
เพราะเห็นตัวเลขยอดขายสินค้าจีนเติบโตดีขึ้น โดยบางกลุ่มโตมากกว่า 50% Big C ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซีจึงเล็งเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะมีงานแฟร์สินค้าจีนเกิดขึ้นครั้งแรก เป็นที่มาของการจัดเป็นแคมเปญ ‘China Fair’ ที่รวบรวมสินค้าจีนมากกว่า 200 รายการมาจำหน่ายในราคาพิเศษที่บิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569
Big C จัดงานเปิดตัวแคมเปญ ‘China Fair’ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่บิ๊กซี เพลส รัชดาภิเษก โดยได้รับเกียรติจาก นายอู๋ เจี้ยน (Wu Jian) อัครราชทูตที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และนางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า Big C ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ จัดงานเปิดตัวแคมเปญ ‘China Fair’ เพื่อตอกย้ำศักยภาพผู้นำค้าปลีกที่คัดสรรและรวบรวมสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ชั้นนำระดับคุณภาพที่น่าสนใจจากประเทศจีนมาจัดโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพและความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าในราคาที่เข้าถึงได้
นางฐาปณีกล่าวว่า China Fair เป็นอีกหนึ่งก้าวของการต่อยอดความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยและจีน และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงสินค้า แบรนด์ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคของทั้งสองประเทศในอนาคต
ด้านนายอู๋ เจี้ยน อัครราชทูตที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับจีนที่พัฒนาและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันมาหลายปี และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ขยายตัวไปในหลายด้าน และได้กล่าวขอบคุณ Big C ที่จัดงานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน
นางสาวภาสินี แซ่ตั้ง รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อสินค้า บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้บิ๊กซีมีการจัดงานแฟร์สินค้าจากเกือบ 10 ประเทศอยู่แล้ว อย่างเช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลี และญี่ปุ่น เมื่อเห็นว่าสินค้านำเข้าจากจีนมีจำนวนมากขึ้น และยอดขายหลายกลุ่มเติบโตดี จึงมองว่ามีขนาดใหญ่พอที่จะจัดเป็น ‘China Fair’ ได้เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยคาดหวังว่าแคมเปญ China Fair จะผลักดันให้ยอดขายสินค้าจากจีนในปีนี้เติบโตขึ้นประมาณ 30% และคาดว่าจะจัดต่อเนื่องทุกปี
นางสาวภาสินีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งปีแรก สินค้าจีนบางกลุ่มเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะผลไม้ เช่น ส้มและแอปเปิลฟูจิ ขณะที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโตเกือบ 100% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์จีนยังทรงตัว เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีการแข่งขันสูง
สำหรับยอดขายสินค้าจากจีนที่เติบโตในหลายสาขา แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากลูกค้าชาวไทย เนื่องจากฐานลูกค้าของ Big C ส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทย โดยมีเพียงบางสาขาที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่าลูกค้าชาวไทย เช่น สาขาราชดำริ ซึ่งลูกค้าต่างชาติมีสัดส่วนมากกว่า 50%
แม้สินค้าจีนจะเข้ามาในไทยมากขึ้นและมียอดขายเติบโต จนอาจสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการไทย แต่นางสาวภาสินียืนยันว่า สินค้าจาก SME ไทยที่จำหน่ายผ่าน Big C ยังเติบโตได้ดี โดยปัจจุบันมีอัตราการเติบโตสูงกว่าสินค้าจีน และมีขนาดยอดขายใหญ่กว่า
ขณะเดียวกัน Big C ไม่ได้มองความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนในมุมการนำเข้าสินค้าจีนเข้ามาขายในไทยเพียงทางเดียว แต่ยังมีทีมที่นำสินค้าไทยไปทำตลาดในจีนด้วย โดยเฉพาะกลุ่มขนมและสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าต่างชาติ