
หลังใช้เวลาหลายปีเดินหน้าหาทางเข้าตลาดหุ้น ในที่สุด ชีอิน โกลบอล โฮลดิงส์ (Shein Global Holdings) ยักษ์ฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ SHEIN จากจีนซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ ก็เตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกง โดยเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) จำนวน 280 ล้านหุ้น ในราคา 47.60-49.50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ตั้งเป้าระดมทุนสูงสุดราว 13,860 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเข้าซื้อขายวันที่ 1 กันยายนนี้
หากตั้งราคาขายที่ระดับบนสุดของช่วงดังกล่าว Shein จะมีมูลค่าตามราคาตลาด (market cap) ราว 26,800 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเป้าหมายมูลค่า IPO เดิมที่เคยวางไว้ราว 30,000-40,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนปรับลงมา หลังนักลงทุนกังวลกับการเติบโตของรายได้ที่ชะลอลงและผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น
ตัวเลข 26,000-27,000 ล้านดอลลาร์นี้ห่างไกลจากช่วงที่ Shein เคยถูกประเมินมูลค่าสูงเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็วจากพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วงโควิด-19
จากยักษ์ฟาสต์แฟชั่นที่เคยมีมูลค่าเกือบแสนล้านดอลลาร์ วันนี้ Shein กำลังเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยมูลค่าที่ลดลงราว 70-75% จากจุดสูงสุด ขณะที่เส้นทางสู่ IPO ก็ไม่ราบรื่น จากเดิมที่มุ่งสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเปลี่ยนเป้าหมายไปลอนดอน และสุดท้ายมาจบที่ตลาดหุ้นฮ่องกง
แล้วอะไรทำให้มูลค่าของ Shein ลดลงมากขนาดนี้ และทำไมต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้เข้าตลาดหุ้น ?
เหตุผลสำคัญที่ทำให้มูลค่าตลาดของ Shein ลดลง คือ รายได้ที่โตช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคโควิด-19 เมื่อผู้บริโภคใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากขึ้น และโมเดลการขายเสื้อผ้าราคาต่ำตามเทรนด์ช่วยให้ Shein ขยายฐานลูกค้าไปยังราว 160 ประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
หลังพ้นยุคโควิด-19 ปี แม้ว่ารายได้ของ Shein ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การเติบโตชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 41% ในปี 2023 ก่อนชะลอเหลือ 20% ในปี 2024 และ 8% ในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่รายได้แตะ 41,800 ล้านดอลลาร์
ในปี 2026 อัตราการเติบโตยังคงชะลอลง ในไตรมาสแรกเติบโตเพียง 1.1% ผลประกอบการพลิกจากกำไร 395 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2025 เป็นขาดทุน 99 ล้านดอลลาร์ และ Shein คาดว่าอัตราการเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปีจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (operating margin) คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก
การชะลอตัวของรายได้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า Shein จะกลับไปเติบโตในอัตราที่เคยผลักดันมูลค่าบริษัทขึ้นไปเกือบ 100,000 ล้านดอลลาร์ได้หรือไม่ ซึ่งสะท้อนออกมาในมูลค่าที่ Shein ได้รับการประเมินในการ IPO ครั้งนี้
โมเดลธุรกิจของ Shein เป็นการขายเสื้อผ้าราคาต่ำและการนำเสนอสินค้าแฟชั่นตามเทรนด์ ซึ่งช่วยผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากและนำไปโพสต์บนโซเชียลมีเดีย แต่โมเดลนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้บริโภค
หนึ่งในแรงกดดันสำคัญมาจากสหรัฐฯ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ทำให้สินค้าจากจีนที่ Shein จำหน่ายและส่งเข้าสหรัฐฯ ต้องเสียภาษีในอัตรา 10-87.5% และรายได้จากสหรัฐฯ ของ Shein ในไตรมาสแรกปีนี้ลดลง 14.3%
ขณะเดียวกัน Shein ยังเผชิญค่าธรรมเนียมนำเข้าใหม่ของยุโรป แรงกดดันด้านราคา และดีมานด์ในตะวันออกกลางที่อ่อนตัวลงเนื่องจากสงครามในอิหร่าน
ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะจากเทมู (Temu) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากจีนที่ใช้กลยุทธ์ราคาต่ำเช่นเดียวกัน และไม่ได้แข่งขันกับ Shein เฉพาะเสื้อผ้า แต่ยังครอบคลุมสินค้าอย่างของใช้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
การลดลงของมูลค่าของ Shein เกิดขึ้นพร้อมกับเส้นทาง IPO ที่ยาวนานและไม่ราบรื่น
เป็นเวลาหลายปีที่ Shein พยายามหาทางเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเริ่มเดินหน้าสู่การเข้าจดทะเบียนอย่างจริงจังในปี 2023 ด้วยการยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) แบบลับ แต่แผนนี้สะดุดลง เนื่องจากเผชิญแรงต่อต้านจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ ที่กังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติเนื่องจากความเชื่อมโยงของ Shein กับจีน
Shein ล้มเลิกความพยายามเข้าตลาดสหรัฐฯ ในปี 2024 และหันไปมองตลาดหุ้นลอนดอนแทน แต่เส้นทางในลอนดอนก็ไม่ราบรื่นเช่นกัน Shein ยื่นเอกสารแบบลับต่อหน่วยงานกำกับดูแลของอังกฤษในเดือนมิถุนายน 2024 แต่การเข้าจดทะเบียนต้องเผชิญทั้งข้อกังวลเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานและข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับ ขณะที่การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์ของจีนก็กลายเป็นอีกอุปสรรค
ในที่สุด Shein ต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งเป็นตลาดที่มีบริษัทจีนจดทะเบียนอยู่จำนวนมาก และยังเปิดรับบริษัทจากต่างประเทศเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้ Shein พยายามลดภาพความเป็นบริษัทจีนด้วยการย้ายสำนักงานใหญ่ไปสิงคโปร์ในปี 2021 เพื่อวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ค้าปลีกระดับโลกและลดข้อกังวลด้านกฎระเบียบในตลาดตะวันตก แต่ประเด็นด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของ Shein
Shein ระบุในหนังสือชี้ชวนว่า การตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ขณะที่การเข้าซื้อแบรนด์เสื้อผ้าสหรัฐฯ Everlane มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม กำลังถูกตรวจสอบด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (CFIUS)
การเข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงอาจเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทาง IPO ที่ยืดเยื้อหลายปี แต่ไม่ได้หมายความว่าความท้าทายของ Shein จะสิ้นสุดลงไปด้วย หลังจากนี้ การเติบโตของธุรกิจ ผลกำไร และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตา