
ในช่วงปีแรก ๆ ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ สี จิ้นผิง รัฐบาลจีนต้องออกมาย้ำกับประชาชนอยู่บ่อยครั้งว่า การรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เพียง “ลมวูบหนึ่ง” ที่พัดมาแล้วก็ผ่านไป
ผ่านมาสิบปี การต่อสู้กับคอร์รัปชันของจีนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจัดการกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ และยังค้นพบรูปแบบการทุจริตใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่แค่การรับสินบนใต้โต๊ะอีกต่อไป แต่มีตั้งแต่การใช้คริปโตเคอร์เรนซี ไปจนถึงการใช้ตัวแทนหรือเครือข่ายลับเพื่อปกปิดผลประโยชน์
South China Morning Post (SCMP) รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับปฏิบัติการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของจีน ซึ่งได้ขยายขอบเขตออกไปอย่างมากนับตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานปราบปรามการทุจริตของจีนลงโทษบุคคลถึง 983,000 คน โดยบทลงโทษมีตั้งแต่การตักเตือน การสอบสวน ไปจนถึงการดำเนินคดีอาญา
ขณะเดียวกัน จำนวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกจัดการในปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของปี 2013
ฐานข้อมูลของ SCMP ยังพบว่า ระหว่างปี 2013-2025 เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกจัดการจากการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตของจีนประมาณ 60% เป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในรัฐบาลระดับภูมิภาค
รัฐบาลระดับมณฑลได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นพิเศษ โดยพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำนวนมาก เช่น เจียงซี เหลียวหนิง ซานซี และเหอเป่ย์ รวมถึงเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน มีจำนวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งมากที่สุด
สิ่งที่เริ่มต้นจากการปราบปรามการทุจริตทางเศรษฐกิจ ได้พัฒนาไปสู่การ ปรับโครงสร้างพฤติกรรมของระบบราชการจีนในระดับที่เป็นระบบมากขึ้น
แม้การรับสินบนยังคงเป็นข้อกล่าวหาหลักตามกฎหมาย แต่คำจำกัดความของ “คอร์รัปชัน” ได้ขยายออกไปให้ครอบคลุมถึง การละเมิดวินัยของพรรค และการไม่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล
ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การรณรงค์ต่อต้านการทุจริตถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่สุดของสี จิ้นผิง และเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ที่เขามีต่ออนาคตของจีน รวมถึงความสามารถของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการรักษาอำนาจการปกครองต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน
และพรรคก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความตั้งใจที่จะผ่อนแรงในการปราบปราม
ในการประชุมคณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบวินัย หรือ CCDI ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการทุจริตสูงสุดของพรรค เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สี จิ้นผิงประกาศว่า สถานการณ์ในการต่อสู้กับการทุจริตยังคงรุนแรงและซับซ้อน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ เพื่อค้นหา ระบุ และจัดการกับการกระทำผิดทุกรูปแบบ