เป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การช่วยให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่เริ่มต้น LIVE ได้อย่างมั่นใจ การสนับสนุนให้ครีเอเตอร์พัฒนารูปแบบคอนเทนต์และโปรดักชัน ไปจนถึงการเปิดทางให้สามารถต่อยอดการไลฟ์สตรีมมิงไปสู่การเป็นอาชีพที่มั่นคง
TikTok LIVE จึงมุ่งตอกย้ำบทบาทของแพลตฟอร์มในฐานะปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของออนไลน์คอมมูนิตี้ ผ่านการเชื่อมโยงครีเอเตอร์ ผู้ชม พันธมิตร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และเรื่องราวทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ครีเอเตอร์ ธุรกิจท้องถิ่น และเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม