Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อเมริกาไม่รับคนเก่งฟรี! ทรัมป์จ่อเก็บค่าวีซ่า 3 ล้าน บริษัทสหรัฐฯ โอด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อเมริกาไม่รับคนเก่งฟรี! ทรัมป์จ่อเก็บค่าวีซ่า 3 ล้าน บริษัทสหรัฐฯ โอด

25 ส.ค. 69
15:20 น.
แชร์

ทรัมป์เอาอีกแล้ว! วันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ส.ค. 69) รัฐบาลของทรัมป์ได้มีการยื่นเอกสารเพื่อผลักดันให้มีมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงานประเภท H-1B สำหรับแรงงานต่างชาติทักษะสูงราว 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3,500,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่าง ‘ถาวร’ แม้ว่าก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางจะเคยมีคำตัดสินว่า “ค่าธรรมเนียมนี้ขัดต่อกฎหมาย” และสั่งระงับการจัดเก็บไปแล้วก็ตาม

วีซ่า H-1B คือวีซ่าอะไร?

วีซ่า H-1B หรือวีซ่าสำหรับผู้ชำนาญงานพิเศษในแขนงต่าง ๆ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่เป็นมืออาชีพเหล่านี้สามารถเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯ เพื่อทำงานในตำแหน่งที่เขามความสามารถในช่วงเวลาหนึ่ง โดยสาขาอาชีพที่ได้รับพิจารณาจะเป็นวิศวกร พยาบาล ศาสตราจารย์ นักวิจัย หรือนักคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้มีความประสงค์จะขอวีซ่าประเภท H1-B 

  1. ต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาชีพในระดับที่สามารถใช้ปฏิบัติงานได้
  2. มีวุฒิการศึกษาต่ำสุดระดับปริญญาตรีในสาขาเฉพาะทาง หรือเทียบเท่า โดยระดับความรู้ และ ประสบการณ์ในการทำงาน จะเป็นเครื่องช่วยการันตีว่าบุคคลนั้นจะสามารถสร้างความก้าวหน้าในตำแหน่งที่รับผิดชอบได้ ส่วนผู้ที่มีวุฒิบัตรจากต่างประเทศ จะต้องมีหลักฐานยืนยันวุฒิบัตร หรือ Credential Evaluation

เกิดอะไรขึ้น? ทำไมทรัมป์ถึงจะเก็บเงินเพิ่ม?

จริง ๆ แล้วทรัมป์ได้กำหนดค่าธรรมเนียมชั่วคราว 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับวีซ่า H-1B แบบชั่วคราวมา ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2568 แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศาลรัฐบาลกลางบอกว่าการกระทำนี้ของทรัมป์ผิดกฎหมาย ทำให้คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลหลายแห่งของสหรัฐฯ

แต่ทรัมป์ไม่สน เพราะการเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แบบชั่วคราวกำลังจะหมดอายุในเดือนกันยายนนี้ ทำให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) เผยแพร่ร่างกฎระเบียบใหม่ลงในประกาศของรัฐบาล โดยพยายามทำให้ค่าธรรมเนียมนี้เป็นนโยบายถาวร ผ่านการประกาศค่าธรรมเนียมเวอร์ชั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 103,265 ดอลลาร์สหรัฐฯ 

นี่ถือเป็นการปรับขึ้นราคาแบบร้ายแรงมาก เพราะก่อนที่จะมีกฎหมายนี้ฉบับแรก เดิมเคยเก็บค่าธรรมเนียมเพียงประมาณ 2,000 ถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมนี้ไม่ครอบคลุมชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ วีซ่านักเรียน หรือการยื่นขอต่ออายุวีซ่า H-1B

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังเรียกร้องให้มีกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครวีซ่า H-1B ที่เข้มงวดมากขึ้น และเสนอขั้นตอนการคัดเลือกวีซ่าแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีคุณสมบัติสูง และมีรายได้สูงกว่า 

ทรัมป์ชี้ขึ้นเพราะแก้ปัญหาบริษัทฉวยโอกาส

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกลุ่มผู้คัดค้านโครงการวีซ่า H-1B บอกว่า “โครงการนี้กำลังถูกบรรดาบริษัทต่าง ๆ ฉวยโอกาสนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อจ้างแรงงานต่างชาติที่มีราคาถูกกว่าเข้ามาแทนที่ และแย่งงานของคนอเมริกัน” 

ในการแก้ปัญหานี้ ทางรัฐบาลจึงเลือกใช้อำนาจฝ่ายบริหารภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองในการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศของคนต่างด้าวที่อาจส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บนี้ไม่ใช่ภาษีมาตรฐานทั่วไป และศาลมีอำนาจที่จำกัดในการเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์ของประธานาธิบดีในประเด็นการจำกัดคนเข้าเมืองระดับชาติ 

พรรคเดโมแครตค้านชี้ทรัมป์ตั้งใจทำลายระบบ

ฝ่ายภาคธุรกิจ และกลุ่มรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตชี้ว่า “นี่คือการทำลายระบบนวัตกรรม” โดยพันธมิตรร่วมระหว่างสภาหอการค้าสหรัฐฯ รัฐต่าง ๆ ที่นำโดยพรรคเดโมแครต กลุ่มสหภาพแรงงาน และนายจ้างได้ร่วมกันยื่นฟ้องดำเนินคดีเพื่อคัดค้านกฎระเบียบนี้ โดยแย้งว่าอำนาจของประธานาธิบดีในการจำกัดการเข้าเมืองไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายของสภาคองเกรสที่จัดตั้งโครงการวีซ่า H-1B ได้ และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิก็ไม่มีสิทธิ์ในการกำหนดค่าธรรมเนียมหรือสร้างรายได้เข้ารัฐโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ 

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจต่างเน้นย้ำว่า โครงการนี้แต่เดิมเป็นการแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนแรงงานฝีมือในประเทศ และช่วยดึงดูดกลุ่มคนระดับหัวกะทิจากทั่วโลกเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การศึกษา และการวิจัย ซึ่งการที่ทรัมป์ทำแบบนี้เท่ากับว่าเป้นการตัดโอกาสเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

จากกำแพงภาษีมนุษย์สู่ยอดลงทะเบียนแรงงานต่างชาติที่ดิ่งลงกว่าครึ่ง

ผลกระทบจากการขึ้นค่าธรรมเนียม และการคุมเข้มกระบวนการตรวจสอบวีซ่าของรัฐบาลทรัมป์ได้ส่งแรงสะเทือนอย่างรุนแรงต่อภาพรวมตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ในทันที

ข้อมูลจากหน่วยงานบริการสัญชาติ และคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ (USCIS) เผยว่า ในปีที่ผ่านมา มีนายจ้างยื่นคำร้องลงทะเบียนขอวีซ่า H-1B รวมเหลือเพียงประมาณ 344,000 รายการ ซึ่งลดลงกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปี 2024 และร่วงลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของยอดการสมัคร 794,000 รายการในรอบปี 2023 

นอกจากนี้ เอกสารคำร้องในชั้นศาลระบุว่า นับถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีนายจ้างเพียงประมาณ 70 รายเท่านั้นที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมหลักแสนดอลลาร์นี้ สำหรับใบสมัครวีซ่ารวมจำนวน 85 ฉบับ ท่ามกลางสมรภูมิกฎหมายที่สาลอุทธรณ์ในบอสตัน และศาลอื่น ๆ กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาไต่สวน มาตรการนี้นับเป็นอีกหนึ่งบททดสอบครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมนวัตกรรมสหรัฐฯ ที่จะต้องแบกรับต้นทุนค่าสมองไหลที่แพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แชร์
อเมริกาไม่รับคนเก่งฟรี! ทรัมป์จ่อเก็บค่าวีซ่า 3 ล้าน บริษัทสหรัฐฯ โอด